เห็นทีจะต้องมีการจดบันทึกลงในกินเนสส์บุ๊คเสียแล้วว่า ปีมังกรทองปีนี้ คนในแวดวงบันเทิงพากันเดินพาเหรดเข้าสู่ประตูวิวาห์มากเป็นประวัติการณ์ ไม่เว้นแม้แต่ยอดชาย มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอ และผู้ก่อตั้ง เฟซบุ๊ค เว็บไซต์สังคมออนไลน์ที่แพร่หลายที่สุดในโลก เข้าพิธีแต่งงานกับ พริสซิลลา ฉาน แฟนสาวที่คบและดูใจกันมาถึง 9 ปี โดยเลือกที่จะแต่งงานเล็กๆที่สวนหลังบ้านใน พาโล อัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา มีผู้มาร่วมงานถึง 100 คน แต่มีคนเข้าไปกดไลค์นับแสนคน

ถึงวันนี้ความงดงามตระการตาในงานแต่งงานของดาราสาวสวยอย่าง แอฟ-ทักษอร กับ สงกรานต์ ยังเป็นที่กล่าวขานถึง ท่ามกลางขุนเขาแมกไม้สายลม ณ ไร่โบนันซ่า เขาใหญ่ บ่าวสาวในชุดไทยนั่งพับเพียบเรียบร้อยทำพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ระหว่างมะขามยักษ์ 2 ต้น ด้วยหลักคิดที่เชื่อว่าน่าจะทำให้การครองรักของคนทั้งคู่มั่นคงยาวนาน ความงดงามของงานแต่งครั้งนี้ สามารถสะกดแขกเหรื่อที่มาร่วมพิธีจนแม้แต่ตัวเจ้าบ่าวเองยังถึงกับน้ำตาซึมด้วยความซาบซึ้งตรึงใจ

อันที่จริงพิธีแต่งงานไม่ว่าจะเป็นชาติใดภาษาใด ฝรั่ง แขก ไทย จีน ล้วนมีประเพณีสืบทอดกันมาแต่โบราณ แต่เป้าหมายหลักก็คือ เพื่อสืบเผ่าพันธุ์ให้เจริญงอกงาม มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองเพื่อความมั่นคงของครอบครัวในแซ่ ในสกุล เมื่อมีจำนวนคนในหมู่มากขึ้นก็จะได้เป็นกำลังในการป้องกันศัตรูที่จะมารุกราน และก่อร่างสร้างตัว ทำมาหากินได้อย่างสะดวกสบาย

ด้วยเหตุนี้ คนโบราณจึงถือว่าการแต่งงานเป็นเรื่องสำคัญ มีการประกอบพิธีกรรมต่างๆตามความเชื่อ และมีลัทธิศาสนาเข้ามาพัวพันด้วย และพิธีแต่งงานไม่ว่าในหมู่ชนชาติไหน มักเชิญญาติมิตรมาร่วมงานร่วมพิธีรวมทั้งมีการเลี้ยงดูกันอย่างเอิกเกริก

ฤกษ์แต่งงานเป็นสิ่งแรกที่ต้องเลือกเพื่อความเป็นสิริมงคล ส่วนมากจะเป็นหน้าที่ของโหร หรือผู้รู้ที่จะกำหนดให้ แต่ทั่วไปจะแต่งกันในเดือนคู่เอาเคล็ดคำว่า คู่ เว้นเดือน 12 ที่เชื่อว่าเป็นฤดูสุนัขติดสัด แต่ปัจจุบันรู้สึกจะเลิกถือกันแล้ว บ้างก็กล่าวว่าถ้าได้แต่งเดือน 9 ข้างขึ้นจะดีมาก ส่วนวันแต่ง นิยมวันศุกร์ ไม่นิยมแต่งวันพฤหัส ดังคำกล่าวติดปากข้อห้ามที่ว่า

"เผาผีวันศุกร์ ปลุกผีวันอังคาร แต่งงานวันพฤหัสบดี"

รวมทั้งยังไม่นิยมแต่งงานในวันที่ระบุว่าเป็นวันอุบาทว์หรือวันโลกาวินาศ ต้องเลือกเอาวันธงชัย และวันอธิบดี เท่านั้น

