มนต์รักอัมพวา...ครองรักกันนาน 100 ปี

ที่นี่...รายการตะวันหรรษา

ความรักเป็นสิ่งมหัศจรรย์และยากที่จะอธิบายได้ว่า ทำไมสองคนนี้จึงมาพบและรักกัน ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันจนแก่เฒ่า มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง ในขณะที่บางคนก็ยังตามหา "คู่แท้"ของตนว่า มีอยู่จริงหรือไม่ จึงทำให้หลายคนเชื่อว่า เป็นเรื่องของบุพเพสันนิวาส เคยทำบุญร่วมชาติและตักบาตรร่วมขันกันมา

การเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ร่วมกันของชายหญิง ทุกชนชาติมีความเชื่อว่า ควรมีพิธีกรรมหรือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะชาวเอเชียที่ให้ความสำคัญกับเรื่องความเป็นสิริมงคล จึงได้กำหนดให้มีการจัดพิธีการแต่งงานหรืองานมงคลสมรสขึ้น และถือว่าเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติสืบต่อกันมาจนเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ประเทศไทยมีความหลากหลายในรูปแบบของการจัดงานพิธีมงคลสมรส จนทำให้คู่รักคู่ฮันนิมูนจากนานาชาติเลือกที่จะเดินทางท่องเที่ยวและฮันนีมูนที่ประเทศไทย

ดิฉันและสื่อมวลชนกลุ่มหนึ่งได้รับเชิญจาก ครรชิต ผินนารี และทีมงานของชัยพีอาร์ เป็นผู้ประสานงานสื่อมวลชนและอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปทำข่าว การจัดงานสมรสหมู่ให้กับชาวไต้หวันที่เดินทางมา เพื่อเข้าพิธีแต่งงานแบบประเพณีไทยภาคกลาง และจัดให้มีขบวนแห่ขันหมากกลางน้ำ (แม่น้ำแม่กลอง)โดยมี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นเจ้าภาพฝ่ายเจ้าบ่าว และจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นเจ้าภาพฝ่ายเจ้าสาว ณ บ้านอัมพวารีสอร์ท แอนด์ สปา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

คณะสื่อมวลชนออกเดินทางจากกรุงเทพฯในช่วงบ่าย ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึงสมุทรสงคราม และเข้าพักที่ บ้านชมเดือน รีสอร์ทขนาดกะทัดรัด น่ารักน่าพักอยู่ริมน้ำแม่กลอง แล้วไปชมตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา ชิม-ชม-ช็อปของอร่อยและเลือกซื้อของฝากให้คนรู้ใจ ในราคาที่เหมาะสม เที่ยวตลาดวันนี้ดิฉันได้ ปลาทูแม่กลอง "หน้างอ คอหัก" และ กะปิเคยตาดำ จากคลองโคลนของดีเมืองแม่กลองกลับมาด้วยค่ะ

ตลาดน้ำอัมพวา เป็นตลาดน้ำยามเย็นแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีความคึกคัก และเต็มไปด้วยผู้คนที่หลั่งไหลกันมาแวะเที่ยวชม เพื่อสัมผัสกับบรรยากาศของตลาดน้ำยามเย็น ที่มีกลิ่นอายของความเก่า แต่แฝงความร่วมสมัย อย่างเช่น ร้านของเล่นสมัยเยาว์วัย ร้านค้าเครื่องถ้วยเบญจรงค์ และบ้านครูเอื้อ ทุกครั้งที่มาดิฉันจะต้องแวะมาฟังเพลงดังในอดีต และแผ่นเสียงเพลงไพเราะที่แทบจะหาฟังกันไม่ได้แล้ว แต่ที่นี่มีค่ะ

