เปิดประตูใจคนไข้ ด้วยวิธีของ พ.ต.ท แพทย์หญิง อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล

นัดพบ

แม้ภายนอกจะดูอ่อนหวาน บอบบางน่าทะนุถนอม แต่ลึกๆ แล้ว พ.ต.ท. แพทย์หญิงอัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น กลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลตำรวจ และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บอกว่าตัวตนที่แท้จริงของเธอหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ การเป็นจิตแพทย์ทำให้เธอต้องมีจิตใจที่เข็มแข็ง ไม่หวั่นไหวกับสิ่งใดง่ายๆ มิฉะนั้นเธอจะไม่สามารถให้คำปรึกษากับคนไข้ได้ "หมอแอร์ต้องเข็มแข็ง และแข็งแกร่งกว่าคนไข้เป็นร้อยเท่า การรักษาจึงจะได้ผล" เพราะคนไข้ไม่ต่ำกว่า 30 รายที่เดินเข้ามาหาเธอล้วนมีอาการทางจิตที่แตกต่างกันออกไป ท่าทีที่อ่อนโยน รับฟังทุกเรื่อง และพร้อมที่จะแบ่งปันความรักที่มีอยู่อย่างเหลือเฟือ คือกุญแจที่ทำให้หมอแอร์สามารถใช้เปิดประตูใจคนไข้ได้ทุกรายไป เพราะเธอรู้สึกว่าเกิดมาเพื่อเป็น "จิตแพทย์"

หมอแอร์เป็นแพทย์ทางด้านจิตเวช

เป็นจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น ดูแลทั้งเด็ก ผู้ใหญ่และคนชรา อยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ เพราะเรียนทั้งจิตแพทย์ทั่วไปและจิตวิทยาวัยรุ่น ตอนนี้ได้รับการทาบทามให้เป็นรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย

ทำไมเราจึงเลือกเรียนทางด้านจิตแพทย์

ถ้าจะให้ตอบตรงๆ คือรู้สึกว่าตัวเองเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ยิ่งได้ทำงานเราจะรู้สึกสนุก ชอบ รัก กับการทำงานตรงนี้ เพราะหมอได้เรียนรู้จิตใจคนตลอดเวลา ได้เยียวยาหัวใจคน เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านหัวใจ(ขาดรัก) ยกตัวอย่างเช่นเด็กวัยรุ่น การเป็นจิตแพทย์ทำให้เรามีโอกาสพูดคุยทำให้เขาเปลี่ยนความคิด ช่วยพัฒนาศักยภาพ ให้เขาเป็นคนเก่ง คนดี เพื่อและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีจิตใจเข้มแข็ง ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น

เดิมเรามองว่าคนที่ไปพบจิตแพทย์คือคนวิกลจริต

ไม่ใช่ค่ะ เขาเป็นแต่เพียงมีอาการทางจิต ซึ่งอาจจะมีสาเหตุมาจากความเครียด ทำให้นอนไม่หลับ ติดสุรา หรือว่าเสพยาเสพติด เพราะฉะนั้นหน้าที่ของเราคือช่วยให้ทุกชีวิตที่เดินเข้ามาหาเราพร้อมกับปัญหา สามารถกลับไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

ปัจจุบันคนเรามีอาการทางจิตมากน้อยแค่ไหน

จริงๆแล้วอาการทางจิตของคนเรามีมานานแล้ว แต่ปัจจุบันนี้อาจจะด้วยความเครียดทางเศรษฐกิจ หรือจากสภาวะแวดล้อม อากาศที่ร้อนขึ้น ทำให้เราเกิดความเครียดสะสมกันมากขึ้น คนที่สภาพจิตใจไม่เข็มแข็งพอก็จะแย่ แต่ถ้าคนที่มีจิตใจที่เข็มแข็งไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาก็สามารถดำรงชีวิตอยู่อย่างมีความสุขได้

