"คาถาของแม่น่ะหรือ ก็คือความรักไงล่ะลูก มีความรัก มีระเบียบวางไว้ให้กับชีวิต ว่าอะไรควรไม่ควรแค่ไหน..." กิ่งมัลลิกา (กฤษณา อโศกสิน)

ชวนอ่านวรรณกรรม

"คาถาของแม่น่ะหรือ ก็คือความรักไงล่ะลูก

มีความรัก มีระเบียบวางไว้ให้กับชีวิต

ว่าอะไรควรไม่ควรแค่ไหน..."

กิ่งมัลลิกา

(กฤษณา อโศกสิน)

 

"คุณมัลลิกาเดินเรื่อยๆจากตัวตึก ตรงไปยังประตูเหล็กหน้าบ้านแสงตะวันกำลังลับลาลง นกบางตัวโผผินลงมาจับกิ่งไม้ ต้นไม้ยังคงหนาแน่นทั้งไม้ยืนต้น ไม้ดอก ไม้ประดับ แม้ว่าจุดอ่อนของบ้านคือความครึ้มและพุ่มพง แต่ทำอย่างไรได้ เธอกับต้นไม้เหมือนเป็นชีวิตของกันและกัน

เช่นเดียวกับเธอและลูกๆหลานๆนั่นเอง"

"คุณมัลลิกา" คุณย่า คุณยายของหลานหกคน จากบรรดาลูกๆทั้งสามคนของเธอ "ลดามาลย์ วัลลียา และ อาคม"

คุณมัลลิกา มีฐานะดีด้วยความขยัน มุ่งมั่น สร้างงาน สร้างความเป็นปึกแผ่นให้กับครอบครัว หลังจากสามีเสียชีวิตเมื่ออาคมบุตรชายคนเล็กอายุเพียงสิบห้าปีเท่านั้น แต่เธอคือผู้นำครอบครัวที่เข้มแข็งและเป็นทั้งพ่อทั้งแม่ให้กับบุตรทุกคนอย่างอบอุ่นและปลอดภัย

ในวัยหกสิบห้าปีของคุณมัลลิกา เธอและลูกหลานทุกคนอาศัยอยู่ในบริเวณบ้านอันกว้างใหญ่และร่มครึ้มด้วยไม้ใหญ่มากมาย เธอปลูกบ้านให้ครอบครัวของลูกทุกคนอยู่เป็นสัดส่วน ทั้งเขย สะใภ้ และหลานๆ ทุกคนได้รับความอบอุ่นดูแล "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข" จากเธออย่างไม่เคยขาดตกบกพร่อง

เธอจึงเป็นศูนย์กลางของความรัก ความเชื่อมั่น ศรัทธาจากทุกคนรอบข้าง ประดุจไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาแก่นกกาทั้งหลายที่มาเกาะกิ่งพิงพัก

แต่สัจธรรมของชีวิตมีมากมายหลายเรื่องที่เธอต้องเผชิญ!

ครอบครัวของลูกๆมีปัญหาต่างๆกัน หากอยู่กันคนละที่ก็คงไม่กระไรนัก แต่เมื่ออยู่ใกล้ชิดกันขนาดนี้ คุณมัลลิกาจึงแทบจะไม่เคยว่างเว้นจากปัญหาที่ทุกคนมุ่งมาให้เธอแก้ไข

เริ่มจากหลานชายคนโตลูกของ "ลดามาลย์" ขับรถชนคนตายและไม่อยากเรียนหนังสือ หนีออกจากบ้านไปพร้อมกับเพื่อนที่ "บ้านแตก"

ทำให้โกลาหลกันทุกบ้านที่ต้องตระเวนตามหา

"วัลลียา" ลูกสาวคนรองที่เก่งกาจฉลาดเฉลียวแต่เจ้าอารมณ์ชอบข่มสามี กำลังมีปัญหากับสามีถึงขั้นแตกหัก ทำให้ลูกสาวคนโตของวัลลียา กลายเป็นเด็กมีปัญหาเพราะเด็กๆนั้นรักพ่อมากกว่าแม่

"อาคม" ลูกชายคนเล็กกำลังหมดความอดทนกับภรรยาที่ขยันแบกรับปัญหาของญาติพี่น้องของเธอเข้ามารบกวนคุณมัลลิกาให้ต้องแก้ไข

ทุกคนเดือดร้อนใจ ประสบปัญหาที่ทับถมกันมาครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ "คุณแม่" ของลูกๆทุกคนก็มิอาจปฏิเสธได้ ดูเสมือนว่านกกาเหล่านี้ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะจัดการกับชีวิตของตนเองได้เลย

มิหนำซ้ำ หลานชายที่หนีออกจากบ้านยังพาเพื่อนรัก เด็กบ้านแตกคนนั้น มาขอพึ่งพิงคุณยายอีกด้วย

คุณมัลลิกาจึงรับ "มะแม" สาวน้อยจอมดื้อมาอยู่ด้วยที่ตึกใหญ่ เพราะมะแมไม่ยอมกลับบ้านที่มีแม่เลี้ยง (และไม่รักลูกเลี้ยง) มะแมสัญญากับคุณยายมัลลิกาว่า เธอจะไปโรงเรียนทุกวัน

ในแต่ละวันของคุณมัลลิกา จึงมีแต่หน้าที่ของ "แม่" ที่ไม่มีวันจบสิ้น ด้วยความเมตตาและเป็นธรรมของเธอ จึงทำให้ทุกอย่างเริ่มเข้ารูปเข้ารอยไปได้อย่างแนบเนียนและลงตัว

ใครๆก็อยากมีแม่ มีย่า มียาย มีเพื่อน เช่นคุณมัลลิกา แต่มีใครอยากรู้บ้างไหมว่าคุณมัลลิกาปรารถนาสิ่งใดบ้าง!

"กฤษณา อโศกสิน" บรรจงสร้าง "คุณมัลลิกา" สุภาพสตรีวัยหกสิบห้าปี ผู้ถึงพร้อมด้วยธรรมะอันบริบูรณ์ของผู้ครองเรือนให้เราได้สัมผัสกับชีวิตของคนคนหนึ่งที่มีทั้งสุขและทุกข์ โชคดีและโชคร้าย สมหวัง และผิดหวัง แต่ด้วยสติอันมั่นคง ปัญญาอันแจ่มใส ดวงใจอันอ่อนโยน จึงทำให้สามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆได้อย่างสง่างาม มั่นคงยงยืนดุจไม้ใหญ่ที่ยืนต้นตระหง่าน ต้านทานลมแรงในบางครั้ง และโน้มกิ่งลงในบางคราพาบรรดาบริวารผู้อาศัยไปสู่จุดหมายปลายทางอันถูกต้องเหมาะสมกับแต่ละคนทุกเพศทุกวัย

ต้นไม้ใหญ่นั้น "...ย่อมแผ่กิ่งก้านกว้างขวาง เมื่อมันแข็งแรงมันก็ทานได้ทั้งลมและฝนอันหนัก วิหคนกกาบินมาแต่ถิ่นฐานไหน ก็แวะเข้ามาเกาะอาศัยทำรวงรังขอปันความอบอุ่นปลอดภัย ผู้คนสัญจรไปมา เหนื่อยนักก็เร่เข้าหาร่มบังแสงแดดอันร้อนระอุ...นี่เป็นธรรมดาของทุกสรรพสิ่ง"

และนี่คือชีวิต!