นำภาค ศรีบัณฑิตมงคล

"ซอเอ้อร์หู" เครื่องดนตรีคู่ใจ
ศิลปบันเทิง

แม้จะเติบโตและคลุกคลีมากับเครื่องดนตรีไทย แต่ นำภาค ศรีบัณฑิตมงคล หรือ เหนือ กลับตกหลุมรักเสน่ห์เสียงบรรเลงจากเครื่องดนตรีจีน ที่มีนามว่า "ซอเอ้อร์หู" จนนำไปสู่เส้นทางการเป็นมือซอเอ้อร์หูสัญชาติไทยเพียงคนเดียว ประจำวง Chao Feng Chinese Orchestra วงออเคสตร้าจีนที่ใหญ่ที่สุดของเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย

จากมือระนาดเอกสู่เส้นทางซอเอ้อร์หู

"ผมจบจากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหิดล สาขาดนตรีไทยและดนตรีตะวันออก เครื่องมือเอกระนาดเอก แต่จริงๆแล้วผมเกิดมากับซอ เริ่มเล่นสะล้อมาตั้งแต่ ป.๑ แล้วมาเล่นซอไทยตอน ม.๑ ส่วนซอจีนหรือซอเอ้อร์หูมาเริ่มเล่นตอน ม.๓ เส้นทางดนตรีของผมคือเริ่มจากดนตรีพื้นบ้านภาคเหนือ มาสู่ดนตรีไทย แล้วจึงได้มาลองดนตรีจีนบ้างนิดหน่อยแบบเอาสนุก ซึ่งจริงๆแล้วเราชอบซอจีนนะเพียงแค่ตอนนั้นยังไม่ได้เรียนจริงจัง แต่พอวันหนึ่งผมได้มาเจอกับคุณอาท่านหนึ่งซึ่งเขาให้การสนับสนุนเราในการฝึกซอจีน ให้โน้ตเพลง บอกเทคนิคการเล่น จากที่ก่อนหน้านี้เราเห็นคนจีนที่เล่นเก่งๆผ่านคลิปวิดีโอใน YouTube แล้วคิดว่าชาตินี้คงเล่นไม่ได้หรอก แต่พอได้คำแนะนำชักเริ่มทำได้บ้าง พอทำได้ก็สนุก เริ่มติด จนช่วงจบ ม.๖ ได้ไปศึกษาซอเอ้อร์หูที่ประเทศจีนเป็นระยะเวลาสั้นๆ ตรงนี้เรียกว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เรามามุ่งมั่นกับเครื่องดนตรีชนิดนี้"

หอบหิ้วซอเอ้อร์หูบินข้ามฟ้าสู่แดนจิงโจ้

"พอจบชั้นมัธยมปลาย ผมมาเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่ประเทศออสเตรเลีย สาขา Sound Engineer ที่ Royal Melbourne Institute of Technology (RMIT) ไม่ได้จับเครื่องดนตรีไทยแล้ว แต่ผมเอาซอเอ้อร์หูไปด้วย ช่วงแรกเราฝึกฝนเอง พอดีที่โน่นเขามีวงออเคสตร้าจีนที่ใหญ่และเก่าแก่ มีอายุถึง ๓๔ ปี ซึ่งอ่อนกว่าวงออเคสตร้าที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศจีนเพียง ๑๕ ปี ผมได้ไปสมัครเข้าวงแล้วก็ผ่าน ทางวงแนะนำอาจารย์ที่เก่งๆให้เราไปฝึก ทำให้ได้พัฒนาฝีมือขึ้น ตอนนี้เป็นสมาชิกได้ประมาณ ๑ ปีแล้ว งานที่เล่นจะมีพวกเปิดนิทรรศการภาพวาดจีน ตรุษจีน และคอนเสิร์ตประจำปีครับ"