คนเราจะไปพบจิตแพทย์ก็ต่อเมื่อ

เราเป็นทุกข์ ไม่สบายใจ ไม่สามารถที่จะผ่านพ้นวิกฤตไปได้ด้วยตัวเอง อาการที่ตามมา คือหงุดหงิด อารมณ์แปรปรวน ฉุนเฉียวง่าย บางคนอาจซึมเศร้า ร้องไห้ไม่มีเหตุผล บางคนอาจจะแก้ปัญหาหรือแสดงออกด้วยการกินเหล้า ใช้จ่ายเงินเกินตัว ต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาทางสุขภาพจิต

การเยียวยาผู้ที่มีปัญหาทางจิตมีวิธีใดบ้าง

สำคัญเลยคือเราต้องมาพูดคุยกัน ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น ไม่ว่าจะข้อดีหรือข้อเสีย

ยากมั้ยคะที่จะทำให้คนคนหนึ่งยอมรับตัวเอง เพราะบางคนก็อาจจะปฏิเสธสิ่งที่ตัวเองเป็น

ไม่ยากค่ะทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมุมมอง เพราะฉะนั้นเราต้องมองว่าไม่ยาก แต่คนไข้แต่ละคนก็ต้องใช้วิธีการที่แตกต่างกันออกไป ดีที่สุดที่หมอแอร์ใช้ คือพยายามสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับคนไข้ก่อน โดยการรับฟัง ซึ่งคนไข้เองก็ต้องพร้อมที่จะให้เราไปนั่งในหัวใจเขา แล้วก็จะชี้ให้เห็นว่าเขาจะต้องเป็นผู้เลือกชีวิตของเขาเอง หมอแอร์มีหน้าที่แต่เพียงชี้แนะในสิ่งที่ควรปรับปรุง ถ้าสิ่งไหนดีก็ควรจะรักษาไว้ ถ้าเขาไม่ยอมรับเราก็ต้องดูที่มาที่ไปถึงสาเหตุของการไม่ยอมรับด้วย ทั้งหมดจึงเป็นศิลปะ เป็นเรื่องของกระบวนการ คนที่เป็นจิตแพทย์ต้องฟังเก่ง

ทางบ้านเห็นด้วยมั้ยคะกับการที่ลูกสาวเลือกเรียนทางด้านจิตแพทย์

ไม่ค่อยเห็นด้วยสักเท่าไหร่กับการที่ลูกจะเลือกเรียนหมอโรคจิต เพราะยังไม่เข้าใจว่าจิตแพทย์คืออะไร แต่เราก็ยืนยันที่จะเรียนในสิ่งที่เรารัก ยิ่งเมื่อได้เข้าไปเรียน แล้วอาจารย์สอนจิตแพทย์ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นทุกท่านล้วนเป็นแบบอย่างที่ดี เราจึงสนุก เราใช่ พร้อมที่จะรับฟังเรื่องราวของคนอื่น เหล่านี้คือทักษะของผู้ที่เรียนทางด้านจิตแพทย์ อีกอย่างหนึ่งหมอแอร์รู้สึกว่าจิตใจคนเราเป็นเรื่องที่น่าค้นหา เพราะไม่สามารถใช้เครื่องมือใดๆตรวจวินิจฉัยได้เลย ต้องใช้การสังเกตผ่านสีหน้า แววตา และฟังจากการพูดคุย เพราะใจคนเรายากแท้หยั่งถึง

ต่างคนต่างก็มีแผลในใจด้วยกันทั้งนั้น แผลทางกายรักษาง่ายกว่าแผลทางใจ บางคนใช้เวลาทั้งชีวิตในการรักษาแผลใจ หน้าที่ของจิตแพทย์ คือค้นหาให้เขารู้จักวิธีการเยียวยาแผลใจ และคอยชี้แนะ เป็นกระจกสะท้อนให้เห็นว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราควรจะสลัดมันทิ้งไป

