หลวงปู่นามวัดน้อยชมภู่ สุพรรณบุรี พิธีเททองหล่อนำฤกษ์รุ่นสร้างสะพาน

เล่าขานสืบตำนาน
ช่างภาพ: 

เกจิอาจารย์สองผู้เฒ่าผู้ยิ่งใหญ่แห่งลุ่มน้ำท่าจีนและลุ่มน้ำแควน้อย ได้โคจรมาพบกันโดยนัดหมายเป็นการล่วงหน้าที่วัดน้อยชมภู่ สุพรรณบุรี นับตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงเวลาแดดร่มลมตก คนไทยผู้เปี่ยมด้วยพลังจิตศรัทธาพากันหลั่งไหลเดินทางจากทั่วทุกสารทิศเป็นจำนวนหลายพันคน เพื่อเข้าร่วมพิธีเททองรูปหล่อบูชานั่ง "เพชรกลับ" และรูปหล่อ "ไม้เท้าครู" หลวงปู่นาม สาสนปโชโต เจ้าอาวาสวัดน้อยชมพู่ เกจิชื่อดังของตำบลบ้านกร่าง อำเภอศรีประจันต์ แห่งเมืองสุพรรณ ดินแดนขุนแผน บรรยากาศงานล้นหลามด้วยผู้คนที่มาเข้าร่วมพิธีต่างพร้อมใจกันสวมด้ายสายสิญจน์มงคล แล้วเริ่มต้นจุดธูป เทียน บูชาพระรัตนตรัยอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งนี้ อาม่าเซาะลั้ง แซ่จิว วัย 91 ปี ชอบถักผ้าสวยงามเป็นปลอกหมอน ผ้าปูโต๊ะในพิธีมอบให้ทางวัด ท่านมีจิตใจใฝ่กุศลร่วมทำบุญอันยิ่งใหญ่พร้อมๆกับบุตรชาย อนุสรณ์ อภิวันทน์โอภาศ และครอบครัวเป็นประธานในพิธีฝ่ายฆราวาสทำบุญทอดผ้าป่าเพื่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ซึ่งต้องใช้เงิน 14ล้านบาท และเข้าร่วมพิธีเททองหล่อพระ

พระครูสุวรรณศาสนคุณ พระเกจิอาจารย์ผู้เฒ่าเรืองวิทยาคมแห่งเมืองสุพรรณ มีพลังจิตเข้มขลังวิทยาคมแก่กล้า ชาวบ้านเรียกท่านว่า "หลวงปู่ผู้เฒ่า หรือหลวงปู่อุปัชฌาย์นาม" เจ้าอาวาสวัดน้อยชมภู่ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี หรือเรียกสั้นๆว่า หลวงปู่นาม สิริอายุ 91 ปี โดยมี พระครูอดุลพิริยานุวัตร หรือ หลวงพ่อชุบ ปญฺญาวุโธ พระเกจิอาจารย์ผู้สืบทอดสรรพวิชาสายหลวงพ่อศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า หรือ หลวงปู่ชุบ สิริอายุ 86 ปี นำการเททองหล่อนำฤกษ์พระบูชานั่งเพชรกลับ รูปเหมือนหลวงปู่นาม จำนวน 90 องค์ ซึ่งเป็นรุ่นที่มีการปิดทองที่จีวรอย่างสวยงาม พร้อมด้วยการหล่อชนวนนำฤกษ์สำหรับนำไปสร้างวัตถุมงคลรุ่นสร้างสะพานที่เรียกว่ารูปหล่อไม้เท้าครู และรูปหล่อบูชานั่ง หน้าตัก 9 นิ้ว ที่จัดสร้างตามจำนวนจอง ด้วยการนำแผ่นและแท่งชนวนของเกจิอาจารย์ทั่วทั้งประเทศมาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม 2555 หลังจากนั้นนำพระที่หล่อเรียบร้อยแล้วเข้าเสกเดี่ยวในกุฏิหลวงปู่นาม จากนั้นมาทำพิธีพุทธาภิเษกสมโภช ในวันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน เริ่มให้สั่งจองบูชากันแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม เป็นต้นมา

