แซลมอนต้มซีอิ๊ว

อาหาร(ค)รอบครัว

น้องรักคนหนึ่งเธอมีรสมือในการทำอาหารได้จัดจ้าน เข้มข้น เธอเคยทำอาหารให้กิน โดยเฉพาะ "หัวปลาแซลมอนต้มซีอิ๊ว" ทำให้หลายๆคนจดจำรสชาติได้ไม่ลืมเลย

จริงๆแล้วเธอเป็นคนที่ทำอะไรก็อร่อยไปเสียทั้งหมด ทุกเมนูของเธอมักมีความเรียบง่าย แต่รสชาติมักเข้มข้นแบบคนไม่หวงเครื่องเครา จนทำให้ใครต่อใครที่เคยได้กิน มักจะคิดถึงรสมือของเธออยู่เนืองๆ แต่เพราะความห่างไกลของหนทาง ทำให้การจะได้กินอาหารฝีมือเธอ เป็นเรื่องของการรอคอยที่ยาวนานเสมอ จนที่สุดฉันต้องกล้าหาญที่จะลงมือเองเสียเลยจะดีกว่า โดยเลือกที่จะทำหัวปลาแซลมอนต้มซีอิ๊วตามแบบเธอ เพราะเป็นอาหารโปรดของตัวเอง

เธอบอกว่า "ไม่ยากเลยค่ะ" เพราะทุกอย่างที่จะนำมาปรุง ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้อร่อยได้ง่ายๆ ฉันจึงตัดสินใจไปซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้านพร้อมทั้งเลือกซื้อหัวปลาแซลมอนมา ๑ หัวใหญ่ๆ หัวปลาใหญ่มากจนนึกกลัวว่ารสมือตัวเองจะทำได้ไม่เข้มข้นอร่อยเท่าเธอ แต่ด้วยความอยากกินก็ต้องลงมือเองค่ะ

นอกจากหัวปลาแล้ว ต้องเตรียมเครื่องปรุงอื่นๆ เช่น เกลือป่น น้ำตาลทรายแดง น้ำมันงา ซีอิ๊วดำ (ฉันยังคงใช้ซีอิ๊วดำหวานจากสงขลาค่ะ) กระเทียมกลีบโตๆ สัก ๒ หัว หอมแดงเจียว ต้นหอม พริกขี้หนูแห้งคั่วไฟอ่อนๆ ทั้งหมดเตรียมไว้พร้อม

เริ่มต้นด้วยการล้างหัวปลาด้วยเกลือป่น แล้วจัดวางลงในหม้อตุ๋นหรือหม้อธรรมดาก็ใช้ได้ค่ะ แกะกระเทียมกลีบใหญ่ใส่ลงไปหลายๆกลีบตามใจชอบ เหยาะน้ำมันงาที่หัวปลาสัก ๒ -๓ ช้อนโต๊ะ หรือขึ้นอยู่กับขนาดหัวปลาค่ะ เหยาะซีอิ๊วดำหวาน เติมน้ำตาลทรายแดง ขั้นตอนนี้ถ้าซีอิ๊วดำเป็นซีอิ๊วหวานอยู่แล้วต้องระวังความหวานจะมากไปนะคะ

จากนั้นเติมน้ำพอท่วมหัวปลา ตั้งไฟอ่อนๆ เคี่ยวจนน้ำงวดแล้วชิมรสค่ะ รสชาติอาหารจานนี้จะออกรสเค็มกับรสหวานนำเท่ากันนะคะ แต่ถ้าใครไม่ชอบหวานนักก็ลดน้ำตาลค่ะ ก่อนยกลงจากเตา ใส่พริกขี้หนูคั่วที่เตรียมไว้สัก ๑๐ เม็ดกำลังสวยงาม สมดุลกับทุกอย่างที่หอมกรุ่นอยู่ในหม้อ แล้วก็หอมเย้ายวนมากขึ้นด้วยการหักพริกคั่วบางเม็ดด้วยนะคะ

เวลากินโรยด้วยหอมเจียวและต้นหอมหั่นฝอย และที่ขาดไม่ได้สำหรับบ้านเราคือ มีน้ำจิ้มสามรส (พริกขี้หนูตำกับกระเทียม ใส่น้ำปลา มะนาว ตัดน้ำตาลเล็กน้อย) วางร่วมบนโต๊ะอาหารเสมอ แม้แต่เมนูนี้ เราก็ใช้เป็นน้ำจิ้มสูตรนี้ ก็ยิ่งเพิ่มความอร่อยและไม่เลี่ยนค่ะ

ผลการลงมือตามวิธีทำแบบเธอ แต่ด้วยลิ้นการชิมของฉัน น้ำต้มเค็มเข้มข้นอย่างใจ หัวปลาเปื่อยจนกินได้ทุกส่วน และได้เป็นอาหารกลางวันของพ่อกับแม่ได้อย่างโก้และถูกปากคนชราเป็นอย่างดีทีเดียวค่ะ