รักหมดใจ ในแบบ "พ้อย" พรวรา สิทธิประศาสน์

ศิลปบันเทิง
ช่างภาพ: 

"พ้อย" หรือ พรวรา สิทธิประศาสน์ แจ้งเกิดในฐานะนักร้องจากเพลงเร็วสุดฮิตอย่าง "เหงาแต่ไม่ง่าย" "Like" และอีกหลายเพลงด้วยรูปลักษณ์ผมสั้นมาดเท่ และการเต้นที่แข็งแรงได้ใจแฟนเพลง หากสาวน้อยมากความสามารถคนนี้กลับหายไปถึงสองปี ก่อนจะกลับมาพร้อมกับรูปลักษณ์ใหม่และซิงเกิ้ลเพลงใหม่ "รักหมดใจ All of me"

"หลังจากหายไปสองปี พ้อยกลับมาทำเพลงออกซิงเกิ้ลใหม่เป็นแนวแบบป๊อปโซลแล้วก็มีการร้องแบบอาร์แอนบีก็เป็นชื่อเพลงว่า 'รักหมดใจ' กับเยสมิวสิคค่ะ เพลงนี้เป็นเพลงที่อยากจะบอกว่าเป็นตัวของตัว
เองมากๆ ตั้งแต่แนวเพลงที่เปลี่ยนไปเพราะอัลบั้มที่แล้วจะออกเป็นแนวป๊อปแด๊นซ์ จะเป็นลุคผมสั้น แต่อันนี้จะเป็นอีกลุคหนึ่งเลย เหมือนว่าเวลาผ่านไปสองปี เราก็โตขึ้นเสียงเราก็เปลี่ยน แนวดนตรีที่เราชอบก็เปลี่ยนด้วย เราก็เหมือนได้ไปค้นหาตัวเองได้ไปฝึกตัวเองมาจนลงตัวมาเป็นแนวนี้ แล้วก็ได้พี่บี ETC (โสตถินันท์ ไชยลังการณ์) เป็นโปรดิวเซอร์เพลงนี้ให้แต่งเพลงนี้ให้ ส่วนเรื่องเนื้อร้องก็ได้ แม็ค-ศรัณย์ (ศรัณย์ วงศ์น้อย หรือแม็ค อะแคปเปล่าเซเว่น) ซึ่งก็ออกมาสวยงามมาก เขาหยิบมาจากโมเม้นต์หนึ่งในชีวิตของพ้อย ที่ตกหลุมรักใครคนหนึ่งที่อยากจะให้ใช้ใจมองมากกว่าที่จะใช้เหตุผลหรือสมอง เพราะว่าเราเห็นว่าคนสมัยนี้มักจะดูความเหมาะสมทางสังคมหรืออะไรเยอะไปหน่อยจนอาจจะลืมไปว่าทั้งสองคนต่างคนต่างชอบกัน จนเป็นที่มาของเพลงรักหมดใจค่ะ"

โมเม้นต์ของความรัก มีความน่ารักทั้งจากเรื่องจริง และความรู้สึกจริงๆที่เกิดขึ้นกับพ้อย

"มันเป็นเรื่องในชีวิตของเราที่เราปิ๊งผู้ชายคนหนึ่ง อาจจะยังไม่เรียกว่าตกหลุมรักแต่ไม่ว่าจะเป็นท่าทางที่เขาพูด ทรงผม การเดิน นิสัยหรือการแต่งตัวของเขา มันถูกใจเราไปทุกอย่าง แล้วพอได้คุยกันก็เหมือนเคมีเข้ากัน กลายเป็นว่าทั้งที่มันมีเรื่องที่ไม่เหมาะสมอะไรตั้งหลายอย่าง เราอาจจะไม่เข้ากันนะ หรืออาจจะรู้แน่ๆว่าความสัมพันธ์นี้อาจจะจบลงไม่สวย แต่ก็ยังดีกว่าที่จะมานั่งเสียดายทีหลังว่าจะไม่รู้จักเธอ ตอนนั้นก็ได้รู้จักกันในระดับหนึ่งเลย ก็มีความรู้สึกดีๆให้กัน แต่ก็ไม่ได้เป็นความสัมพันธ์ที่เหมือนคบกันมาแบบจริงจัง แต่เราก็รู้สึกดีมาก ก็เลยรู้สึกว่านี่แหละ พอได้ฟังดนตรีเมโลดี้และทำนอง พ้อยกับพี่บีก็คุยกันว่ามันต้องเป็นเพลงความรักแนวบวกหน่อยก็เลยดึงตรงโมเม้นต์นี้มา"