นักชิมนักช็อปรุ่นใหม่ และกลุ่มครอบครัวต่างก็มาจับจ่ายใช้สอย กิน เที่ยว กันอย่างมีความสุข และสบายใจ เพราะมีทั้งอาหารคาวหวาน ของฝากและของที่ระลึกน่ารักน่าใช้ให้เลือก นอกจากนี้ยังมีงานศิลปะที่เป็นสีสันเฉพาะถิ่น มีให้เลือกซื้อหากันได้อย่างสนุกสนาน เป็นสีสันแบบเฉพาะถิ่นของตลาดน้ำยามเย็นแห่งนี้ เปิดตลาดให้เที่ยวชมทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 12.00-21.00 น.ค่ะ

มื้อค่ำวันนี้ได้อร่อยเต็มอิ่มกับอาหารพื้นบ้านที่ ร้านครัวครูหอม มี ปลาทูซาเตี๊ยะ น้ำพริกปลาทูพร้อมผักสด หอยหลอดผัดฉ่า-หอยหลอดแดดเดียว ส้มตำผลไม้ และปลากะพงทอดน้ำปลา แล้วไปล่องเรือชมหิ่งห้อย ค่ำนี้เป็นคืนข้างแรมและก่อนหน้านี้มีฝนตกลงมา จึงได้เห็นหิ่งห้อยแห่งเมืองสมุทรสงคราม ออกมาส่องแสงระยิบระยับที่ต้นลำพูจำนวนมาก ช่วงเวลา 19.00-22.00 น.ในคืนเดือนมืดจะมองเห็นได้ชัดเจนกว่าคืนที่มีพระจันทร์ส่องแสงสว่าง จากนั้นจึงกลับเข้าที่พักและพักผ่อนตามอัธยาศัย

สมุทรสงคราม เป็นดินแดนแห่งความสงบร่มรื่นโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ สายน้ำ ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตคนไทยสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ที่ยังคงสืบทอดเอกลักษณ์ และความงดงามของสังคมไทยไว้ได้ดังเดิม สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน บรรยากาศโดยทั่วไปยังคง วิถีความเป็นคนไทยในอดีต โดยเฉพาะวิถีชีวิตทางน้ำที่ยากจะหาชมหรือสัมผัสได้ในปัจจุบัน จนต้องบอกต่อกันว่า ท่องเที่ยววิถีไทยต้องไปสมุทรสงคราม

อัมพวา ตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางค่อนไปทางใต้ของจังหวัดสมุทรสงคราม มี แม่น้ำแม่กลองไหลผ่านทิศตะวันตกในแนวเหนือใต้ ส่วน คลองอัมพวาได้แยกมาจากแม่น้ำแม่กลองไหลผ่านกลางชุมชน นอกจากนี้ยังมีคลองที่แยกมาจากแม่น้ำแม่กลอง และเชื่อมกับคลองอัมพวาอีกหลายสาย จึงทำให้มีความสะดวกสบายในการคมนาคมทางน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัญจรทางเรือ

มีเรื่องเล่าว่า อัมพวา ชุมชนเล็กๆ แห่งนี้ เป็นศูนย์กลางการค้าขายทางน้ำ มีตลาดน้ำ เรือนแพ และบ้านเรือนปลูกขนานไปตามแนวคลอง ตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่สมัยศรีอยุธยา เรียกกันว่า "บางช้าง" ทำสวนผลไม้และพืชผักจนมีชื่อเสียง ส่งผลไม้เข้าถวายในวังหลวงมาแต่อดีต โดยเฉพาะ ลิ้นจี่พันธุ์ค่อม เป็นผลไม้ยอดนิยม จนมีคำกล่าวขานถึงไว้ว่า "บางช้างสวนนอก บางกอกสวนใน"

บ้านเรือนแถวไม้ ในชุมชนอัมพวายังคงรักษาเอกลักษณ์ความเป็นชุมชนริมน้ำแบบดั่งเดิมไว้ได้อย่างดี และได้รับรางวัลชุมชนอนุรักษ์ดีเด่นประจำ พ.ศ.2545 จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ด้วยลักษณะของร้านค้าริมน้ำ ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการค้าขายที่สำคัญของจังหวัดในอดีต และยังมีร้านค้าบางแห่งที่ยังคงเปิดให้บริการอยู่ตามปกติ เช่น ร้านขายของชำ ร้านกาแฟคั่วแบบโบราณ สังเกตได้จากป้ายชื่อร้านค้าที่เป็นแบบเก่าๆ ส่วนหนึ่งอยู่ในความดูแลของมูลนิธิชัยพัฒนา

