กฤษฎาธาร จันทะโก เซียน "ซอ"

สุขที่ใจรัก
ช่างภาพ: 

ด้วยมีฝีไม้ลายมือในการสี "ซอด้วง" ได้ครบรสหลายแนว ทั้งอ่อนหวาน เนิบช้า และรวดเร็ว ดุดัน จนส่งให้ชายหนุ่มคนนี้กลายเป็นคนดังขึ้นมาในโลกโซเชียลภายในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน

"ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงได้รักซอด้วงมากขนาดนี้ รู้แต่ว่ารู้สึกผูกพันเหมือนกับระลึกชาติได้ (หัวเราะ) ตอนนี้ก็เลยดีใจครับว่า นอกจากเราจะได้สนุกกับดนตรีที่ชอบแล้วยังได้ใช้โซเชียลมีเดียเป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่และอนุรักษ์ดนตรีไทยร่วมกันไปด้วย และที่ดีใจมากอีกอย่างคือ เราสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้ เพราะผมมั่นใจว่าในอนาคตจะต้องมีเด็กรุ่นใหม่ที่เก่งกว่าผม เป็นคนที่สามารถไปถึงระดับโลกได้เลย เพียงแต่การจะเล่นดนตรีให้ได้ดีนั้น เด็กจะต้องเจอคนเก่ง คนที่เป็นฮีโร่ของเขาให้ได้ก่อนจึงจะเกิดการอยากเลียนแบบ แล้วหลังจากนั้นเขาถึงจะค่อยๆพัฒนาต่อยอดต่อไปเอง"

ปัจจุบัน กฤษฎาธาร จันทะโก หรือปอย เป็นอาจารย์พิเศษที่คณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล กับทั้งเป็นคนดังใน www.facebook.com/กฤษฎาธาร จันทะโก ที่มีคนมาขอเป็นเพื่อน รวมถึงมียอดกดไลค์แต่ละครั้งนับได้หลายพัน

ปอยถือเป็นนักดนตรีคนหนึ่งที่มีครบทั้งพรสวรรค์และพรแสวงอยู่ในตัวเอง เนื่องจากว่าเริ่มสนใจดนตรีไทย โดยเฉพาะซอด้วงตั้งแต่ยังเป็นเด็กชั้นประถม แต่กว่าที่จะได้จับเครื่องดนตรีนี้อย่างจริงจังก็ต้องอดใจรอต่อไปอีกนานหลายปี เหตุผลเพราะว่า...

"เริ่มจากเห็นเพื่อนเล่นในงานรอบกองไฟตอน ป.๕ รู้สึกประทับใจในเสียงที่มีเสน่ห์และพลัง เด็ดขาดมากจึงเข้าไปถามเขาว่าเรียนที่ไหน แล้วก็ขอตามไปเรียนด้วย ผมเริ่มจากไปเรียนที่บ้าน ครูสรรเสริญ อัตพรต ซึ่งเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่โรงเรียนพิจิตรพิทยาคม ที่ตลกคือครั้งแรกพอครูถามว่าอยากเล่นอะไร ผมเป็นคนขี้อาย ไม่กล้าบอกว่าตัวเองชอบอะไรเลยบอกว่าอยากเล่นระนาด เล่นได้ ๒ เดือน ไม่พัฒนา ครูให้เปลี่ยนเครื่องก็ดันไปบอกว่าจะเล่นจะเข้ ฝีมือก็ไม่พัฒนาอีก ครูเลยว่างั้นเปลี่ยนไหม เพราะจริงๆการเล่นดนตรีไทยต้องดูสรีระด้วย ไม่ใช่ทุกคนที่จะเล่นเครื่องทุกชิ้นได้ คราวนี้ตามองซอด้วงนะ แต่ตอบครูว่า ซออู้ (หัวเราะ) คราวนี้เล่นได้เลย เพราะสรีระเราได้ แต่ใจยังคงใฝ่หาซอด้วงเลยแอบเล่นซอด้วงไปด้วยตลอด ทั้งที่ครูห้าม เพราะไม่อยากให้เด็กเล่นมั่วเครื่อง

ผมหัดเล่นซอด้วงโดยใช้วิธีดูรุ่นพี่เล่น คือผมเป็นคนที่แค่มองก็เล่นตามได้แล้ว มันเหมือนกับเป็นพรสวรรค์ส่วนตัวของเราด้วย หลังจากนั้นผมหัดเล่นเองได้ทุกเพลง แต่เราเป็นเด็กต่างจังหวัด ไม่รู้หรอกว่าการเล่นที่สุดยอดคืออะไร ยูทูบก็ยังไม่มี ขนาดเทปคาสเซ็ทท์ยังหายากต้องขอก๊อบปี้ของครูแล้วเปิดฟังจนเทปยานเลย"

