“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓
๗๐ ปี แห่งพระบารมีปกเกล้าฯ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับเหนืออุทุมพรพระราชอาสน์ สรงพระมุรธาภิเษก เจ้าพนักงานไขสหัสธาราอันเจือด้วยน้ำปัญจมหานทีในมัธยมประเทศ และน้ำ ๔ สระในราชอาณาจักรไทยตามพระราชประเพณีแต่โบราณกาล หลังจากนั้นสมเด็จพระสังฆราชเจ้าถวายน้ำพระพุทธมนต์จากครอบพระกริ่งกับพระครอบยันตรนพคุณ จากนั้นทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ เสด็จออกยังพระที่นั่งไพศาลทักษิณ สถิตเหนือพระแท่นอัฐทิศภายใต้พระบรมเศวตฉัตร ทรงรับน้ำอภิเษกซึ่งสมาชิกรัฐสภาทูลเกล้าฯถวายเพื่ออัญเชิญให้ทรงแผ่พระราชอาณา ปกครองประชาชนในทิศทั้ง ๘

จากนั้นประทับเหนือพระที่นั่งภัทรบิฐภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงรับพระสุพรรณบัฎ เบญจราชกกุธภัณฑ์ขัตติยราชวราภรณ์ เครื่องขัตติยาราชูปโภคและพระแสงราชศัสตราวุธจากพระมหาราชครูวามเทพมุนี และได้พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการว่า

“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

แล้วทรงหลั่งทักษิโณทกตั้งพระราชสัตยาธิษฐานว่าจะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจปกครองราชอาณาจักรไทยโดยทศพิธราชธรรมจริยา

การที่ทรงตั้งพระราชสัตยาธิษฐานในวันอันศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนั้น ทรงถือเป็นพระบรมราชปณิธานที่สำคัญที่สุดในพระชนม์ชีพของพระองค์ว่าทรงรับเป็นพระมหากษัตริย์เพื่อได้มีโอกาสรับใช้ประเทศชาติอย่างเต็มที่ มิใช่เพื่อผลประโยชน์ของพระองค์เอง เวลา ๗๐ ปีที่ทรงครองสิริราชสมบัติได้เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่า ได้ทรงปฏิบัติตามปฐมบรมราชโองการอันศักดิ์สิทธิ์นั้นจวบจนถึงทุกวันนี้