ราคะ,โรแมนติกและความผูกพัน

สมดุลกาย สมดุลจิต

ในพระสูตรแห่งพระไตรปิฎกที่ว่าด้วยการล้างโลกนั้น ท่านทำนายไว้ว่าโลกมนุษย์หรือที่เรียกว่าชมพูทวีปนี้จะถึงแก่กาลสิ้นสุดด้วยเหตุสามอย่าง

คือ น้ำ ลมและไฟ

โดยดูจากการที่มนุษย์บนโลกประพฤติตัว หากมีโทสจริตมากเมื่อนั้นโลกก็จะถึงกาลสิ้นด้วยไฟบรรลัยกัลป์ หากหมกมุ่นในราคะมากโลกจะถูกทำลายลงด้วยภัยจากน้ำ และหากมีกิเลสตระกูลโมหะมากโลกก็จะถูกมหาวาตะหรือลมทำลาย ขอท่านที่รักลองนึกถึงปรากฏการณ์ธรรมชาติรอบตัวตอนนี้สิครับมีทั้งน้ำ ลมและไฟ(ภูเขาไฟปะทุ)

แล้วท่านนึกถึงผู้ร้ายตัวไหน?

ตอนนี้ก็พอจะเห็นภาพได้แล้วว่าโลกในวันสุดท้ายจะจบลงแบบใดแล้วนะครับ หลักๆก็คือมาจากใจของมนุษย์นั่นเองที่จะหมุนโลกหรือ "หยุดโลก" เพราะใจคนมีทั้งน้ำ ไฟและลม ทั้งสามนี้ปรุงกันขึ้นมาจนเป็นอารมณ์ของเราในแต่ละวันสลับกันไปตัวนั้นลงตัวนี้เกิด

แต่ละวันมีเกิด-ดับไม่รู้กี่รอบ

แร็ทแคนดู หนูทำได้

การจะเข้าใจอารมณ์อันเป็นความอยากแห่งจิตใจมนุษย์ได้ต้องอาศัยประวัติศาสตร์นิดหนึ่งครับคือต้องหาเวลาอยู่กับตัวเองแล้วคิดทบทวนเรื่องในวัยเด็กที่ผ่านมาอย่างยอมรับทุกอย่าง ไม่พยายามแก้ตัวหรือเสริมเติมแต่งชีวประวัติส่วนตัวเหมือนการกรอกประวัติเป็นงานเป็นการ

สำคัญคือต้องยอมรับให้ได้ก่อนว่าตัวเองมีข้อเสียอย่างไร

การมีความมักโกรธ โลภโมโทสัน ลำเอียงหรือริษยาแรงหาใช่สิ่งผิดปกติไม่ นั่นคือปกติวิสัยของใจมนุษย์ แต่ไม่ใช่สิ่งดีนักตรงที่มันจะทำให้เจ้าตัวทุกข์

ก่อนที่จะไปกระจายทุกข์ให้คนอื่นต่อ

ได้มีการทดสอบในหนูแม่ลูกอ่อนโดยดูว่าหนูที่ได้รับความรักความอบอุ่นจากแม่ของมันตั้งแต่ยังเล็กเมื่อมีลูกเองแล้วจะเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับหนูที่ถูกแม่ทิ้งขว้าง โดยวัดจากปริมาณตัวรับสาร "เคมีรัก (Oxytocin)" ผลปรากฏดังคาดได้ครับว่าแม่หนูที่มีปูมหลังวัยเด็กอบอุ่นกว่าจะมีตัวรับสารนี้เยอะกว่าและมันก็จะช่วยเลียลูกของมันถี่กว่าแม่หนูที่ไม่ค่อยรู้จักความรักด้วย นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า แร็ทแคนดู หนูทำได้ เอ๊ย...

หนูช่วยคนได้เยอะเลย

เคมีแห่งรักโรแมนติค

ชีวิตของคนจะสุขสมหวังได้ถ้ามีรักชื่นฉ่ำสมใจครับ การจะสมรสให้สมรักหรือคนโสดจะมีรักในหัวใจได้ตลอดเวลานั้นไม่ได้อยู่ที่คู่ของตัวเองมากนักครับ หากแต่อยู่ที่ "ตัวเอง" มากกว่าว่าจะมีเคมีรักในสมองลองลาสติ้งเพียงใด เคมีรักนี้ในผู้หญิงกับผู้ชายจะต่างกันนะครับ

ในผู้หญิงคือ "ออกซิโทซิน (Oxytocin)" ส่วนในชายคือ "วาโซเพรสซิน (Vasopressin)"

เห็นกันได้ชัดมากสุดในเพศหญิงตอนต้องเลี้ยงลูกอ่อนครับเพราะฮอร์โมนนี้จะออกฤทธิ์ให้ผูกพันธ์และหวงลูกตัวเองมาก ความสัมพันธ์กับลูกที่มากกว่าพ่อก็จะเริ่มขึ้นตรงนี้