พระครูสุวรรณศาสนคุณ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดน้อยชมภู่ ต.บ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี พระครูสุวรรณศาสนคุณ มีนามเดิมว่า นาม มณีวงศ์ ถือกำเนิด เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม2464 เป็นชาวสุพรรณโดยกำเนิด โยมบิดาชื่อ คุณพ่อบัว มณีวงศ์ โยมมารดาชื่อ คุณแม่สา มณีวงศ์ ในวัยเด็ก ด.ช.นาม มณีวงศ์ ช่วยพ่อแม่ทำนา ควบคู่กับการเรียนหนังสือ ทั้งอักขระขอม-ไทยกับหลวงปู่เหมือนที่วัดน้อยชมภู่ และฟังธรรมะคำสอนของหลวงปู่เหมือน ทำให้ท่านมีใจอ่อนน้อม และเลื่อมใสในพุทธศาสนามาตั้งแต่เล็ก

เมื่ออายุ 21 ปีครบบวช ท่านได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดบ้านกร่าง โดยมี ท่านเจ้าคุณพระธรรมเมธีธรรมสาร (ไสว) เป็นพระอุปัชฌาย์ของท่าน พระปลัดทวี (หลานหลวงพ่อมุ่ย) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการสวงศ์ เป็นพระอนุศาสนาจารย์ ภายหลังอุปสมบทแล้ว ได้จำพรรษาศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยจนสอบได้นักธรรมเอก ตามลำดับ ในปีนั้นท่านเป็นพระสงฆ์เพียงรูปเดียวที่สามารถสอบไล่ได้นักธรรมชั้นเอกของอำเภอศรีประจันต์ อีกทั้งยังสามารถท่องจำพระปาฏิโมกข์ ได้เพียง 45 วัน

หลังจากที่ได้ร่ำเรียนวิทยาคมกับ หลวงปู่พ่อไสว 4 ปี ย้ายมาอยู่วัดน้อยชมภู่ ฝากตัวเป็นศิษย์หลวงปู่ขำ (ศิษย์หลวงพ่อเฒ่า วัดค้างคาว หลวงพ่ออิ่ม วัดหัวเขา) ต่อมาได้ศึกษาเวทวิทยาคมกับหลวงปู่เหมือน ศิษย์หลวงพ่อเนียม วัดน้อย หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว ซึ่งเป็นพระอภิญญา สามารถเสกใบมะขามเป็นตัวต่อแตนไล่ฝูงลิงที่มาทำลายของในวัด และเสกข้าวออกรวงเลี้ยงพระเณรในวัดได้ทั้งวัด หลวงปู่นามได้วิชาจากหลายสายอาจารย์มากมาย หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ เกจิดังสุพรรณยังสนิทสนมเคยมาจำวัดกับหลวงปู่นามบ่อยครั้ง ท่านเคยไปศึกษาวิชาวัดปากคลองมะขามเฒ่า (ศิษย์หลวงปู่ศุข) และเคยไปอยู่วัดระฆังโฆษิตารามสมัยหลวงปู่นาค ท่านเจ้าคุณเที่ยง เจ้าอาวาสวัดระฆัง เรียก "หลวงพี่นาม" หลวงปู่บอกด้วยว่าผู้ใดมีทุกข์หรือประสงค์สิ่งใดให้จุดธูปบอกท่านจะสมความปรารถนาตามกำลังบุญแก่ท่าน

ไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่ขำมีอายุเกือบสองร้อยปี สมัยที่หลวงปู่ขำยังมีชีวิตอยู่ เสกพระให้เต็มวัดก็ใช้ไม้เท้าอันนี้ ทำน้ำมนต์ เสกต่อแตน ไล่ผี แก้คุณไสย เคาะหัว ลงกระหม่อม รักษาโรค หรือบอกหวย ก็ใช้ไม้เท้าอันนี้ หลวงปู่ยังได้ไปจำพรรษาอยู่วัดระฆังหลายหนเพื่อไปศึกษาวิชา โดยท่านได้ฝากเนื้อฝากตัวเป็นศิษย์อยู่รับใช้ ท่านเจ้าคุณพระธรรมธาดาจารย์ (หลวงปู่แนบ) กล่าวถึงท่านเจ้าคุณแนบ ท่านเป็นพระเกจิคณาจารย์ที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้นมาก ด้วยท่านได้สืบทอดพุทธาคมในสายสมเด็จพระพุฒาจารย์โต เมื่อ พ.ศ.2485 วัดราชบพิธได้ทำพิธีปลุกเสกใหญ่ มีพระเกจิอาจารย์ระดับแนวหน้าของประเทศ อาทิ หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม หลวงพ่อจาด วัดบางกะเบา หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก หลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้ หลวงพ่อขาว วัดสาวชะโงก อีกทั้งยังนิมนต์เจ้าคุณแนบไปอธิษฐานจิตในครั้งนั้นด้วย

เจ้าคุณแนบรักเอ็นดูหลวงปู่นามมาก สั่งสอนบอกวิชาหลวงปู่ ไม่มีปกปิด ก่อนที่ท่านจะมรณภาพ ยังได้มอบตาฤาษี ซึ่งได้รับตกทอดมาตั้งแต่สมัยสมเด็จโตให้หลวงปู่นามเก็บรักษาไว้ ด้วยท่านเห็นว่าศิษย์ผู้นี้มีบารมีมาก ต่อไปภายภาคหน้าจะเป็นที่พึ่งของสาธุชนทั้งหลาย จากนั้นท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์หลวงปู่นาค วัดระฆัง ระหว่างอยู่วัดระฆัง ท่านสนิทกับ เจ้าคุณผัน เจ้าคุณเที่ยง เจ้าคุณทั้งสองเรียกหลวงปู่นามว่า "หลวงพี่" ตลอดมา กลับมาอยู่วัดน้อย ท่านได้ยินชื่อเสียง หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า โด่งดังมาก ท่านได้เดินทางไปยังสำนักวัดอู่ทอง ปากคลองมะขามเฒ่า เพื่อขอฝากตัวเป็นศิษย์ศึกษาเล่าเรียนวิชาในสายหลวงปู่ศุข เกสโร กับหลวงพ่อสำราญ เป็นที่ทราบกันดีว่าหลวงพ่อสำราญปกติท่านจะดุมาก แต่กลับเมตตาถูกอัธยาศัยกับหลวงปู่นาม ก่อนจะลากลับท่านได้มอบพระพุทธรูปเก่าสมัยหลวงปู่ศุข ให้หลวงปู่กลับมา ปัจจุบันหลวงปู่ท่านยังเก็บรักษาไว้ที่กุฏิของท่าน อีกทั้งหลวงปู่ยังมีความสนิทสนมถูกอัธยาศัยกับหลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่

หลังจากที่ได้ร่ำเรียนวิทยาคมและฝากตัวเป็นศิษย์รับใช้หลวงพ่อไสว ควบคู่ไปกับการเล่าเรียนศึกษามูลกัจจายน์ บาลี อักษรขอม ไทย จึงทำให้ท่านมีความรู้แตกฉานในด้านนี้เป็นอย่างมาก หลวงปู่จึงได้สืบทอดพุทธาคมในสายวิชานี้มาอย่างเอกอุ ทั้งในด้านการเจริญสมถะ วิปัสสนากรรมฐาน การอธิษฐานจิตเสกพระ จากนั้นจึงได้ย้ายมาจำพรรษาที่วัดน้อยชมภู่ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา (คือนำสองวัดมารวมกัน คือวัดน้อย กับวัดชมภู่ รวมเรียกว่า วัดน้อยชมภู่) วัดนี้เป็นวัดที่มีพระเกจิดัง สมภารเก่งมาแต่เดิมทำน้ำพุทธมนต์ให้เจ้าสมัยก่อน ได้ร่ำเรียนศึกษาวิชาอาคม