ไม่ใช่แค่เรื่องราวและการร้อง แต่พ้อยยังมีส่วนร่วมโดยออกไอเดียในหลายๆส่วนของผลงาน เพื่อดึงความเป็นพ้อยออกมาให้มากที่สุด

"ครั้งนี้ทางค่ายเห็นว่าเราโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เลยเปิดให้พ้อยเข้ามาร่วมแชร์ไอเดียและดึงความเป็น
พ้อยออกมามากที่สุด มันดูเป็นการปรุงแต่งน้อยที่สุดทั้งเรื่องผมเรื่องเสื้อผ้ามันก็จะเป็นสิ่งที่ทำในชีวิตประจำวันแล้วก็เอาสไตล์ของเรามาแต่งเป็นชุดคอนเซ็ปต์ ซึ่งก็อยากให้มันเป็นกางเกงสแล็คมีสูทด้วย อยากให้มันดูเท่แต่ก็ยังมีความเป็นผู้หญิงก็เลยมีสีชมพูแกมเข้ามานิดหน่อยเพราะเป็นสีโปรด"

พ้อยเป็นหญิงสาวที่มีลุคหลากหลาย เท่ เปรี้ยว แต่ก็มีความหวานอยู่ในตัว ซึ่งนั่นเกิดจากความเป็นตัวเองในแต่ละจังหวะชีวิต ก่อนจะผสมผสานกันกลายเป็นตัวเธอในปัจจุบัน

"เมื่อห้าปีก่อนที่ออกเพลงแรกกับอาร์.เอส.ฯก็คืออัลบั้มพ้อย ตอนนั้นก็เป็นตัวของตัวเองแต่ว่าเป็นตัวของตัวเองตอนที่เราอายุ ๑๘ ตัดผมสั้นดูซ่าดูเปรี้ยวมั่นใจ เราก็อยากจะบอกว่าปกติเราก็เป็นคนที่มั่นใจเวลาเที่ยวแสดง เวลาที่อยู่หน้ากล้อง แต่จริงๆแล้วเป็นผู้หญิงที่มีความธรรมดามาก คือไม่หวือหวา ไลฟ์สไตล์เป็นคนที่ง่ายๆ รักสวยรักงาม สามารถเดินตามท้องถนน ตามตลาด ใส่รองเท้าแตะเดินห้างได้ ชอบเล่นกีฬาเอ๊าท์ดอร์ ไม่กลัวแดด ไม่กลัวดำ ชอบความสนุกที่ไม่ต้องมานั่งกลัวว่าต้องห่วงสวย ใช้ชีวิตให้สุดสุด เช่น ไปดำน้ำไปทะเล จะสนุกกับสิ่งที่ทำมากกว่า ร้องเพลงด้วยความรักก็ด้วย เช่นเพลงรักหมดใจเนี่ย ก็เป็นสิ่งที่พรีเซ้นท์ตัวพ้อยได้ดีมากๆ เพราะว่าเวลาเราทำอะไร เราจะทำตามสัญชาตญาณของตัวเอง ทำตามความรู้สึกของตัวเองมากกว่าที่จะใช้สมอง ซึ่งจริงๆมันมีข้อเสียแต่มันก็มีข้อดีของมันในการที่เรากล้าลุกมาทำอะไร แม้ว่าสิ่งนั้นอาจจะเป็นไปไม่ได้ก็ได้ แต่อย่างน้อยเราก็ได้ทำไม่ว่าจะแค่เรื่องความรักและเรื่องต่างๆก็ตาม"