หมอแอร์เป็นจิตแพทย์มาทั้งหมดกี่ปีแล้วคะ

ประมาณ 10 กว่าปีแล้วค่ะ ระหว่างที่เรียนก็ต้องเริ่มทำงานกับคนไข้

มีเคสแปลกๆ เดินเข้ามาหาบ้างมั้ยคะ

เท่าที่หมอเจอ คือคนไข้คิดว่าหมอแอร์ชอบเขา ซึ่งเราเข้าใจเพราะมันเป็นความสุขทางใจ เนื่องจากเราต้องพูดคุยกับทุกเรื่อง วิธีการที่ดีที่สุดคือเราก็ต้องนิ่งๆ แสดงความบริสุทธิ์ใจออกไป

ผู้หญิงหรือผู้ชายที่มีอาการทางจิตมากกว่ากัน

แล้วแต่รายละเอียดของแต่ละโรคค่ะ แต่ถ้าเป็นเรื่องของการติดสุราหรือสูบบุหรี่ของผู้ชายจะเป็นมากกว่า

ทั้งการดื่มสุราและสูบบุหรี่ถือว่าเป็นอาการทางจิตอย่างหนึ่ง

ใช่ค่ะถือเป็นความผิดปกติอย่างหนึ่ง เพราะคนเราไม่ควรยึดมั่นถือมั่น หรือไปยึดติดกับอะไร คำว่า "ติด" ในที่นี้หมายถึง ถ้าขาดสิ่งนี้เมื่อไหร่จะเกิดอาการฉุนเฉียว

มีคนไข้ที่เข้ามาหาหมอแอร์ด้วยการแสดงออกที่รุนแรงบ้างมั้ยคะ

มีค่ะเป็นเรื่องธรรมดามาก มีตั้งแต่อาละวาด โวยวาย ก้าวร้าว ก่นดา ขว้างปาข้าวของ บางครั้งก็ต้องหาทางหลบเลี่ยงให้ดี

จิตแพทย์จึงต้องเป็นผู้มีจิตใจที่เข้มแข็ง มีจิตวิทยาสูงมาก

จิตแพทย์ไม่ได้เรียนมาเพื่อต่อสู้ แต่เราเรียนจิตวิทยามาเพื่อการรักษาคนไข้มากกว่า เราจึงต้องนิ่งสงบ เพราะคนไข้ที่เข้ามาหาเรามีหลายรูปแบบ แต่อันดับแรกเลยเราก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเราก่อน หมอแอร์เคยเจอคนไข้ที่ฉีดยานอนหลับไปเรียบร้อย จู่ๆฟื้นขึ้นมาขว้างปาข้าวของเราก็ต้องหลบหลีกให้ดี หรือกรณีที่คนไข้อาละวาด เราเองก็พยายามเดินเข้าไปด้วยท่าทีที่สงบนิ่ง คนไข้บางรายก็เปลี่ยนมาสวัสดีเราก็มี จนผู้ช่วยก็แปลกใจ หมอเชื่อว่ามนุษย์เรามีพลังที่ส่งถึงกันได้ โดยเฉพาะพลังแห่งความสงบร่มเย็นบางอย่างที่หมอแอร์เองก็อธิบายไม่ได้ เพราะคนไข้บางรายเขาก็พูดว่าการได้มาคุยกับเราทำให้เขารู้สึกสบายใจ

ก่อนอื่นหมอแอร์ว่าเราต้องทำตัวเองให้แข็งแรงก่อนเราจึงสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้ มนุษย์เราจะมีพลังงานส่งถึงกัน สังเกตว่าคนที่มีสุขภาพจิตดี หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส เราก็จะมีความสุข อบอุ่นร่มเย็นเวลาอยู่ใกล้

