ทับทิมเพชรรัตน์ (ทวิชา)

ชวนอ่านวรรณกรรม

"...นอกจากจะมี รัดเกล้า เข็มกลัด และแหวนแล้ว ในเครื่องประดับทับทิมเพชรรัตน์ ยังมีเครื่องประดับชิ้นอื่นอีกนะ..."

"ดิฉันมาแทนคุณจอมอีกปีแล้วเจ้าค่ะ ยังไม่รู้ว่าปีหน้าดิฉันจะมีแรงออกจากบ้านได้มาทำแทนคุณจอมอีกหรือเปล่า หรือดิฉันก็อาจตายไปแล้วก็ได้เจ้าค่ะ"

คุณ "อุณาโลม" ในวัยชรานึกขึ้นก่อนที่จะใช้สายตาที่พร่าเลือนทอดมองไปยังพระปรางค์นั้น

พ.ศ.๒๔๓๕ ปีที่ ๒๕ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

"จรรมพันธ์" บุตรสาวคนโตของ เจ้าพระยาเปมินทร์เดชานุชิต กับ คุณหญิงลำดวน จะเข้าไปอยู่ในวังกับคุณป้าของเธอ คือคุณศรีนวล เพื่อเรียนรู้วิชาการต่างๆ ตามที่กุลสตรีในยุคนั้นควรจะร่ำเรียนและแหล่งวิชาความรู้ หรือ "โรงเรียน" ที่สำคัญที่สุดก็คือ พระตำหนักของเจ้านายแต่ละพระองค์ในวังหลวงนั่นเอง

"แม่หนูเป็นลูกสาวคนโตของพ่อ พรุ่งนี้ก็จะเข้าวังไปเรียนรู้งานแบบกุลสตรีกับคุณป้าในตำหนักพระวิมาดาเธอฯ สมควรจะต้องมีเครื่องประดับติดตัวเอาไว้บ้าง คราใดจะต้องออกงานจะได้มีไว้ใส่ หยิบฉวยได้ทัน ทับทิมประดับเพชรชุดนี้ พ่อให้ชื่อว่า 'ทับทิมเพชรรัตน์' เป็นของชิ้นไม่ใหญ่เกินตัวมาก แต่ก็ไม่เล็กจนเกินไป หนูใส่พอดีๆ สมฐานะไม่เทียมเจ้าเทียมนาย" เจ้าพระยาเปมินทร์เดชานุชิตหยุดเว้นระยะ พร้อมกับยื่นกล่องสีฟ้ามีแม่กุญแจลายดอกไม้สลักกลีบดอกรูปไข่กลับ ปลายกลีบย่นพลิ้วให้กับบุตรสาว

"แม่กุญแจสลักคล้ายดอกบุนนาคเลยเจ้าค่ะ คุณพ่อ"

นับแต่วันนั้น "ทับทิมเพชรรัตน์" ก็กลายเป็นบ่อเกิดของตำนานของราชตระกูลตลอดมา โดยมี "อุณาโลม" ญาติใกล้ชิดของ "เจ้าจอมจรรมพันธ์" เป็นผู้รับรู้และเฝ้ามองการเดินทางของเครื่องประดับอันล้ำค่าชุดนี้ ผ่านวัน เวลา จากอดีตจนปัจจุบัน

"ทับทิมเพชรรัตน์" ชุดนี้ประกอบด้วยเครื่องประดับ ๗ ชิ้น คือ รัดเกล้า ปิ่นปักผม เข็มกลัด ปั้นเหน่ง สร้อย กำไล และแหวน

เมื่อสิ้นเจ้าจอมจรรมพันธ์ ทับทิมเพชรรัตน์ตกทอดเป็นมรดกมายังน้องสาวของท่านคือ "หม่อมจรวยลักษณ์" และแม้ว่าอดีตอันรุ่งเรืองจะผ่านไปแล้ว แต่ทว่าหม่อมจรวยลักษณ์ก็ยังดำรงเกียรติยศไว้ได้อย่างงดงาม และเก็บรักษามรดกชิ้นสำคัญนี้ไว้เป็นอย่างดี โดยมี คุณอุณาโลม น้องสาวต่างมารดาเป็นผู้ช่วยคนสำคัญในการดูแลความเรียบร้อยของวังและผู้คน

แต่แล้วคืนหนึ่งก็มีขโมยบุกรุกเข้ามาในวัง และขโมยทรัพย์สินไปหลายอย่าง ของมีค่านั้น รวมถึงเครื่องประดับชุดทับทิมเพชรรัตน์ที่ถูกขโมยไป ๔ ชิ้น คือ ปิ่นปักผม สร้อย กำไล ปั้นเหน่ง

ทับทิมเพชรรัตน์ จึงไม่ครบชุด และเครื่องประดับทั้งสี่ชิ้นที่หายไปจะตกไปอยู่กับใครบ้าง และอีกสามชิ้นที่เหลือ คือ แหวน เข็มกลัด รัดเกล้าจะอยู่ที่เจ้านายพระองค์ใด

"ทวิชา" นักเขียนผู้มีผลงานมายาวนาน ด้วยคุณภาพของฝีมือและแนวคิดอันไม่เป็นพิษภัยต่อผู้อ่าน ได้ผูกเรื่องราวของ "ทับทิมเพชรรัตน์" ได้อย่างน่าอ่าน ชวนให้เราติดตามไปด้วยความเพลิดเพลิน และอยากร่วมไขปริศนาไปด้วยว่า เครื่องประดับแต่ละชิ้นอยู่ที่ไหน และควรเป็นสมบัติของใคร

และ "ทวิชา" ก็ไม่ทำให้ผู้อ่านผิดหวัง ด้วยความเชื่อมโยงของตัวละครทุกตัวนั้น จะมีความเกี่ยวพันกับเจ้าของเดิมของทับทิมเพชรรัตน์ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทำให้สบายใจว่าอย่างน้อยผู้เป็นเจ้าของก็คือบุคคลที่เหมาะสม คนร้ายคนไม่ดีก็จะมีอันเป็นไป นั่นคือ ความดีย่อมชนะความชั่วเสมอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด

เมื่ออ่านประวัติผู้เขียนแล้ว ก็ทำให้ผู้อ่านชื่นใจได้อีกและมีรอยยิ้มอันเต็มไปด้วยความสุข

เพราะ "ทวิชา" ก็คือ นามปากกาของ "ชูวงศ์ ฉายะจินดา" นั่นเอง

"ชูวงศ์ ฉายะจินดา" ที่ไม่เคยทำให้ผู้อ่านผิดหวังด้วยเรื่องราวของความรัก ความหวัง อันจรรโลงใจเสมอมา