กามเทพแผลงรัก ('แพรณัฐ')

"...ไม่มีความทุกข์ใดจะคงอยู่ตลอดกาลหรอก เหมือนกับที่ไม่มีความมสุขใดจะคงอยู่ชั่วนิรันดร์"
ชวนอ่านวรรณกรรม

"...เวลาของมนุษย์มีน้อยมาก เธอควรใช้มันให้คุ้มค่า นวินรักเธอมากนะ เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเจ้าอสูรต่างหาก ไม่ใช่ความผิดของเขา ไม่มีอะไรดีไปกว่าการให้อภัยหรอกนะจอมขวัญ ถ้าเธอวางความโกรธแค้นทั้งหลายลง เธอก็จะมีความสุขกับชีวิตในโลกมนุษย์นี้ได้ ตราบเท่าที่เธอกับนวินยังมีชีวิตอยู่..."

แม้ว่า "จอมขวัญ" จะไม่ได้ยินคำพูดของเธอก็ตาม กามเทพสาวถอยห่างจากจอมขวัญด้วยความอุ่นใจขึ้นเล็กน้อย เธอพยักหน้าให้ "ป้องรัก" เพื่อออกเดินทางต่อไป

นกเลิฟเบิร์ดโฉบมารับอย่างรออยู่แล้ว มันพุ่งทะยานขึ้นบนท้องฟ้า...

แล้วภารกิจของ "พันธิตรา" กามเทพสาวที่ต้องดำเนินการให้บรรลุผลในเรื่องของความรัก ก็เริ่มต้นอีกครั้ง

ใครที่เคยอ่านหรือฟังตำนานเรื่องของกามเทพมาแล้ว ก็จะนึกภาพของทูตสวรรค์องค์น้อยที่สวยงาม น่ารัก โบยบินมาด้วย ปีกสีขาวบางเบา พร้อมคันธนูที่มีลูกศรอาบด้วยน้ำผึ้ง และแน่นอนว่าหากพบคู่ของใครก็จะยิงธนูแห่งรักให้ปักดวงใจของเขาและเธออย่างไม่ผิดพลาด

แต่...แม้แต่สวรรค์ก็ยังมีข้อยกเว้น การทำงานของ "พันธิตรา" กามเทพสาวสวย กับ "ป้องรัก" ทูตสวรรค์องค์น้อย มีความผิดพลาดบางประการเกิดขึ้น ทำให้ "รดิศ" หัวหน้าหน่วยรักสุดฤทธิ์ต้องเข้ามาแก้ไข

สวรรค์ก็เหมือนโลกมนุษย์เพราะมีทั้งฝ่ายธรรมะ และอธรรม ดังนั้น การก่อกวนไม่ให้หน่วยรักสุดฤทธิ์ ทำงานได้อย่างราบรื่นจึงเกิดขึ้น

'แพรณัฐ' นักเขียนรุ่นใหม่ผู้มีจินตนาการอันสดใสได้สร้างเหล่าเทวดานางฟ้ามากมายมาสร้างความสุขให้กับผู้อ่านด้วยเรื่องราวอันอลวนของฟากฟ้าและโลกมนุษย์ แต่ก็ไม่ลืมสอดแทรกข้อคิดอันน่าสนใจไว้เป็นระยะ

แม้มีคนตั้งคำถามว่า เหตุใดบางคนน่ารัก บางคนไม่น่ารัก และทำไมคนน่ารักต้องไปเจอกับคนที่ไม่น่ารัก และคนนี้น่าจะคู่กับคนนั้นมากกว่าคนนี้ ทำไมบางคน บางคู่ดูเหมาะสม ดูดี ก็คลาดแคล้วกันไป "กามเทพ" ทั้งหลายมีคำตอบใน "กามเทพแผลงรัก"

และในคำตอบเหล่านั้น ผู้เขียนได้แทรกแนวคิดในเรื่องของคติความดี ความชั่ว คือผู้ร้ายย่อมแพ้ภัยตัวเอง แม้แต่ทวยเทพก็ไม่เว้น ดังนั้น ในเรื่องผู้อ่านจึงได้พบกับความขัดแย้ง การชิงดีชิงเด่น การวางแผนโค่นล้มอำนาจของเหล่าเทพแต่ละฝ่ายที่บางครั้งก็ไม่ทำหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์เรียบร้อย ด้วยเหตุต่างๆนานาจนแม้กระทั่งเพราะใช้อารมณ์และทัศนคติส่วนตนเป็นตัวตั้ง (ดูแล้วก็คล้ายมนุษย์เหมือนกัน)

แต่จินตนาการของผู้เขียนที่ผนวกกับการนำเทคโนโลยีมาผสมผสานก็ทำให้เรื่องราวสนุกสนานพอเพลิดเพลินได้ยามที่อยากอ่านนวนิยายเบาๆสักเรื่องในวันหยุด รวมทั้งข้อคิดข้อสังเกตที่น่าสนใจว่าแท้จริงแล้ว "คนดี" ทั้งในโลกมนุษย์และสวรรค์ย่อมหมายถึงคุณสมบัติเดียวกัน หากสังคมดี ก็คือสวรรค์ สังคมล้มเหลวเสื่อมโทรมก็คือ นรก โดยไม่ต้องรอโลกหน้าเลยก็ว่าได้

"พวกเธอก็รู้ว่า ความสมดุลระหว่างสวรรค์ นรก และโลกมนุษย์ เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในขณะนี้ พวกอสูรในนรกภูมิเหิมเกริมขึ้นทุกที คอยรังควานสรวงสวรรค์ของเราอยู่เรื่อย โชคดีที่องค์มหาเทพทรงพระปรีชาสามารถ กองทัพแห่งสรวงสวรรค์ก็แข็งแกร่ง เราจึงกำราบพวกมันได้ทุกครั้ง..."

"กราฟข้างบนแสดงให้เห็นว่ามนุษย์รุ่นใหม่ที่กำเนิดในรอบห้าสิบปีตามเวลาโลกมนุษย์ มาจากพวกอสูรเกือบห้าสิบเปอร์เซ็นต์ และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มจำนวนขึ้นอีกเรื่อยๆ ขณะที่จำนวนมนุษย์ซึ่งถือกำเนิดจากเทวดาที่ลงไปจุติลดลงอย่างน่าใจหาย โลกมนุษย์จึงเกิดปัญหามากมาย ตามที่พวกเรารู้ข่าวนั่นแหละ..."

เทวดา อสูร มนุษย์ อยู่ไม่ไกลจากตัวเราเลย!