วันรุ่งขึ้นที่มีอาหารเช้ามาให้เลือกระหว่างข้าวต้มปลากะพงและข้าวต้มกุ้งตัวโต อร่อยทั้งสองแบบค่ะ แม่บ้านนำมาเสิร์ฟพร้อมชุดกาแฟและขนมปังปิ้ง ได้พบกับ ทรงศักดิ์ ศรีเคลือบ ประธานอนุกรรมการด้านตลาดในประเทศ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ จำลอง บุญสอง บรรณาธิการท่องเที่ยว นสพ.โพสต์ทูเดย์ ที่ตามมาสมทบกับคณะสื่อมวลชน เพื่อร่วมกันทำข่าวในครั้งนี้ด้วยค่ะ

เวลา 08.30 น. คณะสื่อมวลชนแบ่งเป็น 2 กลุ่มค่ะ กลุ่มแรกไปดูการเตรียมจัดขบวนขันหมากฝ่ายเจ้าบ่าวที่จะออกเดินทางมาจากปางวิมานรีสอร์ท พร้อมขบวนกลองยาว กลุ่มที่สองไปดูการเตรียมพร้อมของเจ้าสาวและสถานที่จัดงานมงคลสมรสตามแบบประเพณีไทยภาคกลางที่ บ้านอัมพวารีสอร์ทแอนด์สปา

ประภาพร สิริดำรงพันธุ์ ผู้จัดการทั่วไป บ้านอัมพวารีสอร์ทแอนด์สปา เล่าให้ฟังว่า บ้านอัมพวาได้รับเกียรติให้เป็นที่พักและสถานที่จัดงานมงคลสมรสหมู่ให้กับคู่บ่าวสาว จึงได้นำเสนอเมนูสปาใหม่ สกัดน้ำมันหอมจากเปลือกส้มโอขาวใหญ่และเหงือกปลาหมอ บำรุงผิวให้เนียนนุ่มสวยใสและคลายความเครียด ผสานการนวดไทย ประคบด้วยแผ่นสมุนไพรตำรับเฉพาะของสุพรรณิการ์สปา ทำให้คู่บ่าวสาวประทับใจ

การเข้าสู่พิธีการเริ่มขึ้นเวลา 09.55 น. และ 10.00 น. ขบวนแห่ขันหมากทางเรือ กลางแม่น้ำแม่กลองของเจ้าบ่าวเริ่มออกเดินทางเพื่อมาบ้านเจ้าสาว ได้ยินเสียงโห่ร้องและกลองยาวดังมาแต่ไกลเชียวค่ะ ขบวนขันหมากของฝ่ายเจ้าบ่าวนำโดย เถ้าแก่ฝ่ายชาย สุวรรณชัย ฤทธิ์รักษ์ ที่ปรึกษา 10 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มาถึงบ้านเจ้าสาวเวลา 10.20 น. และตั้งขบวนขันหมาก ณ ท่าเรือบ้านเจ้าสาว ที่บ้านเจ้าสาวจัดให้มีสองสาวน้อยในชุดไทยสวยงามไปทำการเชิญขันหมาก มีขบวนนางรำและกลองยาว บรรยากาศครึกครื้นชื่นใจค่ะ

เจ้าบ่าวนำพวงมาลัยคล้องมือ (ตามประเพณีดั้งเดิมของอัมพวา) ไปมอบแก่เจ้าสาวของตนและรับตัวเข้าสู่ห้องพิธีการ โดยมี พ.อ.อ.ปัญญา สระทองอุ่น รองผู้ว่าราชการ จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นเถ้าแก่ฝ่ายหญิง พร้อมด้วย พสิษฐ์ตา อินทร์พันธ์ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานไทเป และ อังคณา พุ่มผกา ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม ต้อนรับอยู่ จากนั้นเป็นพิธีถวายสังฆทาน รับน้ำพุทธมนต์พร้อมคำอวยพรจากพระสงฆ์ ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายกล่าวอวยพร คู่บ่าวสาวร่วมพิธีรดน้ำสังข์ โดยมีพิธีกรชาวไทยและไต้หวัน บรรยายแล้วแปลให้ทราบถึงขั้นตอนและความหมายของประเพณีการแต่งงานของไทยภาคกลาง