การปลูกเรือนหอ มีการกล่าวไว้ว่าจะต้องหาฤกษ์ผานาที ทำให้ถูกต้องตามแบบโบราณ เรือนนั้นจึงจะเป็นที่อยู่สุขสำราญสืบไปยืนยาว แต่ถ้าปลูกไม่ทันกำหนดงานแต่งและฤกษ์ส่งตัวก็สามารถส่งตัวกันที่เรือนเดิมของเจ้าสาว เมื่อเรือนหอแล้วเสร็จจะต้องมีพิธีขึ้นเรือนหอ ซึ่งทำเหมือนกับการขึ้นเรือนใหม่

ตามประเพณีโบราณจะไม่ส่งตัวเจ้าสาวในวันแต่ง แต่จะรอจนกว่าจะถึงฤกษ์วันเรียงหมอน ซึ่งบางทีกว่าจะถึงฤกษ์ก็นานหลายวัน เจ้าบ่าวจะต้องนอนเฝ้าหออยู่คนเดียวไปพลางก่อน ในตอนค่ำฝ่ายเจ้าสาวจะส่งผ้านุ่งมาให้ผืนหนึ่งสำหรับใช้ผลัดนุ่งนอนเฝ้าหอ ผ้าผืนนี้เรียกว่า ผ้าห้อยหอ เจ้าบ่าวต้องนอนเฝ้าหอ 3 คืนบ้าง 5 คืนบ้าง ถึง 7 คืน หรือนานกว่านั้นก็มี ระหว่างเจ้าบ่าวนอนเฝ้าหอ

บิดา มารดา ฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะช่วยกันจัดหาบัณฑิตผู้รอบรู้ฝ่ายละ 2 คน มาสวดมาลัยสูตรให้ฟัง การสวดเป็นทำนองโอดครวญโหยหวนเป็นที่เชื่อว่าไพเราะน่าฟัง มีข้อความเป็นการสั่งสอนเจ้าบ่าวให้ประพฤติตนด้วยกิริยามารยาท และวาจาถนอมน้ำใจ รู้บาปบุญคุณโทษ ปัจจุบันสวดมาลัยไปใช้ในงานศพแทน ไม่นิยมในงานแต่งงานแล้ว

กุศโลบายของคนสมัยก่อนที่ให้มีประเพณีเจ้าบ่าวเฝ้าหอนั้นน่าสนใจมาก นัยว่าเพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าบ่าวจะไม่มีลูกเมียแอบแฝงไว้ที่ไหนจะได้ทราบเสียก่อน บ้างก็เชื่อว่าเป็นการให้รู้จักยับยั้งชั่งใจบ้าง แต่ผู้รู้บางท่านบอกว่า การเฝ้าหอเป็นประเพณีเก่าสืบมาแต่ดึกดำบรรพ์แล้ว และหลายประเทศก็มีประเพณีนี้ อาทิ ประเพณีอินเดียโบราณ ผู้ประกอบพิธีแต่งงานคืนนั้นห้ามขาดไม่ให้เจ้าบ่าว เจ้าสาวนอนด้วยกัน ชาวเกาะมาลายูบางแห่ง เจ้าบ่าวต้องนอนคอย 3-4 วัน ประเพณีชาวเกาะบาหลีและโมร็อคโค ห้ามเจ้าบ่าว เจ้าสาว พูดจากันในคืนเข้าพิธีแต่งงานแล้ว