พระครูอดุลพิริยานุวัตร หรือ หลวงพ่อชุบ ปญฺญาวุโธ หลวงพ่อชุบ วัดวังกระแจะ จ.กาญจนบุรี พระเกจิอาจารย์ผู้สืบทอดสรรพวิชาสายหลวงพ่อศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จากฆราวาสจอมขมังเวทย์ อาจารย์รื่น นิลแนบแก้ว ซึ่งท่านเป็นพระสหายสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ณ สำนัก วัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงพ่อชุบได้สืบทอดวิชาการสักยันต์ เมตตา แคล้วคลาด คงกะพัน และมหาอุตม์ พระคาถาต่างๆ และสรรพวิชาการทำตะกรุดและเครื่องรางของขลัง อีกทั้งยังสืบทอดวิชาสายหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม จากพระมหาสิทธิการทอง วัดเพชรสมุทร จ.สมุทรสงคราม ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อครั้งจำพรรษาอยู่ที่วัดเพชรสมุทร(วัดบ้านแหลม)

ประวัติ หลวงพ่อชุบ วัดวังกระแจะ ท่านเกิดวันศุกร์ที่ 25 มีนาคม 2469 ตรงกับ แรม 8 ค่ำ เดือน 4 ปีขาล โยมบิดาชื่อ นายปลื้ม ถินนาก โยมมารดาชื่อ นางช่วง ถินนาก ท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดาทั้งหมด 5 คน มีพี่สาวต่างมารดา 1 คน ท่านเป็นบุตรคนที่ 4 มีพี่สาว 3 คน น้องชาย 1 คน ในวัยเยาว์ท่านมีความสามารถด้านศิลปะวาดเขียนมากกว่าเด็กอื่นๆในวัยเดียวกัน ในช่วงวัยรุ่นท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์และได้รับการถ่ายทอดวิชาการสักยันต์และวิชาอาคมต่างๆจาก อาจารย์รื่น นิลแนบแก้ว เมื่อครั้งที่อาจารย์รื่นท่านเปิดสำนักสักยันต์ที่ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม อาจารย์รื่น ท่านเป็นศิษย์ของหลวงพ่อศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่าพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของเมืองไทยและอาจารย์รื่นท่านยังเป็นพระสหายกับ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

ท่านอุปสมบทเมื่อปี 2491 ณ วัดคู้สนามจันทร์ ต.บ้านปรก อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม โดยมี หลวงพ่อกลึง ธมฺมโชติ วัดสวนแก้ว เป็นพระอุปัชฌาย์ จำพรรษาอยู่วัดคู้สนามจันทร์ ได้ 4 พรรษา ท่านจึงได้ย้ายไปจำพรรษาและศึกษาพระปริยัติธรรม ที่วัดเพชรสมุทร และยังได้ศึกษาสรรพวิชาเพิ่มเติมจาก พระมหาสิทธิการทอง วัดเพชรสมุทรด้วย โดย พระมหาสิทธิการทอง นั้น ท่านเป็นศิษย์หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม

หลังจากหลวงพ่อชุบ ได้ศึกษาสรรพวิชาอาคมต่างๆจนจบแล้ว หลวงพ่อชุบได้เริ่มเดินธุดงค์ไปยังจังหวัดต่างๆ เช่น นครศรีธรรมราช ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี และกาญจนบุรี พ.ศ.2505 ท่านได้เดินธุดงค์มาที่ จ.กาญจนบุรี และได้เดินทางจนมาถึงถ้ำละว้า ได้มีญาติโยมที่อาศัยอยู่ที่วังกระแจะ ได้นิมนต์ให้ท่านมาพักที่บ้านวังกระแจะ และสร้างกุฏิให้อยู่เป็นไม้ไผ่มุงแฝก 1 หลัง หลังจากนั้นได้สร้างกุฏิไม้แบบถาวรให้ 1 หลังพ.ศ.2511ได้รับเป็นวัดที่บำเพ็ญกุศลของชาวบ้าน พ.ศ.2514 ได้รับพระราชทานเป็นวิสุงคามสีมา พ.ศ.2533 ได้ทำพิธีผูกพัทธสีมาพระอุโบสถ

