ยุคหันไปใช้หุ่นยนต์แทนคน กำลังจะมาแล้ว

ยลยินอินเทอร์เน็ต

ความพิสดารในการดำรงชีวิตของมนุษย์แปรผันไปอย่างรวดเร็ว แม้โลกจะเต็มไปด้วยประชากรถึง ๘,๐๐๐ ล้านคนแล้วก็ตาม แด่ความอยากสบายชีวิตง่ายขึ้น มีสิ่งอำนวยความสะดวกรอบตัวมากขึ้น ทำให้กระแสการเปลี่ยนวิถีชีวิตมนุษย์กำลังจะมาแรง แต่ที่น่าสนใจก็คือ รีแกน มอร์ริส ผู้สื่อข่าวด้านธุรกิจของบีบีซี จ่าหัวข้อข่าวเปิดเรื่องที่ดูแปลกว่า Why the 'cute robots' don't work for Rodney Brooks. หรือ ทำไมจึงใช้เจ้าหุ่นยนต์แสนแปลกทำงานให้ รอดนี่ย์ บรุ๊กส์ ไม่ได้ ซึ่งบรุ๊กส์เองเห็นตรงกันข้ามกับคำกล่าวนี้ และสำหรับเขา "หุ่นยนต์ต้องทำงานให้ได้" ไม่ใช่ทำให้ไม่ได้

บรุ๊กส์นักประดิษฐ์หุ่นยนต์ตัวยง เขาเป็นคนไม่ชอบพวกที่ออกแบบหุ่นยนต์เพื่อให้เก๋ ขายความแปลกประหลาดของหุ่นยนต์ เช่น มีดวงตาเปิดกว้างเหมือนการ์ตูน พวกนี้จะเป็นหุ่นยนต์ที่คอยเป็นเพื่อนของมนุษย์ ซึ่งเขาไม่ชอบ เพราะสำหรับเขาหุ่นยนต์ที่ผลิตประดิษฐ์ขึ้นมาจะต้องทำการงานได้จริงๆ

บรุ๊กส์อยู่ประจำสำนักงานบริษัทใหญ่โตของเขาที่บอสตัน ได้แก่ บริษัทรีธิงค์ โรบอตติกส์ ที่เขาตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๕๕๑ บรุ๊กส์เป็นหนึ่งในบรรดานักประดิษฐ์หุ่นยนต์ของสหรัฐฯ สามารถประดิษฐ์หุ่นยนต์ได้ทุกชนิด ตั้งแต่ตัวที่ทำหน้าที่ดูดฝุ่นทำความสะอาดพื้นที่ และรับใช้มนุษย์ในด้านอื่นๆสมกับเป็นวิศวกรหุ่นยนต์อย่างแท้จริง เขามีความหวังและความฝันที่ในชีวิตของเขาจะต้องสร้าง "หุ่นยนต์" ชนิดที่สามารถทำงานได้ร่วมกับมนุษย์ในโรงงานเป็นอย่างดี จึงจะถือว่า หุ่นยนต์สามารถทำประโยชน์ให้แก่มนุษย์

บรุ๊กส์กล่าวต่อไปว่า "เราพยายามเปลี่ยนวิสัยของหุ่นยนต์ให้มันสามารถช่วยงานในโรงงานให้ได้เป็นอย่างดี" เขามีจินตนาการอยากจะเห็นมนุษย์ทำงานในโรงงานที่ห้อมล้อมไปด้วย "หุ่นยนต์" ในที่กว้างขวางภายในโรงงาน เพราะเขาตระหนักดีว่า โรงงานแทบทุกแห่งต่างพากันร้องทุกข์ว่า คนงานเดี๋ยวนี้ต่างมีรสนิยมใหม่ ไม่ต้องการทำงานอย่างกรรมกรในโรงงานอีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเป็นเรื่องจริงสำหรับคนงานใหม่ๆที่วัยเยาว์ทั้งหลาย คนงานพวกนี้จะมีอายุถัวเฉลี่ยราว ๕๖ ปี

ในประเทศจีน เมื่อมีผู้คนต่างชาติไปลงทุนในธุรกิจจำนวนมากจึงประสบปัญหาหาคนทำงานไม่ค่อยได้ ทำให้ต้นทุนการผลิตถีบตัวขึ้น รวมทั้งต้องสามารถสนองตอบให้คนงานเหล่านี้มีสวัสดิการและระดับการครองชีพที่สูงด้วย จึงจะสามารถดึงดูดคนงานให้อยู่ทำงานด้วยได้