ปอยเล่าว่าเขาเล่นซออู้อยู่ในวงของโรงเรียนมาหลายปี จนถึง ม.๔ เกิดเหตุการณ์ที่ทางวงต้องไปร่วมประกวดดนตรีไทย จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่นักเรียนที่เล่นซอด้วงเดินทางไปต่างประเทศ ปอยจึงได้โอกาสมานั่งเล่นแทน

"หลังจากนั้นก็ได้เล่นซอด้วงมาตลอด ดีใจมาก" (หัวเราะ)

หลังจากฝันเป็นจริงแล้ว ต่อมาเขาได้เข้ามาศึกษาต่อที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกดนตรีไทย (ซอด้วง) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยที่ทางบ้านไม่รู้เรื่องเลย จนเมื่อสอบติดแล้วถึงค่อยบอกความจริง

"ที่บ้านไม่เห็นด้วย เพราะทำงานธนาคารกันหมดมาตั้งแต่รุ่นปู่ พ่อก็คิดว่าเราจะทำตาม แต่ผมอ่อนวิชาเลขมาก เลยแอบมาสอบแล้วค่อยบอกทีหลัง ช่วงก่อนสอบผมซ้อมหนักมากทุกวัน เพราะตั้งใจจะเอาดีทางนี้แน่นอน พอได้เข้ามาเรียน ฝีมือก็พัฒนาขึ้นมาก เพราะผมไปฝากตัวเป็นศิษย์กับครูหลายคน เช่น ครูเฉลิม ม่วงแพรศรี ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งมาเป็นอาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัย ครูธีระ ภู่มณี ศิลปินกองการสังคีต กรมศิลปากร ครูเบญจรงค์ ธนโกเศศ ศิลปินแห่งชาติ สอนที่จุฬาฯ รวมถึงได้เป็นคนซอด้วงอยู่ในวงศิลป์สายไทย ของ อาจารย์สหรัฐ จันทร์เฉลิม ซึ่งสอนอยู่ที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล อาจารย์ได้สอน ให้ความรู้ และกลเม็ดต่างๆ จนตกผลึกมาเป็นตัวเราในทุกวันนี้"

ส่วนสาเหตุที่กลายมาเป็นคนดังในสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งที่โดยปกติเป็นคนเงียบๆ เฟซบุ๊คที่คนอื่นติดกันงอมแงม เขาก็แทบไม่สนใจ ปอยบอกว่าเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจเลยแม้แต่น้อย

"จุดเปลี่ยนคือผมลืมวันเกิดพ่อก็กลัวเขาน้อยใจเลยอัดคลิปเล่นซอเพลง 'ความในใจ' จากเรื่องปริศนา ลงเฟซบุ๊ค แล้วแท็กให้พ่อ แต่ปรากฏว่ามีคนอื่นเข้ามากดแชร์กดไลค์ประมาณ ๑,๖๐๐ ไลค์ แล้วก็มีคนขอเป็นเพื่อนจนเต็มจำนวนที่กำหนดภายในเวลา ๑ สัปดาห์ จากคลิปนั้นคลิปเดียว แรกๆยังนั่งคัดเลือกคนที่เราจะรับเป็นเพื่อนนะ แต่หลังๆไม่ไหวเมื่อยมือมาก (หัวเราะ) ตอนนั้นตกใจ แต่ก็ดีใจที่มีคนชอบ มีคนเข้ามาคุยหลังไมค์เป็นพันจนตอบไม่ไหว ส่วนใหญ่จะถามว่าทำไมไม่โพสต์อีก จนเราต้องทำคลิปที่ ๒ ชื่อเพลง 'Arabian suite' แล้วแท็กให้กับคนที่ขอ หลังจากนั้นขับรถกลับบ้านมาเปิดดูอีกที มียอด ๓,๐๐๐ ไลค์ ๒,๐๐๐ แชร์ ภายใน ๒ ชั่วโมงจนคนที่ถูกแท็กต้องหลังไมค์มาบอกว่า ขอลบออกนะคะ เพราะข้อความมันเด้งตลอดเวลา หลังจากนั้นก็มีคนเอาคลิปไปลงตามเพจต่างๆ อีกเยอะมาก เช่น เพจ youlike เพจทีวีพูล และเพจคลิปดัง facebook ต่อด้วยการเชิญไปออกรายการทีวี ล่าสุดช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาได้ลงคลิปที่ ๓ เพื่อส่งความคิดถึงปีใหม่ด้วยดนตรีไทยแนวใหม่ ชื่อเพลง 'เธอ' (cover) ดนตรีไทย เวอร์ชั่นสุดฟรุ้งฟริ้ง ทำให้ดังกว่าเดิม โดยถูกแชร์ ๓,๐๐๐ กว่าครั้ง ยอดกดไลค์อีก ๖,๐๐๐ ไลค์ และยังถูกแชร์ในเพจ youlike และเพจต่างๆ เช่นเดิม"