อย่างไรก็ดีครับการที่จะคงสถานะแห่งเคมีรักโรแมนติคไว้ให้ได้น่าจะดีกว่าการปล่อยให้มันหมดไปตามธรรมชาติแล้วไม่รู้จะทำอย่างไร ดังจะมีวิธีกระตุ้นให้เคมีรักยังคงยืนยงอยู่ทั้งในหนุ่มและสาวดังต่อไปนี้ครับ

- กอดด้วยความรัก จะรักแบบคู่รัก พ่อแม่และลูก หรือกอดกันฉันเพื่อนก็ได้ครับ ขอให้ใส่ "ใจ" ลงไปในสัมผัสนั้นด้วย การกอดเป็นการกระตุ้นสมองอย่างวิเศษช่วยให้เซลล์ประสาททำงานได้คล่องกันดี มีแขนงประสาทเพิ่มอีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นต่อมใต้สมองที่สร้างเคมีรักด้วยครับ

- นอนให้พอ จะเป็นการคุมฮอร์โมน "ออกซิโทซิน" และ "วาโซเพรสซิน" ได้ดีครับ เพราะต่อมใต้สมองของเราทำงานตามเวลา ถ้านอนไม่พอเสียแล้วนาฬิกาสมองจะเริ่มรวน ไม่รู้ว่าควรคุมอะไรเวลาไหน ในการนอนที่ช่วยต่อมใต้สมองนั้นเวลาที่ดีคือ "สี่ทุ่มถึงหกโมงเช้า" ครับ สำหรับท่านที่จำเป็นต้องนอนในเวลากลางวันเช่นอยู่เวรขอให้หาผ้าปิดตาให้มืดสนิทจริงๆครับแล้วจะช่วยได้

- คิดออกนอกตัว การคิดถึงคนอื่นก่อนตัวเองจะทำให้ลดเครียดลง ความเครียดบ่อนทำลายสมองส่วน "ฮิปโปแคมปัส (Hippocampus)" ที่เกี่ยวกับความจำ และยังทำให้การหลั่งฮอร์โมนแห่งความรักไม่ค่อยดีนักด้วย เทคนิคช่วยให้นึกถึงตัวเองน้อยลงคือ "ให้อภัย" และใส่ใจความรู้สึกคนรอบข้างมากขึ้นครับ

- ฝึกเมตตาบำบัด มองหาแง่ดีในทุกคนให้ได้ จะช่วยให้ใจสงบเย็นลง ความรักก็จะเกิดขึ้นได้ง่ายด้วยครับเมื่อได้เมตตาเข้าไป ให้คิดถึงแง่ดีแม้ในคนที่ร้ายที่สุดกับเราว่าเขาก็อาจเป็นคนน่ารักสำหรับลูกเมียเขาหรือเป็นคนที่รักสัตว์ก็ได้ ถ้าหาข้อดีให้ได้กับทุกสิ่งรอบตัวแล้วจะมีความสุขล้นใจเอง พร้อมที่จะมอบความรักให้คนอื่นๆได้

เคมีแห่งรักที่ว่านี้มีผลกับอุปนิสัยของคนส่วนใหญ่ด้วยครับ นั่นคือมันทำให้บุคคลมีความอ่อนโยนลง คือพูดง่ายๆว่าเป็นคน Nice มีมนุษยสัมพันธ์ดีได้โล่ ซึ่งออกซิโทซินนี้ใครจะมีมากมีน้อยขึ้นอยู่ที่ "ยีน (gene)" ครับ คนที่มีนิสัยดีมักจะมาจากยีนที่ดีด้วยเป็นพื้น

การเปลี่ยนความอยากให้เป็น ปรารถนาให้คนอื่นสุข เปลี่ยนราคะให้เป็นความรักจากใจ และเปลี่ยนใหม่ให้ความผูกพันเป็นการรักกันด้วยเหตุผลเข้าใจระยะห่าง ไม่ต้องกลัวจะทำให้มีที่ว่างหรอกครับ จริงแล้วการใกล้ชิดกันมากเกินไปเสียอีกที่ทำให้ "ร้อน" ต้องมีปากเสียงกระทบกระทั่งกันจนเป็นเหตุให้ "แยก" กันได้

ปล่อยที่ว่างไว้ให้หายใจนิดก็กำลังสวยครับ

 

เกิด-ดับหลายครั้งในแต่ละวันเกิดจาก "เคมีสมอง"

 

เคมีรักในสตรีคือ "ออกซิโทซิน" และในบุรุษเคมีที่ทำหน้าที่คล้ายคือ "วาโซเพรสซิน"

 

จากการทดลองในหนูพบว่าการเอาชนะอาการขาดรักที่ว่านี้ได้ต้องใช้การสัมผัส การนอนหลับสนิทและอาหารบางชนิดครับ