การเยียวยาผู้ป่วยทางจิตใช้วิธีใดบ้างคะ

เราจะใช้การรักษาแบบ ไบโอไซโคโซเชียส ไบโอ คือการรักษาด้วยยา ใช้เคมี หรือช็อตด้วยไฟฟ้า ส่วนวิธีแบบไซโค เป็นทางด้านจิตใจ ด้วยการทำจิตบำบัด การพูดคุย การให้ความรู้ ส่วนแบบโซเชียส ก็เกี่ยวกับทางด้านสังคม เพราะจะต้องมีการปรับพฤติกรรม สร้างความเข้าใจของคนในครอบครัว เรื่องของสภาพความเป็นอยู่หรือสิ่งแวดล้อมก็สำคัญต่อคนไข้มาก

ถามว่างานหนักหรือไม่? หมอแอร์คิดว่าหมอทุกคนทำงานหนัก แต่หนักคนละแบบ คนภายนอกอาจจะมองว่าจิตแพทย์แค่นั่งคุยกับคนไข้เท่านั้นน่าจะสบาย แต่ความจริงแล้วจิตแพทย์ใช้พลังงานทางจิตเยอะมาก วันไหนที่คนไข้เยอะมากก็แย่เหมือนกัน

เวลาเสียพลังไปมากๆ หมอแอร์ฟื้นฟูตัวเองอย่างไร

ก็ใช้วิธีพักผ่อนเช่นเดียวกับคนทั่วไป คือนอนหลับให้พอ ออกกำลังกาย รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ มีความสุขกับชีวิตได้ทุกที่ตลอดเวลา อันนี้คือทักษะอย่างหนึ่งของจิตแพทย์ มีเวลาเพียงเล็กน้อยก็มีความสุขได้ ตื่นเช้าขึ้นมาได้กินข้าวกับไข่เจียวร้อนๆก็มีความสุขแล้ว บางคนต้องรอให้ได้เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่งจึงรู้สึกว่าตัวเองมีความสุข แต่แท้จริงแล้วความสุขมันอยู่รอบตัวเรา เพียงแค่เรายังมีชีวิต ยังมีลมหายใจ หมอแอร์ก็มีความสุขแล้วนะคะ

ความเป็นคนต่างจังหวัดด้วยใช่มั้ยคะ หมอแอร์จึงมีแนวทางการพบความสุขได้ง่ายกว่าคนอื่นๆ

หมอว่าไม่เกี่ยว คนเราเกิดที่ไหน โตที่ไหนไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญ มันอยู่ที่วิธีคิด อยู่ที่ใจ และมุมมอง

สภาพแวดล้อมหรือการเลี้ยงดูของครอบครัวมีส่วนช่วยในการหล่อหลอมให้มีความอ่อนโยน แต่ทว่าเข้มแข็งอย่างมากในเรื่องจิตใจ

ใช่ค่ะ ครอบครัวมีส่วน แต่หมอแอร์ว่าไม่มีใครเติบโตมาท่ามกลางครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อม แต่ทั้งนี้มันอยู่ที่ตัวเรา หมอเองมีพี่น้องทั้งหมด 6 คน พ่อกับแม่ก็ต้องทำงาน ท่านไม่ได้มีเวลามาคอยประคบประหงม เราต้องดูแลตัวเองตั้งแต่เล็กๆ หมอเป็นคนที่ 5 ผู้หญิง จากจำนวนพี่น้องทั้งหมด 7 คน (คนที่ 7 เสียชีวิต) คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราสามารถเลือกการดำเนินชีวิตได้ ถ้าเรามองอย่างเข้าใจ เราก็จะรู้สึกเข้าใจพ่อแม่ว่าต้องทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูพวกเรา ไม่ต้องไปโกรธ ไปน้อยใจใดๆ