การเปลี่ยนไปเป็นตัวเองอีกแบบ สร้างความไม่มั่นใจกับพ้อยว่าแฟนเพลงที่เคยชื่นชอบสไตล์เก่าจะชื่นชอบสไตล์ใหม่นี้ด้วยไหม แต่ผลงานและผลตอบรับที่ออกมาก็ยืนยันได้ว่า แฟนเพลงยังคงชอบและยอมรับความเป็น "พ้อย" ในแบบนี้

"กลัวว่าจะไม่ได้รับการตอบรับที่ดีเหมือนกันค่ะ เพราะว่าเป็นแนวเพลงที่เฉพาะมากๆคือโซล ซึ่งในไทยเรา ศิลปินเดี่ยวที่เป็นผู้หญิงที่เป็นแนวนี้น้อยมาก ก็เลยรู้สึกว่ากลุ่มคนฟังมันจะน้อยลงหรือเปล่าและปกติคนเห็นเราเต้น ตอนนี้ก็กลัวแฟนๆ เด็กๆจะไม่เข้าใจ เขาอาจจะติดภาพเราจากอันเก่าด้วยแต่พอออกเพลงมาก็เหมือนว่าเขาก็โตมาพร้อมๆกับเรา แนวเพลงเขาก็เปลี่ยนแล้วเขาก็เปิดรับ เราก็ไม่อยากจะทิ้งลุคที่เป็นเหมือนไอดอล คือในเอ็มวีก็ยังจะเห็นพ้อยแต่งเป็นสาวเปรี้ยวอยู่ แต่ก็ยังมีเต้นให้ดูอยู่บ้าง เลยมีผลตอบรับที่โอ.เค. ทีแรกก็ไม่นึกว่าเด็กๆจะชอบด้วยแต่เขาก็ชอบ"

สองปีที่หายไปของพ้อย เธอมุ่งมั่นกับการเรียนจนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ ภาคสังคมวิทยาเเละมานุษยวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้เรียนรู้และลองทำอะไรหลายอย่าง รวมถึงการค้นหาสิ่งที่เธอ "รักหมดใจ" ด้วย

"สองปีที่หายไป พ้อยเรียนและฝึกร้องเพลง ฝึกแอ็คติ้งที่มันสามารถพัฒนาตัวเองแล้วก็เป็นพิธีกรของช่อง You Channel เรียกได้ว่าไปค้นหาตัวเองและไปพัฒนาตัวเองมากกว่า จริงๆพ้อยชอบการร้องเพลงเป็นอันดับหนึ่งเลย แล้วก็อยากจะทำตรงนี้ให้ประสบความสำเร็จมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อยากทำงานในวงการจนกว่าเราจะไม่มีโอกาสได้ทำ นอกจากนั้นเราก็อยากจะไปเรียนต่อในสาขาจิตวิทยาที่คิดว่ามันน่าจะเชื่อมกับรัฐศาสตร์ได้"

ก้าวต่อไปที่พ้อยมองไว้ต่อเนื่องจากการเป็นนักร้องก็คือการทำงานในวงการ "เพลง" เช่นเดิม

"พ้อยชอบทำงานร้องเพลงมากที่สุด แต่ว่าก็มีคิดไว้บ้าง แต่ว่าฝีมืออาจจะยังไม่ถึงในการแต่งเพลงจริงๆเราก็มีแต่งไว้บ้าง เป็นคนที่ชอบคิดเมโลดี้ใหม่ๆขึ้นมาซึ่งก็ยังไม่ได้เอาออกมาทำเป็นรูปร่างอะไร ก็เลยยังไม่มีความคิดเป็นรูปเป็นร่างเป็นเรื่องการแต่งเพลง ก็มีคนมาทาบทามเหมือนกัน อย่างพี่บีเขาก็บอกว่าในหัวเรามีเมโลดี้แปลกๆ สวยๆเยอะ ทำไมไม่หันมาแต่งเพลงล่ะ เพราะคำพูดคำนี้ของพี่บีหลังจากนั้นเราก็ลองอัดเสียงเก็บไว้บ้าง แต่ก็ยังไม่ได้ทำอะไรเป็นรูปเป็นร่างเท่าไรค่ะ"