ฤกษ์ปูที่นอนเป็นอีกหนึ่งความเชื่อที่คนโบราณให้ความสำคัญมาก โดยจะเลือกผู้สูงอายุคู่สามีภรรยาที่เป็นผู้ดีและมั่งมีศรีสุข เคยมีบุตรด้วยกัน บุตรนั้นต้องเลี้ยงง่ายและยังมีชีวิตอยู่ การปูที่นอน คือการปูที่หลับปัดที่นอน ปูฟูกเบาะเมาะ หมอน และกางมุ้งให้เจ้าบ่าว เจ้าสาว แล้วคนทั้งสองก็นอนพอเป็นพิธีในที่นอนเป็นฤกษ์ก่อน เรียกกันว่า ฤกษ์เรียงหมอน ผู้ชายนอนขวาของผู้หญิง ในพิธีปูที่นอนนี้มีหินบดยา ฟักเขียว แมวตัวผู้สีขาวทาแป้งแต่งตัวด้วยเครื่องแป้งน้ำมันหอมลูบไล้ให้ทั่วตัว ถั่วเขียว เมล็ดงา ข้าวเปลือกอย่างละหยิบมือห่อกระดาษหรือถุงขนาดเล็กตั้งไว้ในพาน บางรายมีน้ำฝนตั้งไว้ 1 ขัน ของเหล่านี้ผู้เป็นเจ้าสาวเป็นฝ่ายจัดเตรียมไว้ให้ ผู้ทำพิธีปูที่นอนหยิบพร้อมทั้งอุ้มแมววางลงบนฟูกนอน แล้วกล่าวถ้อยคำให้พรแต่สิ่งดีๆ ลงนอนพอเป็นพิธีแล้วจึงลุกขึ้นเป็นเสร็จพิธีการ

พิธีปูที่นอนในพระนิพนธ์ของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ให้รายละเอียดเพิ่มเติมไว้ว่า คู่ผัวเมียซึ่งสมควรจะเป็นผู้ปูที่นอนให้บ่าวสาวต้องทรงคุณสมบัติประกอบกันหลายอย่าง เช่น ต้องได้อยู่ด้วยกันอย่างเป็นคู่ผัวตัวเมียมาแต่ยังเป็นหนุ่มสาวจนแก่ด้วยกันอย่างหนึ่ง อยู่เป็นสุขสำราญร่วมใจกันมามิได้ร้าวฉานอย่างหนึ่ง สามารถตั้งตัวได้เป็นหลักฐานและมีบุตรธิดาที่จะสืบสกุลวงศ์อย่างหนึ่ง และเป็นผู้อยู่ในศีลธรรมด้วยอย่างหนึ่ง ถ้าว่าโดยย่อก็คือผู้ที่ทรงคุณสมควรจะเป็นเยี่ยงอย่างแก่บ่าวสาวเมื่ออยู่ด้วยกันต่อไป.....

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ยังทรงมีพระวินิจฉัยว่า คู่ผัวเมียซึ่งคนชอบเชิญปูที่นอนบ่าวสาวในสมัยหนึ่งมีไม่มากนัก

การแต่งงานของคนสมัยก่อนที่ต่างไปจากปัจจุบันอย่างเห็นได้ชัด คือการที่พ่อแม่ผู้ปกครองจะเข้ามามีส่วนในการตัดสินใจให้ลูกหลาน ซึ่งช่วยทำให้การครองเรือนมีอายุยืนนาน โดยพิธีแต่งงานแต่โบราณจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่มีการสู่ขอ ซึ่งฝ่ายชายจะจัดผู้หลักผู้ใหญ่เป็นผู้แทนไปพูดจาสู่ขอหญิง ทางผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงก็จะเป็นผู้ตกลงปลงใจยอมยกให้ ซึ่งผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างจะต้องไปสอบถามประวัติของผู้ที่จะมาครองคู่ว่าเป็นผู้มีความเหมาะสม มีความประพฤติดี บางทีก็อาศัยพ่อสื่อ แม่สื่อ หรือต้องพึ่งผู้ใหญ่ที่มีคนนับหน้าถือตา เรียกกันว่า เถ้าแก่ทาบทาม

จึงเป็นนิมิตหมายอันดีที่บรรดาศิลปินซึ่งเป็นแบบอย่างอันดีงามของสังคมได้เลือกปีมังกรทอง หวังสร้างโซ่ทองคล้องใจ ด้วยการเข้าพิธีแต่งงานตามประเพณีไทย ซึ่งนับวันจะห่างหายไปจากวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ และหากผู้ที่เข้าสู่ประตูวิวาห์สามารถนำนาวารักล่องฝ่าคลื่นลมไปได้ตลอดรอดฝั่ง ก็จะเป็นความหวังอันงดงามของการเริ่มต้นชีวิตคู่ ไม่ต่างไปจากคนรุ่นคุณปู่ คุณย่าในอดีตที่ต่างถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร มาจนถึงทุกวันนี้