หมอแอร์จะยกตัวอย่างให้น้องๆที่มาเข้าค่ายวัยทีนฟังอยู่เสมอ เพราะหมอแอร์มีเวิร์คช็อปกับวัยรุ่นเพื่อการกุศล โดยจะเน้นเรื่องการสร้างคุณค่า การเห็นคุณค่าของตัวเอง หมอแอร์จะเปรียบเทียบให้น้องๆฟังว่า คนเราเกิดมาเหมือนน้ำในแก้ว บางคนได้น้ำมามาก บางคนได้น้ำมาน้อย ทำให้คนเรามีต้นทุนที่แตกต่างกัน แต่คนที่มีความสุข คือคนที่เห็นต้นทุนของน้ำที่ตัวเองมีอยู่ ขณะเดียวกันคนที่มีความทุกข์ คือคนที่เฝ้ามองแต่ปริมาณน้ำที่หายไป แต่สำหรับหมอแอร์ได้มาเท่าไหร่ไม่เป็นไร หน้าที่ของเรา คือเติมส่วนที่ขาดให้กับตัวเอง ไม่ต้องรอให้ใครมาเติมให้

วัยรุ่นกลุ่มที่หมอแอร์ทำเวิร์คช็อปด้วยคือกลุ่มที่มีปัญหา

ไม่ใช่ค่ะ เป็นวัยรุ่นธรรมดาทั่วไป หมอแอร์ไม่รู้จักแบ็คกราวน์ด์ใดๆ ของเด็กกลุ่มนี้เลยเรามาเริ่มต้นรู้จักกันใหม่หมด สิ่งแรกที่หมอแอร์เห็นว่าสำคัญ คือเขาต้องเข้าใจตัวเอง ขณะเดียวกันก็จะต้องไม่เข้าใจพ่อแม่แบบผิดๆ เราต้องหาทางแก้เสียตั้งแต่บัดนี้เลย

เด็กกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นวัยรุ่น 14-20 ปี เวิร์คช็อปของหมอแอร์ฟรีทุกอย่าง เพราะเราไม่อยากให้เขาเกิดความกดดันเรื่องค่าใช้จ่าย พ่อแม่เองก็จะได้ไม่ต้องมาคาดหวังกับหมอแอร์ว่าลูกจะได้อะไรกลับไป คุ้มกับค่าเงินที่จ่ายไปหรือไม่ มาแต่เฉพาะตัวและหัวใจจริงๆ เวิร์คช็อปนี้เราทำกันที่โรงพยาบาลตำรวจ หมอแอร์หาสปอนเซอร์เองทุกอย่าง ตอนนี้หมอแอร์จัดไป 2 รุ่นค่ะ

วัยรุ่นกับภาวะทางจิตของเราตอนนี้เกี่ยวพันกับเรื่องใดบ้าง

หมอแอร์มองว่าเขาก็เหมือนวัยรุ่นทั่วไปนะคะ เพียงแต่ว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนไป เขาจะมีความสดใส มีความน่ารัก มีศักยภาพ ขณะเดียวกันบางคนก็ขาดโอกาส เพราะไม่มีผู้ใหญ่ที่เข้าใจ พร้อมที่จะรับฟังและชี้แนะแนวทางที่ถูกต้องให้ เพราะเขาเองกำลังอยู่ในวัยที่คึกคะนอง ค้นหาตัวเอง กรณีอย่างเด็กแว้น หมอแอร์อยากเข้าไปใช้ชีวิตเขาอย่างมาก เพราะไม่มีตำราเล่มไหนบันทึกไว้ถึงพฤติกรรมของเด็กกลุ่มนี้ เพราะหมอแอร์อยากเข้าไปช่วยเขาด้วยใจจริงๆ ปัญหาที่เกิดกับวัยรุ่น ล้วนมีสาเหตุมาจากปัญหาครอบครัวและสภาพแวดล้อมของสังคมที่ผลักเขาออกไป บางครั้งผู้ใหญ่ก็ชอบใช้การบังคับ ชอบด่าทอ หมอแอร์บอกได้ว่าไม่มีวันได้ผล สิ่งที่จะช่วยดึงเขากลับมา คือใช้ความรัก ยอมรับเขาในสิ่งที่เขาเป็น พอจบกิจกรรมน้องๆ จะเดินเข้ามาขอบคุณหมอแอร์ที่เห็นคุณค่าของเขา พอได้ยินคำนี้เข้าหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