คู่บ่าวสาวชาวไต้หวันในชุดแต่งกายแบบไทยประยุกต์ (สมัยรัชกาลที่ 6) ถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกับเจ้าภาพทั้งสองฝ่าย และรับประทานอาหารพื้นบ้านของอัมพวาที่ห้องจัดเลี้ยง อาทิ ก๋วยเตี๋ยวเรือ ผัดไทย หอยทอด อาหารคาว ขนมหวานแบบไทยๆ และผลไม้หลากหลายชนิด ดิฉันสังเกตเห็นคู่บ่าวสาวชาวไต้หวัน และผู้ติดตามชอบรับประทานส้มโอขาวใหญ่ ซึ่งเป็นพันธุ์พื้นบ้านของอัมพวาด้วยค่ะ

จากนั้นคู่บ่าวสาวเปลี่ยนชุดเป็น เสื้ออัมพวา หลากหลายสีสัน แล้วลงเรือเดินทางไปเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวใกล้ๆ อาทิ อุทยาน ร.2 หรืออุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย วัดอัมพวันเจติยาราม ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา วัดบางกุ้ง (สักการะหลวงพ่อนิลมณี ชมโบสถ์ทั้งหลังที่ปกคลุมด้วยต้นไม้สี่ชนิดคือ ต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นไกร และต้นกร่าง) ชาวบ้านเรียกว่า โบสถ์ปรกโพธิ์ และพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตลาดร่มหุบ ฯลฯ แล้วเดินทางไปท่องเที่ยวต่อที่หัวหินและพัทยา ก่อนเดินทางกลับไปประเทศไต้หวัน

สุวรรณชัย ฤทธิ์รักษ์ ที่ปรึกษา 10 ททท. กล่าวว่า ชาวเอเชียทุกชาติมีความเชื่อในเรื่องของความเป็นสิริมงคล ให้ความสำคัญกับประเพณีการแต่งงาน ขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมอันดีงามของไทย เป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวได้ดี ไม่แพ้สถานที่ท่องเที่ยวสวยงามตามธรรมชาติ แล้วยังเป็นการโชว์ศักยภาพและความพร้อมในด้านการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน และเชื่อว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะกลับมาเยือนประเทศไทยอีกหลายครั้ง จัดงานครั้งต่อไปอาจจะเป็นรูปแบบภาคอีสาน เช่น การแต่งงานบนหลังช้างสุรินทร์

พสิษฐ์ตา อินทร์พันธ์ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานไทเป กล่าวว่านักท่องเที่ยวชาวไต้หวันเป็นกลุ่มตลาดที่มีคุณภาพ มีรายได้สูง อีกทั้งยังนิยมจัดงานแต่งงานและฮันนิมูนในต่างประเทศ ดังนั้น ททท.ไทเป จึงได้ริเริ่มโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว "ครองรักกันนาน 100 ปี" ซึ่งตรงกันสำนวนจีน ไป่เหนียนห่าวเหอ (LOVE YOU FOREVER) เพื่อให้กลุ่มแต่งงาน คู่รัก คู่ฮันนิมูนและครอบครัวได้เดินทางมาประเทศไทย และสัมผัสประสบการณ์ความประทับใจร่วมกัน เลือกอัมพวาเป็นตัวแทนภาคกลางเพราะมีวิถีแบบไทย

