เทศกาลทะเลหมอก ดอกไม้บานที่ ภูเรือ

โลกสวยด้วยพรรณไม้
ช่างภาพ: 

อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย มีสภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบเชิงเขาและภูเขา มีอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี อุดมไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด

โดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ของทุกปี จึงได้ชื่อว่าเป็น "เมืองแห่งทะเลภูเขา สุดหนาวในสยาม ดอกไม้งามสามฤดู" ในระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2554-2 มกราคม 2555 ณ สนามที่ว่าการอำเภอภูเรือ ได้มีการจัดงานเทศกาลทะเลหมอก ดอกไม้งาม บานสะพรั่งทั้งภูเรือ ขึ้นอีกครั้ง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสทะเลหมอก บรรยากาศอันหนาวเย็น ท่องเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของอำเภอภูเรือ

สำหรับการจัดงานในปีนี้ มีการจัดซุ้มประดับด้วยไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวนานาชนิด ตกแต่งบริเวณสองข้างทางถนนสายเลย- หล่มสักและเกาะกลางถนน ต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งสองด้านของทางเข้าอำเภอภูเรือ บริเวณที่หน้าการอำเภอใช้เป็นสถานที่ในการจัดงานไม้ดอกเมืองหนาว โดยเน้นประดับไม้ดอกสีเหลือง เพื่อให้นักท่องเที่ยวและผู้สัญจรไปมาได้ตื่นตาและชื่นชม ทั้งมีการจัดสวนหย่อมที่ตกแต่งด้วยไม้ดอกนานาชนิดเป็นมุมเก๋ๆเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก ปีนี้อำเภอภูเรือได้จัดทำสัญลักษณ์การท่องเที่ยวของอำเภอภูเรือ โดยการสร้างกระเช้าดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และทุ่งคริสต์มาสที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการประกวดการแต่งร้านด้วยไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาว ของภาครัฐและภาคเอกชน ร้านจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ของอำเภอภูเรือ และจังหวัดเลย เช่น เห็ดหอมสด ไวน์กระชายดำ ไข่เค็มกระชายดำ ผักเมืองหนาวปลอดสารพิษ เกษตรอินทรีย์ ฯลฯ มีกิ่งพันธุ์ไม้ดอก ไม้ใบ ไม้ผล ไม้ประดับเมืองหนาว นานาชนิด อาทิ คริสต์มาส พิทูเนีย ผีเสื้อ สร้อยไก่ ซัลเวีย ดาวเรือง ไฮเดรนเยีย และเฟิร์นประเภทต่างๆ ทั้งยังมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ เทศกาลอาหารปลอดสารพิษ ปลอดแอลกอฮอล์ การประกวดเมนูไก่งวง และCount Downจุดพลุไฟต้อนรับปีใหม่

หลังจากตระเวนชมดอกไม้งามจนฉ่ำใจ เราขับรถออกจากบริเวณงาน ไปตามถนนทางหลวงหมายเลข 203 มุ่งหน้ากลับเข้าเมืองเลย ประมาณสิบกิโลเมตร ก็มองเห็นเครื่องวัดอุณหภูมิจำลองขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่ รอบฐานตกแต่งด้วยไม้ดอกหลายชนิด ดึงดูดความสนใจให้นักท่องเที่ยวลงไปถ่ายรูปกันมากมาย ที่นี่คือศูนย์รวมพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาว เรียกกันว่า"ตลาดไม้ดอกเมืองหนาวบ้านหนองบง"ค่ะ บริเวณสองฝั่งถนนเต็มไปด้วยสีสันสดใสของมวลหมู่ไม้ดอกสายพันธุ์ต่างๆเต็มพื้นที่กว้างไกลสุดสายตา ตลาดแห่งนี้ เป็นศูนย์รวมของพ่อค้าแม่ค้านำพันธุ์ไม้ ดอกไม้เช่น แววมยุรา กุหลาบพันปี กล้วยไม้ ไฮแดรนเยีย ดาวเรืองหลายสายพันธุ์ ต้นคริสต์มาสทั้งสีแดง สีขาว สีเหลือง และพิทูเนีย มาเปิดร้านจำหน่าย ราคาเริ่มตั้งแต่ไม่กี่บาทไปจนถึงหลักร้อยขึ้นไป นักท่องเที่ยวที่แวะมาหอบกันคนละสามสี่ต้น บางคนก็นำรถกระบะมารับเป็นสิบ ๆ ต้นขึ้นไป นอกจากนี้ยังมีเมล็ดพันธุ์ไม้ดอก พันธุ์ผัก ผลไม้สายพันธุ์ต่างๆให้นำกลับไปปลูก ราคาของเมล็ดพันธุ์ซองละประมาณ 20-30 บาทค่ะ