พ.ศ.2513 หลวงพ่อชุบท่านได้รับตำแหน่งหน้า ที่เป็นเจ้าอาวาสวัดวังกระแจะ ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี พ.ศ.2517 เป็นเจ้าคณะตำบลท่าทุ่งนา และต่อมาได้ย้ายมาเป็นเจ้าคณะตำบลวังกระแจะ พ.ศ.2522 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ (8 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2522) พ.ศ.2526 เป็นรองเจ้าคณะอำเภอไทรโยค พ.ศ.2549 เมื่ออายุครบ 80 ปี เกษียณจากตำแหน่งรองเจ้าคณะอำเภอไทรโยค และได้รับแต่งตั้ง เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอไทรโยค โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมหาเถระสมาคม อันมี สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศฯ ผู้ทำหน้าที่เป็นประธานในตำแหน่งปฏิบัติงานแทน สมเด็จพระสังฆราชฯ เป็นผู้รับรองการแต่งตั้ง เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2549

งานด้านการศึกษา หลวงพ่อชุบท่านได้รับตำแหน่ง ดังนี้ พ.ศ.2498 ได้รับการแต่งตั้งเป็นครูสอนปริยัติธรรม พ.ศ.2499 ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจข้อสอบธรรมสนามหลวง พ.ศ.2501 ได้รับการแต่งตั้งเป็นครูสอนบาลี พ.ศ.2513เป็นเจ้าสำนักเรียนประจำสำนักเรียนวัดวังกระแจะ งานสาธารณูปโภค ที่หลวงพ่อชุบท่านช่วยสงเคาระห์ พ.ศ.2516-2518สร้างพระอุโบสถ พ.ศ.2519 - 2521 สร้างกุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ หอฉัน หอสวดมนต์ ห้องน้ำ พ.ศ.2534-2536 สร้างเมรุศาลาฌาปณสถาน และห้องน้ำใหม่ พ.ศ.2547-2549 สร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่งานเผยแพร่ พ.ศ.2524 ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระธรรมทูตเผยแพร่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ (อินเดีย)

หลวงพ่อชุบ ท่านได้รับสมณศักดิ์ เมื่อ พ.ศ.2519 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระครูสัญญาบัตร ชั้นเอก ในพระราชทินนามว่า "พระครูอดุลพิริยานุวัตร" ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอไทรโยค และเจ้าอาวาสวัดวังกระแจะ และทางวัดได้จัดงานฉลองอายุวัฒนมงคล 85 ปี พระครูอดุลพิริยานุวัตร (หลวงพ่อชุบ ปญฺญาวุโธ) อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2554 ที่ผ่านมา

