แม่เฒ่าตุ้ม จันทนิตย์ “ราษฎร”ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

๗๐ ปี แห่งพระบารมีปกเกล้าฯ

ในวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๔๙๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีได้เริ่มการเสด็จฯไปทรงเยือนภาคอีสานด้วยขบวนรถไฟพิเศษ โดยตลอดรายทางจะมีประชาชนมาคอยเฝ้าชื่นชมพระบารมีอย่างมากมาย

ก่อนที่จะเสด็จเยี่ยมราษฎรทางภาคอีสานนั้น มักจะมีเสียงเล่าลือว่าราษฎรชาวอีสานหรือคนไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือส่วนใหญ่จะเป็นพวกคอมมิวนิสต์ แต่เมื่อได้เสด็จฯไปทรงเยี่ยมราษฎรทางภาคนี้แล้ว ก็ได้พิสูจน์ว่าคำกล่าวหานั้นห่างไกลความเป็นจริง ทั้งสองพระองค์ประทับพระราชหฤทัยเป็นอันมากในอัธยาศัยไมตรีของชาวอีสานนับตั้งแต่ได้ทอดพระเนตรเห็นราษฎรชาวจังหวัดขอนแก่นที่ได้มาคอยเฝ้าฯรับเสด็จมากมายนับแสนคนที่ศาลากลางจังหวัด

วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๔๙๘     อาณัติ บุนนาค หัวหน้าส่วนช่างภาพประจำพระองค์ได้บันทึกภาพประวัติศาสตร์ของประเทศไทยไว้ได้ภาพหนึ่ง คือภาพแม่ตุ้ม จันทนิตย์ ถวายดอกบัวแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ท่านผูหญิงศรีนาถ สุริยะ ได้เล่าไว้ในบทความ” แม่เฒ่าตุ้ม จันทนิตย์ ภาคพิเศษ”ในวารสารไทย ฉบับที่ ๗๔ เมษายน-มิถุนายน ๒๕๔๓ ไว้ว่า

วันนั้นหลังจากทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารเสร็จสิ้นในช่วงเช้า ทั้งสองพระองค์จะเสด็จฯกลับไปประทับแรม ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมในตอนบ่าย ราษฎรที่รู้ข่าวก็พากันอุ้มลูกจูงหลานหอบกันมาเฝ้าฯ รับเสด็จที่ริมถนนอย่างเนืองแน่น

เช่นเดียวกันกับครอบครัวจันทนิตย์ที่ลูกหลานช่วยกันนำแม่เฒ่าตุ้ม วัย ๑๐๒ ปี ไปรอรับเสด็จ โดยจัดหาดอกบัวสายสีสมพูให้แม่เฒ่าจำนวน ๓ ดอกและพาออกไปรอที่แถวหน้าสุดเพื่อให้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทที่สุด”

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินมาถึง คุณยายนำดอกบัวขึ้นจบบูชาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโน้มพระองค์และก้มพระองค์จนพระเศียรลงจนเกือบติดศีรษะคุณยายและรับสั่งแผ่วเบา ไม่มีใครรู้ว่าทรงรับสั่งว่าอย่างไร แต่แน่นอนว่าแม่เฒ่าไม่มีวันลืม

เช่นเดียวกับที่ในหลวงไม่ทรงลืมราษฎรคนสำคัญที่ทรงพบริมถนนวันนั้น หลานและเหลนของแม่เฒ่าเล่าว่าหลังจากเสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพฯแล้ว สำนักพระราชวังได้ส่งภาพรับเสด็จของแม่เฒ่าตุ้ม ขนาด ๑๒ นิ้ว พร้อมทั้งพระบรมรูปหล่อด้วยปูนปลาสเตอร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานผ่านมาทางอำเภอพระธาตุพนมให้แม่เฒ่าตุ้มไว้เป็นที่ระลึก

แม่เฒ่าตุ้ม จันทนิตย์ “ราษฎร”คนหนึ่งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สิ้นอายุขัยอย่างสงบด้วยโรคชราเมื่ออายุได้ ๑๐๕ ปี


(ข้อมูลจากหนังสือ “เอกกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ” และ “เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”)