ในหลายกรณีตัวอย่าง หุ่นยนต์ที่ประดิษฐ์ขึ้นมาแต่ดั้งเดิม มักจะคำนึงแต่การแทนที่มนุษย์ที่กำลังทำงานนั้นๆอยู่ให้ได้ แต่การจะทำงานให้ได้อย่างนั้น จะต้องใช้เวลาประดิษฐ์ติดตั้งถึง ๑๘ เดือน และเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงลิบลิ่ว งานทำหุ่นยนต์ใช้แทนคนนี้จำเป็นต้องใช้ช่างผู้ชำนาญการระดับสูง และผู้ปฏิบัติงานร่วมก็ต้องเป็นมืออาชีพ

หลักของการประดิษฐ์หุ่นยนต์แทนมนุษย์ให้เป็นผลสำเร็จนั้นจะต้องสามารถทำให้หุ่นยนต์เป็นสิ่งที่สามารถฝึกงานได้ง่ายด้วย และที่สำคัญจะต้องทำให้หุ่นยนต์สามารถทำงานร่วมกันประสานกันกับมนุษย์ให้ได้ด้วยเช่นกัน และเมื่อมีการเปลี่ยนชนิดของงานก็สามารถรับได้ด้วย ต้นทุนหุ่นยนต์ยังจัดว่าสูง เช่น หุ่นยนต์คู่หนึ่งที่มีชื่อ คือ แบ๊กสเตอร์ (Baxter) และซอว์เยอร์ (Sawyer) ราคาตัวละ ๒๙,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ (ประมาณ ๑ ล้านบาท) และบริษัทโรบอตติก ได้รับสัญญาจัดหาให้แก่บริษัทเซี่ยงไฮ้อิเล็กตริกซึ่งจะมีการจัดส่งให้แก่บริษัทนี้ต่อไป

มาร์ติน ฟอร์ด นักเขียนชื่อดังที่เคยเขียนหนังสือ ชื่อ "Rise of the Robots" หรือยุคหุ่นยนต์เจริญรุ่งเรือง กล่าวว่า "หุ่นยนต์จะเปลี่ยนเศรษฐกิจโลกไปจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว และจะกลายเป็นสิ่งที่ไม่ใช่กระบวนการผลิตสินค้าอีกต่อไป ผู้คนที่เคยทำงานปกติจะตกงาน เชื่อว่าในบรรดางานที่ทำตามสายพานการทำงานในโรงงานจะถูกเปลี่ยนมาเป็นให้ 'หุ่นยนต์' เข้าไปทำแทน แต่หากจะให้ปลอดภัยจากการถูกปลดแล้วเอาหุ่นยนต์มาทำแทน อย่างน้อยคงต้องหาปริญญาดุษฎีบัณฑิตด้านวิศวกรรมมาครองจึงจะไม่เสี่ยงจากการถูกปลดเพื่อเอาหุ่นยนต์มาทำแทน

บางอาชีพจะมีแต่ทางตัน เพราะเราไม่สามารถผลิตนักวิทยาศาสตร์เชี่ยวชาญด้านจรวด หรือศัลยแพทย์ที่ผ่าตัดสมองเมื่อไรก็ได้ แต่นับวันจะมีการปลดคนงานออกแล้วสั่ง "หุ่นยนต์" มาใช้ทำงานแทน

ในยุคใหม่ที่อาศัยการทำงานของหุ่นยนต์ หรือการผลิตแบบอัตโนมัติหรือออโตเมชั่นจะเห็นได้ว่า เราเริ่มคิดช่วยเศรษฐีมีเงิน ก็จะมีผู้คนที่ต้องการสิ่งที่มาช่วยอำนวยความสะดวกให้อย่างอัตโนมัติ เช่น การใช้รถที่ไม่ต้องอาศัยคนขับหรือมีพนักงานที่เป็น "หุ่นยนต์" คอยดูแลบำรุงสุขภาพให้

บรุ๊กส์ ประธานบริษัทรีธิงคโรบอตติกส์ นี้มีความเป็นอัจฉริยะแต่วัยเยาว์ เมื่อเขาอายุ ๗ ขวบ ก็เริ่มสร้างหุ่นยนต์แล้ว เขาจบจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และทำงานต่อมาที่ซิลิคอนแวลเล่ นับเป็นเจ้าพ่อ "หุ่นยนต์" มาแต่วัยเยาว์ ซึ่งคนในโลกจะต้องจับตาดูเขาต่อไป

 

ข้อมูลและภาพ : ข่าวอินเทอร์เน็ต บีบีซี