นอกจากเป็นฤกษ์งามยามดีหล่อวัตถุดีมงคลสำเร็จแล้ว ยังมีการเททองหล่อพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ไว้เป็นที่กราบไหว้บูชาของสาธุชนทั่วไปอีกด้วย สร้างความอิ่มเอิบใจยิ่งขึ้นกับผู้มาร่วมงานกันถ้วนทั่ว "พนักงานช่วยกันสุมไฟเพื่อจะเททองหล่อรูปพระพุทธรูปปางพุทธมณฑล เจ้าแม่กวนอิม พระพุทธรูปปางห้ามญาติ รูปหล่อหลวงปู่นาม ให้เรียบร้อย พิธีจุดเทียนชัยประพรมน้ำพระพุทธมนต์ พร้อมด้วยการแจกเหรียญมงคลหลวงปู่นามนั่งทาน ซึ่งปลุกเสกแล้วเป็นอย่างดี และยังมีหลวงปู่ชุบ นั่งปรกอธิษฐานจิตเป็นเวลานาน พร้อมด้วยยาดมมีรูปหลวงปู่นาม หากใครยังไม่ได้ร่วมทำบุญ ให้หยิบแผ่นทองเหลือง เขียนชื่อร่วมบุญกุศลด้วยการสร้างวัตถุมงคล รุ่นสร้างสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ขณะนี้ดำเนินการก่อสร้างไปแล้วกว่า 60% สะพานนี้เชื่อมโยงแม่น้ำทั้งสองฝั่ง เป็นความร่วมมือของศิษยานุศิษย์ พิธีพุทธาภิเษกในครั้งนั้นเสร็จแล้วฝนตกหนัก หลวงปู่นาม มีเมตตากับโรงพยาบาล และสร้างห้องสมุดในโรงเรียนศรีประจันต์ หลวงปู่มีส่วนร่วมในการสร้างโรงพยาบาลส่งเสริมชุมชน และยังให้มีการจัดซื้อเครื่องมือถอนฟันทันสมัย ศิษยานุศิษย์ช่วยกันทำบุญ และยังจัดเงินมอบเป็นทุนการศึกษาสำหรับเด็กๆอีกด้วย รวมเงินทำบุญทั้งหมดมากกว่า 1 ล้านบาท" พิธีกรกล่าวเชิญชวนแขกที่เข้าร่วมงานได้รับรู้ถึงความศักดิ์สิทธิ์

ในระหว่างที่ทุกคนรอการสุมไฟให้ระอุ อันเนื่องมาจากเมื่อคืนนี้ฝนตกหนัก ไม้ที่ใช้ทำเป็นเชื้อเพลิงค่อนข้างชื้นจึ งต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน ระหว่างการรอคอย ให้ทุกคนไปร่วมรับประทานอาหารคาวหวาน ซึ่งมีผู้ใจบุญช่วยกันจัดหามาให้ทุกคนได้อิ่มบุญร่วมกัน ขนมจีนน้ำยา ข้าวแกง กระเพาะปลา ก๋วยเตี๋ยวหมู ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย หอยทอด หมูสะเต๊ะ ข้าวเกรียบกุ้ง ข้าวเหนียวน้ำกะทิทุเรียน ขนมหวาน หวานเย็น ไอศกรีมกะทิสด ไอศกรีมรวมมิตรช่วยดับร้อนเพิ่มความเย็น น้ำดื่มทุกชนิด ชาเขียว น้ำอ้อย น้ำอัดลม ขนมหวานนานาชนิด ฯลฯ พร้อมกันนี้ขอเปิดเผยถึงเลขมงคลของเทพเจ้าสามองค์ ฮก ลก ซิ่ว 168 ได้เงินบริจาคผ้าป่าในวันนี้ เป็นจำนวนเลขมงคล 6 หมื่น 1 พัน 8 ร้อยบาท ขออนุโมทนา สาธุ สาธุ ถือว่าเป็นเรื่องโชคดี