จริงๆแล้วไม่ต้องอาศัยจิตแพทย์เลย แค่มีผู้ใหญ่ใจดีคนหนึ่งที่มีความรัก และมองเขาอย่างเข้าใจ พร้อมที่จะรับฟังก็จะดีขึ้น สมัยก่อนครอบครัวจะอบอุ่น มีผู้ใหญ่ใจดีประจำหมู่บ้าน แต่ปัจจุบันต่างคนต่างไม่รู้จักกัน เพราะโครงสร้างของสังคมเปลี่ยนแปลงไป สำหรับหมอแอร์การพูดคุยกับวัยรุ่นเป็นเรื่องที่ง่ายมาก แค่ยอมรับฟัง พูดคุยกับเขาทุกเรื่องทุกสิ่งทุกอย่างก็จะค่อยๆคลี่คลายลง บอกเขาว่าไม่ว่าจะเป็นอย่างไรเราก็พร้อมที่จะรักเขาอย่างบริสุทธิ์ใจ

ถามว่าทำไมเขาจึงไว้ใจหมอแอร์ อย่างแรกเลยคือเราต้องรักเขาก่อน ไว้ใจเขาก่อน หมอแอร์จะจำชื่อน้องๆได้ทุกคน รู้แม้กระทั่งว่าเขาเรียนที่ไหน มีการถึงเนื้อถึงตัว กอดเขา สัมผัสเขา เด็กจะรู้สึกว่าเขาสำคัญมีตัวตนในสังคม บางคนพูดกับเราว่า หมอแอร์เหมือนพี่สาวหนูเลย ได้ยินอย่างนี้เข้าใครบ้างที่จะไม่ดีใจ เพราะเราทำโดยที่ไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ ทุกวันนี้เราก็ยังติดต่อกันอยู่ แม้กระทั่งน้องๆอาชีวะทุกคนก็น่ารักมากไม่ก้าวร้าวอย่างที่เห็น

ไม่ว่าจะพูดถึงเรื่องการทำงานหรือเรื่องการทำกิจกรรมต่างๆ หมอแอร์จะมีความสุขมาก

ใช่ค่ะ หมอแอร์มีความสุขมากทั้งกับชีวิตส่วนตัวและการทำงาน

หลังจากเรียนจบหมอแอร์เริ่มงานที่ใดก่อน

ทำงานที่กรมสุขภาพจิตค่ะ หลังจากนั้นจึงย้ายมาที่โรงพยาบาลตำรวจ เขาเทียบชั้นยศให้ตามอายุราชการ เพราะหมอแอร์รับราชการมาตั้งแต่เรียนจบ อายุราชการจึงค่อนข้างมาก โชคดีที่สายการแพทย์ชั้นยศจะไปไว ตอนนี้จึงมียศเป็นพันตำรวจโท หมอแอร์รับราชการเพียงคนเดียว พี่น้องคนอื่นๆ ทำธุรกิจกันหมด หมอแอร์จนที่สุด

ทุกวันนี้คนไข้เยอะมั้ยคะ

ไม่ใช่เยอะเพียงอย่างเดียว แต่นับวันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คงเพราะเราดูแลดี ( หัวเราะ) ที่โรงพยาบาลมีจิตแพทย์รวมทั้งหมด 4 คน คงจะต้องรับเพิ่ม เพราะตอนนี้เฉลี่ยแล้วเราต้องดูแลคนไข้ 20-30 คน/วัน เพราะตอนนี้เราต้องดูแลศูนย์พึ่งได้ ดูแลเด็กและสตรีที่ถูกทารุณกรรม เพราะเราต้องทำงานกับสหวิชาชีพ ศูนย์พิทักษ์เด็กและสตรี ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน้าที่อีกส่วนหนึ่งของหมอแอร์ คือขึ้นโรงขึ้นศาลเพื่อเป็นพยาน

