"ขโมยก็มารับเสด็จเหมือนกัน”

70 ปี แห่งพระบารมีปกเกล้า เนื่องใจโอกาส ๗๐ ปีแห่งการขึ้นครองราชสมบัติองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

" อิสลามิกชนมีพระคัมภีร์อัลกุรอ่าน อันประกอบพร้อมด้วยบทบัญญัติทางศีลธรรม จริยธรรม นิติธรรม เป็นแม่บทศักดิ์สิทธิ์สำหรับการประพฤติปฏิบัติและการดำเนินชีวิต ส่วนใหญ่จึงมีชีวิตที่เจริญมั่นคง มีความฉลาด    รู้ผิดชอบชั่วดี มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม และนับเป็นบุคคลที่มีคุณค่า ถ้าแต่ละคนจะพยายามศึกษาพระคัมภีร์ให้เข้าใจถ่องแท้ยิ่งขึ้น พร้อมกับเอาใจใส่วิทยาการด้านอื่นๆให้กว้างขวางและก้าวหน้าอยู่เสมอ ก็จะส่งเสริมให้เป็นผู้มีความดี มีความรู้ความสามารถครบถ้วนสมควรยิ่งที่จะเป็นหลักและเป็นกำลังในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม " พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนี้ แสดงให้เห็นประจักษ์ว่าทรงเป็นพระกษัตริย์ที่มีความเข้าพระทัยถึงหลักแห่งศาสนาอิสลามได้อย่างถ่องแท้

วันที่ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินโดยรถไฟพระที่นั่งจากสถานีจิตรลดาไปทรงเยี่ยมราษฎร ๑๔ จังหวัดภาคใต้ซึ่งในบางพื้นที่ที่มีประชาชนที่มีความแตกต่างทางศาสนา โดยเฉพาะในแถบจังหวัดภาคใต้ตอนล่างที่มีประชาชนนับถือศาสนาอิสลามเป็นส่วนใหญ่ แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชประสงค์ให้ราษฎรของพระองค์ได้เข้าเฝ้าฯอย่างใกล้ชิดไม่ว่าจะมีสัญชาติศาสนาใด หรือแต่งกายอย่างใด

การเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนภาคใต้ในช่วงต้นรัชกาลครั้งนี้ เล่าไว้ในความเรียงเรื่อง “พระบารมีปกเกล้า”โดยโอภาส เสวิกุลว่า ราษฎรไทยมุสลิมตื่นเต้นยินดีถึงกับอุ้มลูกจูงหลานออกมารับเสด็จกันชนิด “หมดบ้าน” เมื่อมีผู้ถามว่า “ไม่ห่วงกลัวขโมยขึ้นบ้านหรือ” ก็ได้รับคำตอบว่า

ไม่ห่วงหรอก เพราะขโมยก็มารับเสด็จเหมือนกัน”

นับจากได้เสด็จเยือนภาคใต้ในครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่ชาวไทยมุสลิมด้านการส่งเสริมอาชีพ ทรงให้มีโครงการศูนย์ศึกษาและพัฒนาการเกษตรอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เช่น ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย จังหวัดเพชรบุรี ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง จังหวัดนราธิวาส ทำให้ชาวไทยมุสลิมที่เคยยากจนเพราะไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นจนสามารถยกระดับฐานะครอบครัวให้ดีขึ้นเหมือนกับชาวไทยภาคอื่นๆ  (จากบทความเรื่อง “พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยมุสลิม” โดยท่านผู้หญิงสมร ภูมิณรงค์)

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้ประทานสัมภาษณ์แก่กลุ่มนักข่าวหญิงในหนังสือ “พระราชกระแส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถถึงเรื่องพระเจ้าอยู่หัวและชาวมุสลิมไว้ว่า

เขารักพระเจ้าอยู่หัวจริงๆ เข้ามาจูบ อันนี้สะดุดใจฉัน เพราะว่า เข้ามาจูบหน้าแข้งพระเจ้าอยู่หัว คนแก่ตาบอด แล้วบอกว่าดีเหลือเกิน ทำไมดีอย่างนี้ ดีกระทั่งแม้กับคนอิสลาม พระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่า ทำไมเขาต้องแบ่งด้วยว่า เรานี่ดีแม้กระทั่งคนอิสลาม ทุกคนเป็นคนไทยเหมือนกันหมด”