ในงานเททองหล่อเพื่อนำแผ่นและแท่งชนวนของเกจิอาจารย์ทั่วทั้งประเทศมาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว วัตถุมงคลชุดนี้ หลวงปู่นามได้ออกแบบและกำหนดวันทำพิธี รวมถึงการมวลสร้างทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว โดยออกแบบเป็นรูปหล่อ มีทั้งรูปหล่อนั่ง หน้าตัก 9 นิ้ว และรูปหล่อยืนถือไม้เท้า (ขนาดห้อยคอ) ท่านตั้งชื่อให้ว่า รูปหล่อไม้เท้าครู โดยสร้างเป็นโลหะ ขนาดความสูง 4 ซม. เนื้อเงินบริสุทธิ์ เนื้อนวโลหะ เนื้อทองแดง และเนื้อทองเหลือง วันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา กำหนดเป็นวันพิธีพุทธาภิเษกสมโภชวัตถุมงคลภายในพระอุโบสถ ซึ่งวัตถุมงคลรุ่นนี้ทางวัดดำเนินการจัดสร้างเอง ทั้งนี้หลวงปู่จะนำเงินรายได้จากการให้บูชาไปสมทบเพื่อสร้างสะพานให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้ จึงขอแจ้งให้ลูกศิษย์ทั้งหลายได้ทราบโดยทั่วหน้ากัน ผู้ที่สนใจสอบถามได้จากทางวัด ที่เบอร์โทรศัพท์ 0-3554-8075 และ 08-8882-6774

สำหรับแผ่นและทองชนวนที่จะใช้เทหล่อนำฤกษ์ ทางวัดต้องการให้พระเกจิอาจารย์จากทั่วทั้งประเทศร่วมลงลายมือจารและเสกแผ่นชนวนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำกันได้ รวบรวมจากทั่วสารทิศทั้งเหนือ ใต้ ออก ตก อาทิ พระเกจิอาจารย์จังหวัดเพชรบุรี หลวงพ่อแถม วัดช้างแทงกระจาด ท่านเป็นเกจิอาจารย์ขลังสืบสายพุทธาคม หลวงพ่อทองสุข วัดโตนดหลวง เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีเกียรติคุณกว้างไกลไร้พรมแดนของเมืองเพชร อีกรูปหนึ่ง ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ในสายมหานิกายที่พูดน้อย ไม่ค่อยถนัดในเรื่องคุย แต่เข้มขลังในอาคม โดยเฉพาะตะกรุดของท่านนั้นถือว่าเป็นมหาอำนาจในทางอยู่ยงคงกระพันเป็นเลิศอีกรูปหนึ่งในยามนี้

ในอดีตคนเมืองเพชรถือว่าหลวงพ่อแถมเป็นคู่แข่งรูปสำคัญกับหลวงพ่อตัด วัดชายนา เพียงแต่หลวงพ่อตัดนั้น ท่านเป็นสายพระธรรมยุติ ส่วนหลวงพ่อแถม ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ในสายพระมหานิกาย พระอาจารย์ทั้งสองรูปนี้เป็นสหธรรมิกกันมาช้านาน มีการเดินทางไปมาหาสู่กันบ่อยๆ ตามที่เขาเล่าลือกันมาจากปากสู่ปากตะกรุดของท่านนั้นเป็นเลิศในทางคงกระพันชาตรี หนังเหนียวชนิดยิงไม่ออก แทงไม่เข้า ชื่อเสียงของท่านโด่งดังติดทำเนียบอันดับพระเกจิอาจารย์ดัง พระอาจารย์เข้มขลังเวทมนต์แดนคนดุ เมืองเพชรในปัจจุบัน มิใช่เฉพาะชาวบ้านธรรมดาตาดำๆ แม้แต่เจ้านายชั้นสูงก็เคารพศรัทธาหลวงพ่อแถม รูปหล่อไม้เท้าครูรุ่นนี้เข้มขลังแน่นอน และเป็นสุดยอดวัตถุมงคล พ.ศ.2555 ของ หลวงปู่นาม อีกรุ่นหนึ่ง

