ไหมยกดอก เมืองสุรินทร์

เส้นไหมใยฝ้าย
ช่างภาพ: 

ในสมัยโบราณนั้นการทอผ้าส่วนใหญ่ใช้วิธีทอผ้าแบบพื้นเมือง เช่นผ้า 2 ตะกอ หรือผ้าไหมมัดหมี่ เป็นการทอแบบเรียบง่าย ไว้ใช้เองในชุมชนหรือทอเพื่อใช้เป็นผ้ารับไหว้ในพิธีแต่งงาน ยิ่งเป็น "ผ้าไหมยกดอก" ด้วยแล้วจะทอใช้เฉพาะเจ้านายชั้นสูงเท่านั้น ต่อมาได้มีการพัฒนารูปแบบการทอลวดลายเป็นเชิงพาณิชย์มากขึ้น จึงได้มีการออกแบบลายผ้า และการเก็บลายขึ้นใหม่เพื่อสะดวกในการทอ สำหรับการเก็บลายผ้านั้นมีวิธีการเก็บกับไหมเส้นยืนเป็นลวดลายต่างๆแล้วตะกอเก็บไว้ หากจะใช้ลายใดก็ทอออกมาเป็นผืนตามลวดลายที่เก็บไว้นั้น

ผ้าไหมยกดอกเป็นผ้าไหมที่มีการทอเพิ่มลวดลายเข้าไปในเนื้อผ้า เพื่อทำให้ผ้าทั้งสองด้านมีลวดลายต่างกัน ด้านหนึ่งจะมีลวดลายคมชัดและเรียบ ส่วนอีกด้านหนึ่งจะมีลวดลายหยาบ มีเส้นด้ายข้ามซึ่งถูกเกาะเกี่ยวได้ง่าย การทอผ้าประเภทนี้จะต้องใช้เส้นไหมมากกว่าธรรมดา ทำให้ดูหนาและหนัก การทอผ้ายกดอกของจังหวัดสุรินทร์ แบ่งเป็น 4 ลายดังนี้ 1.ผ้ายกดอกลายลูกแก้ว ใช้ 4 ตะกอ เป็นตัวกำหนดลาย โดยไม่มีการแยกตะกอสำหรับทอลายขัดเพื่อเป็นพื้นของผ้า ซึ่งการทอแบบนี้เรียกว่า ลายสองยกดอก คือ การทอผ้าลายสองแบบแนวทแยง มีจุดกลับโดยยกตะกอย้อนกลับ การออกแบบลายลูกแก้วจะออกแบบเส้นด้ายยืนย้อมสีเดียว แล้วเก็บตะกอ 4 ตะกอ ตามลวดลายที่กำหนดไว้ เส้นด้ายพุ่งจะย้อมสีเดียวกับเส้นด้ายยืน ผ้าชนิดนี้มีการทอมากที่บ้านสวาย อำเภอเมืองสุรินทร์

2. ผ้าลายยกดอกลายละเบิก นิยมย้อมเส้นด้ายยืนเป็นสีม่วง สีส้ม สีเขียว สีเหลือง และสีขาว การทอจะทอยกตะกอครั้งละ 2 ตะกอ คือตะกอที่ 1 - 2 และตะกอที่ 3 - 4 เพื่อทอเป็นพื้น ส่วนลวดลายเกิดจากการแยกตะกอ 2 - 3 ซึ่งส่วนใหญ่จะมีเส้นด้ายยืนสีเหลืองและสีขาว การทอผ้าลายนี้จะพบเห็นทั่วไปในทุกหมู่บ้าน3ผ้ายกดอกลายดอกจัน เป็นผ้าทอที่มีลวดลายละเอียด ประณีต โดยออกแบบเส้นด้านยืนสีเดียว ส่วนเส้นด้านพุ่งจะย้อม 2 สีจะเป็นสีอ่อน แก่ ตามต้องการ การทอผ้าลายนี้จะเก็บตะกอของลวดลาย 7 ตะกอ ส่วนตะกอที่ 8 และ 9 เป็นการเก็บลายขัดธรรมดา เพื่อทอเป็นพื้นของผ้า จะพบมากที่บ้านเขวาสินรินทร์ 4ผ้ายกดอกลายดอกพิกุล ลายนี้จะย้อมเส้นด้ายยืนสีเดียวและอาจใช้สีอื่นคั่นระหว่างดอกก็ได้ การเก็บตะกอ 4 ตะกอ โดยการทอลายขัดเป็นพื้น 2 ตะกอ ส่วนอีก 2 ตะกอเป็นลวดลายการทอลายนี้จะทอทีละตะกอ จะพบที่บ้านเขวาสินรินทร์เป็นส่วนใหญ่

นอกจากผ้าไหมยกดอกแล้วผ้าไหมทอมือที่มีชื่อเสียงอีกประเภทหนึ่งของจังหวัดสุรินทร์คือ ผ้าหน้านางสอดดิ้น ทอมือด้วยเนื้อไหมเส้นเล็กละเอียด มีลวดลายที่ซับซ้อนงดงาม ในลายยกดอกมีแซมดิ้นเล็กน้อยหรือสอดดิ้นทั่วดอก เพิ่มความเป็นประกายเงางามทำให้ผ้าดูหรูหรามากยิ่งขึ้น ในหนึ่งชุดมีผ้าพื้น หน้านางและลายทอติดกัน เนื่องจากเป็นผ้าที่มีความละเอียดของลายมากจึงต้องใช้ผู้ทอที่มีฝีมือดีและใช้เวลาในการทอนานกว่า ผ้าชนิดอื่น ผ้าไหมยกดอกและ ผ้าหน้านางสอดดิ้น ของจังหวัดสุรินทร์จัดได้ว่าเป็นผ้าที่มีคุณค่าทางศิลปะ ที่อาจจะหาดูได้ยากในอนาคต เหมาะสำหรับใช้ในงานพิธี ที่มีความสำคัญ และต้องการความหรูหรา เช่น งานแต่งงาน และเหมาะสำหรับเป็นของฝากที่ทรงคุณค่าสำหรับท่านผู้ใหญ่ที่นับถืออีกด้วยค่ะ