จากการตระเวนชมไม้ดอกสายพันธุ์ต่างๆทั้งในงานไม้ดอกและตลาดดอกไม้ที่อ.ภูเรือ

พันธุ์ไม้ที่เรียกเสียงฮือฮามากที่สุดคงเป็นดอก "กุหลาบพันปี"หรือภาษาท้องถิ่นเรียกกันว่า "คำแดง" มีชื่อภาษาอังกฤษ Azelia ชื่อวิทยาศาสตร์ Rhododendron arboreum subsp. Delavayi จัดอยู่ในกลุ่มไม้พุ่ม นับเป็นพืชหายากที่มีดอกงดงามมากที่สุดชนิดหนึ่งของประเทศไทย และมีการกระจายพันธุ์ค่อนข้างจำกัดอยู่เฉพาะในเขตอากาศหนาวเย็นบนพื้นที่ชุ่มชื้น สันเขา หรือหน้าผา ระดับความสูงประมาณ 1,600-2,500 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ในต่างประเทศพบได้ที่อินเดีย เนปาล ภูฏาน พม่า และจีนในมณฑลยูนานและกุ้ยโจว สำหรับประเทศไทยนั้นจากที่เคยพบได้ในป่าดิบบนเขาทางภาคเหนือ เช่น อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ และอุทยานแห่งชาติขุนแจ จังหวัดเชียงรายนั้น ปัจจุบันนี้กุหลาบพันปีผลิดอกบานสะพรั่งมากมายที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณท้องที่อำเภอวังสะพุง อำเภอภูเรือ อำเภอด่านซ้าย อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย ระหว่างเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม แต่ช่วงที่ดอกบานเต็มที่คือปลายเดือนกุมภาพันธ์

พรรณไม้ชนิดนี้มีลักษณะเป็นต้นไม้ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 2-12 เมตร ไม่ผลัดใบ ลำต้นและกิ่งก้านมักคดงอเพราะอิทธิพลของแรงลม เปลือกตะปุ่มตะป่ำ ใบสีเขียวเข้มมีรูปร่างคล้ายหอก ยาว 7-14 ซ.ม. ออกเรียงเวียนสลับเป็นกลุ่มที่ปลายกิ่ง กุหลาบพันปีมีดอกสีแดงเลือดนกเข้นข้นสะดุดตา ดอกเป็นช่อทรงกลมที่ปลายกิ่ง โดยมีใบเรียงแผ่วนต่อกันเป็นจานรองรับงดงามมาก แต่ละช่อมีดอกออกรวมกันตั้งแต่ 4-12 ดอก เมื่อบานมีขนาด 3-5 ซ.ม. มีขนสั้น ๆ สีแดงปกคลุม ดอกทรงกรวยแกมรูประฆัง ปลายแยกเป็น 5-6 กลีบ กลีบค่อนข้างกลม ส่วนโคนกลีบดอกเชื่อมกันทั้งหมด ยามที่กุหลาบพันปีเบ่งบาน น้ำหวานของมันยังกลายเป็นอาหารสำหรับนกและแมลงต่างๆ เช่นเดียวกับความงามที่ไม่เคยลบเลือน กุหลาบพันปีชอบน้ำ ต้องมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ แต่ไม่ขังแฉะ ถ้าหากปล่อยให้แห้ง อาจจะทำให้ตายได้ เนื่องจากว่ารากมีขนาดเล็กมาก และถ้าหากสูญเสียน้ำมากอาจจะทำให้รากแห้งตาย การปลูกกุหลาบพันปีภายในอาคารนอกจากความสวยงามของดอกที่จะสร้างบรรยากาศให้กับห้องแล้วกุหลาบพันปียังมีคุณสมบัติในการดูดสารพิษได้ดีอีกด้วย ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงช่วงเดือนมีนาคมกุหลาบพันปีสีขาวจะออกดอกมากกว่ากุหลาบแดง เวลาบานจึงขาวโพลนเต็มภูเขาหนาแน่นสวยงามมาก เพราะมีสีขาวบริสุทธิ์นี่เองจึงเป็นที่มาของการตั้งชื่อบริเวณที่พบมากที่สุดว่า โคกพรหมจรรย์

เมื่อปีที่ผ่านมาอำเภอภูเรือ ร่วมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จัดงานวันวาเลนไทน์ "รักมั่นพันปี รักแท้ต้องดูแลให้ได้" จดทะเบียนสมรสบนยอดภูหลวงในวันแห่งความรัก สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติพันธุ์ไม้เมืองหนาวให้คู่สมรสปลูกกุหลาบพันปี เพื่อเป็นที่ระลึก และเป็นอนุสรณ์แห่งความรักและความรักที่ยั่งยืนนาน โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ มาจดทะเบียนสมรสท่ามกลางบรรยากาศที่หนาวเย็นกว่า 10 องศาเซลเซียสบนยอดภูหลวงมากถึง 20 คู่ ณ ลานสุริยัน ที่เป็นทุ่งกุหลาบแดงออกดอกบานสะพรั่งเต็มลาน สวยสดงดงามแสนโรแมนติค...วันวาเลนไทน์ปีนี้คู่รักท่านใดต้องการประกาศความรักที่คงมั่นนิรันด์กาล เตรียมโทรไปจองที่อำเภอภูเรือแต่เนิ่นๆนะคะ ประเดี๋ยวจะฟ่าว เพราะปีนี้หนาวมากๆด้วยเด๊อค่ะ สิบอกให้