ยังมีบรรดาเกจิอีกมากที่ร่วมจารแผ่นเงิน แผ่นทอง เพื่อร่วมบุญหล่อวัตถุมงคล รุ่นสร้างสะพานนี้ ร่วมกับ หลวงปู่นาม ทางใต้ หลวงพ่อสมนึก วัดบางเนียน นครศรีธรรมราช หลวงพ่อสมนึก วัดหรงบน สายหลวงพ่อจำเนียร วัดถ้ำเสือ และที่พัทลุง สายวัดเขาอ้อ พระอธิการห้อง เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน พ่อท่านคล้อย วัดภูเขาทอง พ่อท่านขาว วัดพรุพ้อ ที่สงขลา หลวงพ่อมหาจิต วัดภูเขาล้อม อาจารย์คลังแสง วัดเขากุฎ เกาะยอ มาถึงปัตตานี พ่อท่านหวาน วัดสะบ้าย้อย สายหลวงปู่ทวด พ่อท่านเขียว แห่งวัดห้วยเงาะ ขนาดพ่อท่านพรหม วัดพลานุภาพ ที่ท่านปฎิเสธไม่จารไม่เสกแผ่นชนวนและแท่งชนวนโลหะ หลวงพ่อท่านยังช่วยเมตตาจารและเสกให้เพื่อเป็นสะพานบุญให้หลวงปู่ โดยไม่มีผลประโยชน์อื่นใดแอบแฝง ทำด้วยแรงศรัทธาหลวงปู่นาม พ่อท่านพรหมก็เอ่ยวาจา "ฉันจารให้ก็ได้แต่แผ่นเดียวก็พอแล้วนะ และห้ามถ่ายรูปขณะจารและเสก" ทางเหนือ หลวงปู่แขก วัดสุนทรประดิษฐ์ มาทางภาคกลางบ้าง ที่ฉะเชิงเทรา หลวงพ่อฟู วัดบางสมัคร ที่อยุธยา หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว หลวงพ่อพูน วัดบ้านแพน หลวงพ่อเอียด วัดไผ่ล้อม หลวงพ่อรวย วัดตะโก จังหวัดอ่างทอง หลวงพ่อสม วัดโพธิ์ทอง และจังหวัดสมุทรสงคราม หลวงพ่ออิฐ วัดจุฬามณี ทางภาคตะวันออก หลวงปู่บัว วัดศรีบูรพาราม จังหวัดตราด ซึ่งปัจจุบันท่านไม่จารวัตถุมงคลให้ใครแล้ว แต่ท่านจารให้หลวงปู่นาม และเกจิสายอีสาน หลวงปู่คีย์ วัดศรีลำยอง สุรินทร์ หลวงปู่หงส์ สุสานทุ่งม่น ฯลฯ

เรื่องราวที่น่าสนใจอย่างยิ่งถึงเรื่องเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากรุ่นเสาร์ 5 มหามงคล สถิติเดิมเหรียญสมปรารถนาเนื้อเงินเปิดให้จองที่วัด โดยให้ได้ท่านละไม่เกิน 3 องค์ ปรากฎว่าเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น จองหมดเกลี้ยง เริ่มเปิดให้จองตั้งแต่แปดโมงเช้า หมดแล้วตั้งแต่สิบเอ็ดโมง ไม่มีเหลือให้จองกันทางโทรศัพท์แต่อย่างใด พระเกจิสายภาคกลางที่ท่านร่วมจารและเสกแผ่นชนวนรูปแรก ท่านเป็นสหธรรมิกของหลวงปู่นาม มีพิธีเสกพระที่ไหน ถ้ามีหลวงปู่นาม ต้องมีหลวงปู่ชุบ หรือมีหลวงปู่ชุบ ก็ต้องมีหลวงปู่นาม ร่วมปลุกเสกด้วยเป็นส่วนใหญ่ ท่านได้เมตตาจารและเสกแผ่นและแท่งชนวนให้กับหลวงปู่นาม เพื่อใช้หล่อวัตถุมงคลรุ่นสร้างสะพาน ดังนั้น หากใครต้องการให้ชีวิตครอบครัวการงานราบรื่นเสมือนหนึ่งการสร้างสะพานเชื่อมความศรัทธา ก็ควรจะมีวัตถุมงคลรุ่นนี้เก็บไว้เคารพ...

อาม่า แซ่จิว วัย91ปี เข้าร่วมเป็นประธานในพิธีฝ่ายฆราวาส ทำบุญทอดผ้าป่า