ฝนหลวง ฝนจากฟ้าสู่ประชาชน

๗๐ ปี แห่งพระบารมีปกเกล้า เนื่องใจโอกาส ๗๐ ปีแห่งการขึ้นครองราชสมบัติองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ฝนหลวง

ฝนจากฟ้าสู่ประชาชน

เงยดูท้องฟ้า มีเมฆ ทำไมถึงมีเมฆอย่างนี้ ทำยังไงจะดึงเมฆนี่ลงมาให้ได้ ก็เคยได้ยินเรื่องการทำฝน ก็มาปรารภกับคุณเทพฤทธิ์ ฝนทำได้ มี มีหนังสือ เคยอ่านหนังสือ ทำได้”

ในปี พ.ศ. ๒๔๙๘ หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎรทางภาคอีสาน ได้ทอดพระเนตรเห็นความยากลำบากแร้นแค้นของประชาชนซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม สาเหตุของความลำบากยากจนของพวกเขามาจากความแห้งแล้ง ทำให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีแนวพระราชดำริและมีพระราชประสงค์จะช่วยเหลือราษฎร

หลังจากที่ได้ทรงศึกษาค้นคว้าอย่างหนัก ทั้งงานวิจัยและเอกสารด้านวิชาการอุตุนิยมวิทยา การดัดแปรสภาพอากาศ จนพบว่าทำได้จริงแล้ว จึงพระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับการทำฝนหลวงให้หม่อมราชวงศ์เทพฤทธิ์ เทวกุล ผู้เชี่ยวชาญการวิจัยประดิษฐ์ทางด้านเกษตรวิศวกรรมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้น นำไปศึกษาทดลองเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๙

การทดลองทำฝนหลวงมีขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ๒๕๑๒ ที่อุทยานเขาใหญ่โดยทดลองหยอดก้อนน้ำแข็งแห้งเข้าไปในยอดเมฆสูงไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ ฟุตที่ลอยกระจัดกระจายอยู่เหนือพื้นที่ทดลอง จากการติดตามผลโดยการสำรวจภาคพื้นดินพบว่า เกิดฝนตกลงสู่พื้นที่ทดลองวนอุทยานเขาใหญ่ในที่สุด ทำให้ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพัฒนากรรมวิธีการทำฝนจาก “เมฆอุ่น”จนกระทั่งในปี พ.ศ.๒๕๑๖ ทรงสรุปขั้นตอนกรรมวิธีการทำฝนจากเมฆอุ่นได้สำเร็จ ทำให้เหล่านักวิทยาศาสตร์ฝนเทียมนานาชาติต่างยกย่องในพระปรีชาสามารถ เป็นผลให้ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นศูนย์กลางกิจกรรมทำฝนในเขตร้อนของภูมิภาคอาเซียนและเป็นแนวทางให้ประเทศต่างๆเช่นอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ฯลฯได้นำไปใช้บรรเทาปัญหาฝนแล้ง

หลักฐานชิ้นหนึ่งที่บ่งบอกถึงพระปรีชาสามารถด้านการทำฝนหลวงได้อย่างดียิ่ง คือ “ตำราฝนหลวง” ที่ทรงใช้ช่วยแก้ทุกข์เข็ญของราษฎรเมื่อครั้งเกิดวิกฤติภัยแล้งในปี ๒๕๔๐ ทรงแนะนำให้ตั้งคณะปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษเพื่อกู้ภัยแล้งในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำภาคกลางตอนบน ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และลุ่มแม่น้ำภาคเหนือตอนล่าง ทรงออกแบบวิธีการโจมตีเมฆด้วยวิธีที่ชื่อ “ซูเปอร์แซนด์วิช” และทรงประดิษฐ์ภาพการ์ตูนแสดงรายละเอียดขั้นตอน และวิธีการทำฝนหลวงทุกขั้นตอนเอาไว้อย่างสมบูรณ์ใน ๑ หน้ากระดาษ เป็นภูมิปัญญาที่ทรงให้ฝากไว้ประชาชนชาวไทยได้ใช้ยามขาดแคลนน้ำอย่างไม่ทรงสงวนลิขสิทธิ์แต่อย่างใด

(ข้อมูลจากหนังสือตามรอยพระบาท จอมปราชญ์แห่งสายน้ำ)