นอกจากรับราชการเป็นจิตแพทย์แล้วอื่นๆ ทำอะไรอีกบ้าง

เป็นจิตแพทย์ เป็นพิธีกรรายการทีวีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสุขภาพจิต เป็นวิทยากร และเป็นรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รอดูผลงานนะคะ หมอแอร์ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ที่เห็นความสามารถ เพราะพ่อแม่เราก็เป็นพ่อค้า แม่ค้าธรรมดา แล้วเราก็เป็นเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง เราจึงรู้สึกภูมิใจอย่างมากว่า ความดีที่เราทำงานมาตลอดก็มีคนเห็น แต่หมอแอร์ไม่ได้ยึดติดอะไร มีงานอะไรให้ทำ ก็จะทำให้ดีที่สุดเต็มความสามารถ นอกจากนี้ก็ยังมีการจัดกิจกรรมให้กับเด็กอาชีวศึกษาด้วย พูดคุยกับครูฝ่ายปกครองเพื่อหาแนวทางแก้ไข

ทำงานมากไปมั้ยคะ

เคยถามตัวเองเหมือนกัน ถ้าไหวก็จะทำ ถ้าไม่ไหวก็จะพัก แต่ก็พยายามตัดงานต่างๆออกไปพอสมควร เช่น รายการทีวีนับ 10 รายการ เพราะว่าปัจจุบันมีช่องเคเบิ้ลทีวีเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เพราะหมอแอร์มีสโลแกนอยู่ว่า "ทำแล้วต้องทำให้ดี"

จิตแพทย์ต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง

ต้องเป็นนักฟังที่ดี ยอมรับคนอื่นแบบที่เขาเป็น ต้องเป็นผู้ที่มีจิตใจเข้มแข็ง มีวุฒิภาวะทางอารมณ์สูง ถ้าจิตใจเรายังไม่นิ่งแล้วเราจะไปฟื้นฟูสภาพจิตใจให้คนอื่นเข็มแข็งได้อย่างไร จิตแพทย์ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนไข้ สุดท้ายจิตแพทย์จะต้องไม่บ้า เพราะถ้าบ้าก็จะรักษาใครต่ออีกไม่ได้ (หัวเราะ) ตอนนี้สิ่งที่หมอแอร์อยากทำมากที่สุด คืออยากทำเรื่องเกี่ยวกับเด็กและวัยรุ่น เพราะเด็กในวันนี้ คือผู้ใหญ่ในวันหน้า ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้น อย่าเพิ่งด่วนตัดสินจากเปลือกภายนอก มองให้ลึกลงไปถึงจิตใจของเขา เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กล้วนมีสาเหตุมาจากครอบครัวและสังคม

แล้วการรักษาระหว่างคนรวยกับคนจนก็ต่างกัน คนจนอาจจะมีปัญหาเรื่องของความขาดแคลน พ่อแม่ไม่มีเวลา ส่วนคนที่มีฐานะปัญหาเกิดเพราะได้มากจนเกินไป ได้รับการตามใจจนผิดหวังไม่เป็น จริงๆแล้วการจะสร้างเด็กคนหนึ่งให้เข็มแข็งคงจะต้องเริ่มตั้งแต่วางแผนว่าจะมีลูกหรือไม่ เมื่อตั้งท้องแล้วก็ต้องดูแลเขาอย่างดี ให้ความรัก เพราะชีวิตคนเรามีอยู่ไม่กี่อย่าง คือ ร่างกาย สมอง และจิตวิญญาณ เท่านั้นเอง สอนให้เขารู้จักแบ่งปัน เราอยู่บนโลกใบเดียวกัน ใช้ทรัพยากรร่วมกัน

ความคิดที่จะแบ่งปันตลอดเวลาเกิดขึ้นจาก...