วงการบันเทิงมีความไม่แน่นอนที่ปรากฏเด่นชัด ชนิดที่ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในชั่วข้ามคืน หรือชั่ววินาที ซึ่งพ้อยเองก็ตระหนักถึงข้อนี้อยู่ตลอดเวลา

"สองปีที่แล้ว พ้อยก็คิดว่าตัวเองจะไม่ได้ออกเพลงแล้วก็คงเรียนจบปุ๊บแล้วก็คงต้องหางานทำแล้วแหละ แต่ก็ทำงานพิธีกรร่วมไปด้วยเพราะเวลามันได้ แต่กลายเป็นว่าเราต้องมานั่งถามตัวเองว่าสิ่งที่เราชอบที่สุดคืออะไร มันคือการร้องเพลง อาจจะไม่ต้องเป็นนักร้องในค่ายใหญ่ก็ได้ แต่ขอให้ได้ร้องเพลง แต่เราก็ต้องห่วงคุณแม่ด้วย คุณแม่ก็คงอยากให้เราทำงานที่เป็นหลักแหล่งที่มีความแน่นอน พ้อยก็เลยขออาร์.เอส.ฯทำสกรีนเทสต์อีกรอบ ก็คือร้องเพลงแล้วก็เต้นให้เขาดูอีกรอบว่าตอนนี้แนวเพลงเราเป็นแบบนี้แล้ว สนใจไหมคะ สุดท้ายเขาก็สนใจและได้เอามาเป็นซิงเกิ้ลนี้ ความฝันและความหวังมันก็ทำให้เราประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้วคือได้ทำสิ่งเกินที่เป็นตัวของเรา เราก็จะทำผลงานเพลงออกมาต่อๆไป ซึ่งคุณแม่ก็ให้อยู่ตรงนี้อีก ๒ ปีจนกว่าจะได้ไปเรียนต่อ"

ความหวังและความฝันของพ้อยดำเนินไปพร้อมๆ กันในโลกของความเป็นจริง ก้าวต่อไปของความฝันอาจต้องพักในอีกสองปี หรือเดินหน้าต่อเนื่องไปอย่างที่เธอวาดหวัง นั่นเป็นเรื่องอนาคตที่ไม่มีใครรู้ได้ หากสิ่งสำคัญคือวันนี้ที่เธอได้ "รักหมดใจ" ในแบบของตัวเองแล้ว ก็คงไม่มีสิ่งใดที่น่าเสียใจอีก อย่างที่บทเพลงของพ้อยได้บอกเล่าไว้

"พ้อยขอฝากซิงเกิ้ลล่าสุดที่อยากให้ทุกคนลองฟังเป็นเพลงแนวใหม่ที่นำเสนอมุมมองความรักที่เป็นตัวพ้อยมากๆ ดนตรีก็แตกต่างไปจากเดิมมาก เป็นแนวโซลที่เราชอบและอินมากๆ 'รักหมดใจ All of me' สามารถดูเอ็มวีได้แล้วที่ยูทูบของ rsfriends หรือว่าติดตามพ้อยได้ทางอินสตาแกรม @poi.officialพ้อยอัพเดทเรื่องราวส่วนตัวที่นั่นตลอด หรือดาวน์โหลดเพลงที่ *๓๓๙๐๖๖ หรือใน iTunes ก็ได้ค่ะ"

ฟัง "รักหมดใจ All of me" และรู้จักพ้อย ได้ในทุกท่วงทำนองจากบทเพลงของเธอ...