ความแตกต่างของเครื่องสายไทยกับเครื่องสายจีน

"ถ้าดูผิวเผินซอไทยและซอจีนจะเหมือนกัน รูปร่างลักษณะเหมือนกัน บางคนยังนำซอจีนมาสีกับเพลงไทย แต่เอาตามจริงซอทั้งสองชนิดต่างกันตั้งแต่ท่านั่งสีแล้วครับ ซอจีนเขาจะนั่งเก้าอี้สี ส่วนซอไทยจะนั่งพับเพียบ จุดนี้มีผลต่อการส่งพลังในการเล่น อย่างซอจีนนั่งเก้าอี้เล่น แรงส่งจะเกิดตั้งแต่เท้าขึ้นไปจนถึงเอว แล้วจึงไปที่ข้อมือเกิดเป็นเสียง ส่วนการจับ ซอไทยจะจับลักษณะเหมือนการกอดซอ ส่วนซอจีนจะคล้ายการพยุงไว้เฉยๆ จึงค่อนข้างอิสระกว่า โทนเสียงมีแตกต่างกันเล็กน้อย เสียงซอเอ้อร์หูจะนุ่มนวลและใส อย่างไรก็ตาม จิตวิญญาณในตัวผู้เล่นเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้เสียงของซอเอ้อร์หูเป็นสำเนียงของซอเอ้อร์หูจริงๆ"

อิสระจากรูปแบบ คือเสน่ห์ที่ทำให้หลงใหล

"ด้วยน้ำเสียง และเทคนิคที่ไม่มีวันสิ้นสุด ทำให้ผมเลือกใช้เครื่องดนตรีตัวนี้เป็นหลัก ผมเคยถามอาจารย์ว่าเพลงไหนยากที่สุด อาจารย์ตอบว่าไม่มี เพราะถ้ามีที่สุด คนที่ไปถึงแล้วก็ไปต่อไม่ได้สิ มีแค่ทำให้ดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ เราเลยชอบเพราะได้ทดลองของใหม่ตลอดเวลา ได้ลองเทคนิคที่ไม่มีในซอไทย แบบ เฮ้ย! มีอย่างนี้ด้วยเหรอ เรียกว่าใช้ซอคุ้ม พอทำได้เรายิ่งสนุก อยากจะทำให้ดียิ่งขึ้นไปอีก เป็นกิเลสอย่างหนึ่ง" (หัวเราะ)

กลับมาไทยในครั้งนี้นำเสียงซอเอ้อร์หูมาฝากคนไทย

"กลับมาคราวนี้ได้มาเล่นคอนเสิร์ต Silk Smile รอยยิ้มจากเส้นไหม เป็นคอนเสิร์ตที่พูดถึงเครื่องดนตรีกู่เจิงที่บรรเลงโดยอาจารย์ชุยหยาง เป็นนักดนตรีกู่เจิงที่เก่งมาก ส่วนผมเป็นสมาชิกวง One World Project ที่รวมเครื่องดนตรีต่างๆทั่วโลก ครั้งนี้ ซอเอ้อร์หูจะบรรเลงร่วมกับกู่เจิงของอาจารย์ชุยหยาง และเครื่องดนตรีอื่นด้วย คอนเสิร์ตจัดขึ้นทั้งหมด ๓ รอบ ที่สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา มหาวิทยาลัยบูรพา และหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร คนที่มาดูให้ความสนใจไม่น้อยครับ มีเข้ามาสอบถามถึงวิธีการเล่นเครื่องดนตรีจีนกัน"

นำดนตรีจีนเป็นแรงบันดาลใจสู่การพัฒนาดนตรีไทย

"ปัจจุบันคนไทยรู้จักซอเอ้อร์หูไม่มากแต่ก็ไม่น้อย เขาจะรู้จักว่านี่คือซอจีนแต่ไม่รู้ว่าชื่อเรียกอะไร เล่นอย่างไร ทำอะไรได้บ้าง ผมเลยทำเพจในเฟซบุ๊ค ชื่อ Erhu Lover Thailand แชร์เทคนิคเคล็ดลับต่างๆ แล้วมีแชร์คลิปอาจารย์เก่งๆที่เขาเป็นที่ยอมรับในระดับโลก ให้คนไทยได้รู้จัก เพราะผมเห็นบางครั้งคนไทยชื่นชมเพลงง่ายๆของคนจีนว่าสุดยอดมาก เราอยากให้รู้ว่าพวกนี้ธรรมดานะ และอยากให้ได้เห็นว่าเขาไปถึงไหนแล้ว จะได้เป็นแรงบันดาลใจให้นักดนตรีไทยหลายๆคนลุกขึ้นมาพัฒนาดนตรีไทย วิธีคิด วิธีทำเพลงให้ก้าวหน้า อย่างดนตรีจีนเขาพัฒนาให้ก้าวหน้าโดยไม่ได้มีกลิ่นอายฝรั่งเลย เขาใช้วัตถุดิบที่เป็นของชาติเขานี่แหละ ดนตรีไทยของเราน่าจะทำได้แบบนั้นเหมือนกัน ไม่ใช่เอาฝรั่งมาใช้กับดนตรีไทย แล้วบอกว่าเราพัฒนาแล้ว มันไม่ใช่ อยากให้เราพัฒนาจากสิ่งที่เรามีให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ"