คงจะได้มาจากการเลี้ยงดูของครอบครัว ประสบการณ์ชีวิต การศึกษาค้นคว้าจากหนังสือแล้วนำมาปฏิบัติ ส่วนหนึ่งก็ได้จากคนไข้ เพราะแต่ละรายที่เดินเข้ามาหาเราไม่เหมือนกันเลย จะว่าไปแล้วก็เปรียบเสมือนหนังสือเล่มหนึ่งเช่นกัน และที่สำคัญเราต้องหมั่นเติมความรักให้ตัวเอง ดูแลสุขภาพให้ดี รู้จักแบ่งเวลาให้ครอบครัว ชีวิตก็มีเพียงเท่านี้เองค่ะ

เป็นชีวิตที่น่าอิจฉามาก เพราะสามารถมีความสุขได้ทุกที่ทุกเวลา

ไม่ยากเลยค่ะ สำคัญคือเราต้องรู้ก่อนว่าตัวเราต้องการอะไร ดำเนินชีวิตอย่างมีจุดหมาย มันจำเป็นมากเลยนะคะที่เราจะต้องกำหนดทิศทางให้ตัวเอง เพราะมันจะไม่ทำให้เราหลงทาง หากถูกปัจจัยภายนอกเข้ามากระทบ หมอแอร์จะไม่หวั่นไหวไปกับสิ่งใด เพราะเราตัดสินตัวเราด้วยตัวเราเอง รักตัวเองให้มาก แต่ก็พิจารณาตัวเองนะคะ แต่วัยรุ่นเขาจะแคร์คนรอบข้างแล้วก็เจ็บปวดกับเรื่องนี้มาก ซึ่งหมอแอร์ก็จะบอกเขาตลอด แคร์เฉพาะคนที่ควรจะแคร์มากกว่า ถ้าเราดูแลตัวเองให้แข็งแรง เราก็จะแข็งแกร่ง เราต้องมองเห็นคุณค่าในตัวเรา พัฒนาตัวเอง แบ่งปันให้กับผู้คน คนที่รู้จักรักตัวเองเขาจะไม่ไปเรียกร้องความรักจากใครเพราะเขาจะรู้จักวิธีเติมความรักให้กับตัวเองอยู่แล้ว แถมยังมีความรักเหลือเฟือมากพอที่จะแบ่งปันให้กับคนรอบข้าง

หมอแอร์จะเป็นจิตแพทย์ตลอดไปหรือคิดจะเปลี่ยนอาชีพ

ไม่ค่ะ ชีวิตนี้หมอแอร์คิดว่าจะเป็นจิตแพทย์ตลอดไปค่ะ ยืนยันที่จะเยียวยาหัวใจผู้คนให้แข็งแรง จิตแพทย์บ้านเรายังขาดแคลน วิชาชีพนี้ต้องเป็นผู้ที่มีใจจริงๆ เพราะบางคนไม่ชอบที่จะรับฟังเรื่องของคนอื่น โดยส่วนตัวไม่เคยคิดที่ไปเปิดคลินิก เพราะเป็นคนที่ชอบรักษาฟรี มีช่วงหนึ่งที่ไปอยู่โรงพยาบาลเอกชน ค่าตอบแทนดีมาก แต่พอนานวันเข้าเราชักเริ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่ เพราะการได้รับราชการเท่ากับเราได้ตอบแทนคุณแผ่นดิน

หมอแอร์ดูมีความสุขกับชีวิตจริงตามที่เธอบอก เพราะทั้งสีหน้าและแววตาระหว่างที่สนทนากันยิ้มละไมอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเอ่ยถึงครอบครัวที่สุรินทร์ หมอแอร์กล่าวถึงอย่างภาคภูมิใจ เพราะชีวิตที่เดินมาถึงจุดนี้ได้เธอบอกว่าล้วนเกิดจากการเลี้ยงดูด้วยความรักของครอบครัวโดยแท้