ความโด่งดังซึ่งถาโถมเข้ามาแบบไม่ให้ทันตั้งตัวทำให้เจ้าตัวมึนงงอยู่พอสมควร แต่ที่ต้องยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลยนั่นก็คือ ฝีมือการเล่นซอที่เขาหมั่นฝึกฝนตนเองอย่างหนักมาเป็นเวลานานหลายปีจนสามารถบรรเลงได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจในทุกแนว

"คือการเล่นเพลงเพราะ คนชอบฟังอยู่แล้วครับ แต่ยิ่งถ้าเล่นแบบใช้ทักษะขั้นสูง คนจะยิ่งตื่นตาตื่นใจ เพราะด้วยธรรมชาติของซอคือความหวาน ถ้าเล่นแบบนี้จะง่ายกว่าเล่นให้แรงและเร็ว อย่างเช่นเล่นไต่ไล่บันไดเสียงขึ้นลงๆ เพราะว่ามันเป็นการฝืนธรรมชาติของซอจนเรียกว่าฉีกกฎไปเลย ดังนั้น จึงไม่ใช่ว่าใครก็เล่นได้ ผมจะมีชื่อเสียงในด้านการเล่นแบบ Expression คือรวดเร็ว ซึ่งเทคนิคแต่ละอย่างผมต้องฝึกซ้อมเป็นพันเป็นหมื่นครั้งกว่าจะได้ แต่ทั้งนี้ที่สำคัญคือเราต้องได้ของโบราณมาก่อน แล้วถึงค่อยเอามาต่อยอดทำอะไรที่ใหม่ๆ ไม่ใช่อยู่ๆจะมาทำเลย ถ้าอย่างนั้นพังแน่"

อย่างไรก็ตาม ปอยไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเป็นที่นิยมชมชอบ หรือชื่อเสียงเท่ากับว่าตัวเองจะมีส่วนช่วยทำประโยชน์ต่อวงการดนตรีไทยได้อย่างไรบ้าง

"ตอนนี้คิดว่าคงทำเพจไปก่อน โดยได้เปิดเพจชื่อ 'ปอย's inovative sor' ตั้งใจว่าจะเล่นทั้งเพลงไทยโบราณที่เป็นเพลงคลาสสิค และแนวร่วมสมัย รวมถึงมีคลิปสอนด้วย เพราะมีหลังไมค์มาถามเยอะ แล้วตัวเราก็มีความสุขกับการสอนมากกว่าที่จะให้ไปออกอัลบั้มหรือไปเล่นตามงาน เพราะว่าการสอนเราปั้นคนได้ แต่ทั้งนี้ต้องฝึกฝนกันตั้งแต่เด็ก และการที่มีชื่อเสียงขึ้นมาในโลกโซเชียล ผมดีใจมากตรงที่เราสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้ เพราะถ้าเด็กไม่เจอคนที่เก่ง เขาจะไม่อยากเล่น หรือคนที่เล่นอยู่แล้วก็มีความมั่นใจมากขึ้น กล้าแสดงออก เมื่อเห็นเราเป็นฮีโร่ เพราะว่าการจะเล่นดนตรีให้ดี จำเป็นต้องมีไอดอลที่เราอยากจะเป็นอย่างนั้นบ้างเกิดขึ้นมาก่อน แล้วถึงจะเกิดการเลียนแบบ จากนั้นก็พัฒนาต่อไปเอง ผมมั่นใจว่าในอนาคตจะมีเด็กรุ่นใหม่ที่เก่งกว่าผม เก่งชนิดที่สามารถไปถึงระดับโลกได้เลย เพราะวงการดนตรีไทยมีการพัฒนาอยู่ตลอด เพียงอาจจะช้าหน่อย แต่ว่ายั่งยืนแน่นอน"

คืออีกหนึ่งทายาท "ดนตรีไทย" ที่มากมีทั้งฝีมือ และความตั้งใจในการสืบสานสิ่งดีงามของชาติให้คงอยู่ตลอดไป