สอนดนตรีได้อย่างไร้พรมแดน

"ช่วงที่กลับไทยผมจะรับสอนนักเรียนตัวต่อตัว สอนวิธีจับ ใช้แรงอย่างไร มือจับอย่างไร คือปรับพื้นฐานให้ได้ก่อน พอได้แล้วจะสามารถเรียนออนไลน์ได้ ถ้าผมไม่อยู่เมืองไทยจะสอนออนไลน์ ส่งโน้ตให้นักเรียนไปฝึกแล้วลองสีให้ฟัง เพลงที่เราสอนจะเป็นสายคลาสสิค ผมไม่สอนเพลงป็อป ถ้าจะจ่ายตังค์ให้ผมเพื่อให้สอนเพลงป๊อป ผมไม่เอา เปลี่ยนเพลงเถอะครับ เพราะสิ่งที่ผมสอนเป็นพื้นฐานของวิทยาลัยดนตรีที่จีน ถ้าคุณเล่นพื้นฐานพวกนี้ได้ เพลงป๊อปดูโน้ตทีเดียวสีได้เลย ไม่ต้องมาลงเรียนให้เสียเวลา

ลูกศิษย์ของผมมีหลากหลายมาก ทั้งวัยเรียน วัยทำงาน แต่ส่วนใหญ่มักจะมีพื้นฐานมาบ้างแล้ว อยากศึกษาเทคนิคเพิ่มเติม สำหรับคนที่อยากเริ่มเล่น แนะนำให้เริ่มจากการฟังและดูให้มากๆ จะได้มีแรงบันดาลใจและเป้าหมายในการเล่น แถมยังเป็นการฝึกโสตประสาทไปในตัวด้วยครับ พูดง่ายๆคือเราต้องหาไอดอลของเราก่อน พอมีเป้าหมาย จะทำอะไรมันก็มั่นคงเสมอครับ"

ความฝันของ "เหนือ" ที่อยู่เหนือขึ้นไป

"ในด้านดนตรีจีน ผมอยากเห็นคนไทยเล่นดนตรีจีนเก่งกันเยอะๆ อยากยกระดับมาตรฐานการศึกษาดนตรีจีนในไทยให้เทียบเท่าประเทศเพื่อนบ้านของเรา อยากให้มีครูดนตรีจีนที่ดี มุ่งเน้นจะพัฒนาผู้เรียนและดนตรีมากกว่าธุรกิจการค้า

ส่วนในด้าน sound engineer ที่กำลังศึกษาอยู่ ถ้าจบมาแล้วอยากจะทำงานในสตูดิโอมีชื่อเสียงที่ต่างประเทศ เก็บเกี่ยวประสบการณ์มากๆ เพื่อหวังว่าวันหนึ่งจะกลับมาพัฒนาที่ประเทศบ้านเกิด ผมมองว่าเราเกิดมาเพื่อสร้างอะไรไว้ให้กับโลก เกิดมาเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ เพราะฉะนั้นความสำเร็จสูงสุดของผม ก็คือการได้พัฒนาดนตรีและศิลปะที่ผมรักครับ"

การกลับมาเมืองไทยของ นำภาค ศรีบัณฑิตมงคล ในครั้งนี้ นอกจากเพื่อแสดงคอนเสิร์ตแล้ว เขายังเข้าร่วมแข่งขันดนตรี ในฐานะนักซอเอ้อร์หูเป็นครั้งแรกอีกด้วย เชื่อว่าความรักในดนตรี ความตั้งใจดี และความมุ่งมั่น จะนำเขาไปพบกับความสำเร็จที่อย่างตั้งใจ

เอาใจช่วยหนุ่มน้อยนักซอคนนี้ในทุกย่างก้าวของการตามฝัน ติดตามความเคลื่อนไหวพร้อมข้อมูลของซอเอ้อร์หูได้ที่ https://www.facebook.com/ErhuLoverThailand