การเดินทางมาเข้าพิธีมงคลสมรสหมู่ในประเทศไทยของชาวไต้หวัน ตาม โครงการไป่เหนียนห่าวเหอ จัดมาแล้ว 2 ครั้ง ในรูปแบบการแต่งงานแบบล้านนาที่ จังหวัดเชียงใหม่ (62 คู่) และการแต่งงานในรูปแบบภาคใต้ ที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี (15 คู่) ส่วนครั้งที่ 3 นี้เป็นการปิดโครงการจัดขึ้นตามประเพณีไทยภาคกลาง ที่อัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม (33 คู่และมีผู้ติดตามรวม 95 คน) ซึ่งเป็นการซื้อแพ็คเกจทัวร์ 6 วัน 5 คืน เพื่อเดินทางท่องเที่ยวและฮันนีมูน

วัตถุประสงค์ของโครงการฯ เพื่อการประชาสัมพันธ์ว่า เมืองไทยพร้อมในการจัดงานแต่งงานและฮันนิมูน เน้นกลุ่มคนหนุ่มสาวที่นิยมหาประสบการณ์การแต่งงานในต่างประเทศ ประเทศไทยมีรูปแบบและเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาคที่ต่างกัน มีความพร้อมของสถานที่จัดงานและฮันนีมูน ในครั้งนี้เป็นการจัดงานตามประเพณีของไทยภาคกลาง และการแต่งกายเป็นแบบในสมัยรัชกาลที่ 6 คู่บ่าวสาวมีความประทับใจมาก และได้รับ ตุ๊กตาน้องสุขใจสวมชุดไทยคู่ชายหญิงเป็นของที่ระลึก

อังคณา พุ่มผกา ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม (สมุทรสงคราม นครปฐม สมุทรสาคร) กล่าวว่า สมุทรสงครามเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองในด้านศิลปวัฒนธรรมมาตั้งแต่ในอดีต และสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน มีวิถีชีวิตชนบทริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง ร่องสวนผลไม้นานาชนิด และวิถีชีวิตชายฝั่งทะเล ป่าชายเลน วัดวาอาราม สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ การล่องเรือชมสวน ชมบ้านเรือนไทยในอดีต และยามค่ำคืนยังได้ชมแสงหิ่งห้อยระยิบระยับงามจับตาตลอดริมฝั่งคลอง

ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ขอเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจของเมืองแม่กลองก่อนค่ะ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร.2) เป็นบริเวณที่มีความสำคัญ ภายในมีกลุ่มอาคารทรงไทย เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงศิลปวัตถุสมัยรัตนโกสินทร์ และความเป็นอยู่ของชาวไทยในสมัยรัชกาลที่ 2 มีพื้นที่ปลูกพันธุ์ไม้ในวรรณคดี ร้านอาหาร ลานจำหน่ายผลิตผลพื้นเมืองและงานศิลปหัตถกรรม เปิดให้เข้าชมทุกวัน

วัดอัมพวันเจติยาราม เป็นวัดของราชนิกุล ณ บางช้าง เชื่อกันว่าบริเวณพระปรางค์ เดิมเป็นเรือนที่รัชกาลที่ 2 พระราชสมภพ รัชกาลที่ 3 ทรงโปรดฯให้สร้างพระปรางค์ขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมสารีรังคาร และพระบรมอัฐิบางส่วนของรัชกาลที่ 2 มีพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งราชวงศ์จักรี ผู้ทรงเป็นกวีนิพนธ์ และทรงส่งเสริมฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมไทยให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นหลายแขนง ประดิษฐานอยู่หน้าพระวิหาร

ความสุขที่ได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ สายน้ำ และใช้ชีวิตในแบบวิถีชีวิตไทยดั่งเดิม แม้จะเพียง 2 วัน 1 คืน ก็สามารถที่บำบัดความอ่อนล้า และเพิ่มพลังชีวิตให้กับเราได้อย่างมหัศจรรย์ เมืองแม่กลองหรือจังหวัดสมุทรสงครามแห่งนี้ ไกลจากกรุงเทพฯ เพียง 60 กิโลเมตร ลองมาพักแล้วจะ (หลง) รัก "อัมพวา" ค่ะ