เมื่อ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร เข้าสู่พิธีราชาภิเษกสมรส ดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมราชินีแห่งพระราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 ทรงมุ่งมั่นที่จะบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างสุดพระกำลัง

ทรงมีพระราชปณิธานในการทรงงานว่า "เรามิได้พึงพอใจกับการที่เพียงแต่เยี่ยมเยียนราษฎรหรือทำแต่เพียงสิ่งที่เคยทำเป็นประเพณี เราต้องพยายามทำดีกว่านั้น เราต้องพยายามช่วยรัฐบาลส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น เพราะเราเป็นประเทศด้อยพัฒนา ดังนั้นการเพียงแต่จะไปเยี่ยมราษฎรเพราะถือว่า เป็นหน้าที่ที่ประมุขของประเทศจะต้องทำตามประเพณีนั้น เป็นเรื่องไร้สารระ หากเราไม่สามารถมีส่วนร่วมในการบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชนแล้ว เราก็ต้องถือว่า การเป็นประมุขของประเทศประสบความล้มเหลว"

ทรงอุทิศทั้งพระวรกาย พระหฤทัย พระสติปัญญาและพระราชทรัพย์โดยไม่เลือกชนชั้นวรรณะทำให้หลายพระราชกรณียกิจเป็นคุณประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ จนองค์กรนานาชาติร่วมถวายรางวัลสดุดีเป็นอันมาก

นับจากวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2522 องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติหรือ เอฟเอโอได้ถวายเหรียญ เซเรส เฉลิมพระเกียรติในฐานะที่ทรงอุทิศชีวิตและงานเพื่อช่วยยกระดับและสถานภาพของสตรีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในชนบท ในประกาศสดุดีมีใจความสำคัญว่า "สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชหฤทัยอันเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณอนุเคราะห์เกื้อกูลพสกนิกรชาวไทยทั้งมวลอยู่เสมอมิได้ขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ขัดสนจนยากในท้องถิ่น"

พ.ศ.2524 สหพันธ์พิทักษ์เด็กแห่งนิวยอร์ต ได้ขอพระราชทานพระราชวโรกาสทูลเกล้าฯถวายเหรียญสดุดี First Distinguished Service Award นับเป็นรางวัลเกียรติคุณรางวัลแรกของสหพันธ์ฯ เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในฐานะที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ พระราชทานความช่วยเหลือแก่ผู้อพยพชาวอินโดจีน โดย นายเดวิด รอกกี้เฟลเลอร์ ประธานคณะกรรมการจัดงานได้กราบบังคมทูลสดุดีพระเกียรติคุณถึงพระวิริยะอุตสาหะที่ทรงอุทิศเวลาในการประกอบพระราชกรณียกิจ ด้วยพระราชปณิธานอันแน่วแน่ที่จะส่งเสริมศิลปหัตถกรรมและกิจการด้านสังคมสงเคราะห์เพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชนชาวไทย

วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ.2528 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาเพื่อทรงรับรางวัลด้านมนุษยธรรมจากสมาคมเอเชีย แห่ง นครนิวยอร์ค

ครั้งนั้น ทรงมีพระราชดำรัสที่นำความปลาบปลื้มมาสู่พสกนิกรชาวไทยว่า "ข้าพเจ้าขอแสดงความสำนึกในบุญคุณที่พวกท่านให้เกียรติแก่ข้าพเจ้า โดยการมอบรางวัลด้านมนุษยธรรมสำหรับความช่วยเหลือแก่ประชาชนชาวไทย อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าเชื่ออย่างแท้จริงว่ารางวัลและความดีความชอบของรางวัลนี้ จริงๆแล้วเป็นของประชาชนคนไทยทุกคน..."

วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2529 มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าชองโลกได้สดุดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯในฐานะนักอนุรักษ์ดีเด่นด้านอนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่า โดย นายรัสเซล เทรน ประธานกรรมการอำนวยการของมูลนิธิฯได้อัญเชิญประกาศเกียรติคุณมาทูลเกล้าฯถวายว่า "เมืองไทยเป็นประเทศที่มีความหวัง เพราะสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นผู้นำทางให้ผู้อื่นตามรอยพระยุคลบาท ในการอนุรักษ์สัตว์ป่าและพันธ์ไม้"

ต่อมา วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2531 เซอร์ เรย์มอนด์ ฮอฟเฟนเบิร์ก ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งกรุงลอนดอน ได้เชิญประกาศเกียรติคุณมาทูลเกล้าฯถวายและกราบบังคมทูลประกาศราชสดุดีพระเกียรติคุณสมเด็จพระนางเจ้าฯ ความว่า "โดยปกติการมอบสมาชิกภาพกิตติมศักดิ์ของราชวิทยาลัยแห่งนี้เป็นไปโดยจำกัดจำนวน และส่วนใหญ่จะมอบให้แก่อายุรแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ผู้ประสบความสำเร็จดีเด่นเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ทั้งเป็นผู้ที่ทรงความรู้ชั้นสูงอันอำนวยประโยชน์แก่บรรดาผู้ป่วยไข้และช่วยให้สุขภาพอนามัยของประชาชนทั่วทุกแห่งดีขึ้นอย่างประจักษ์ชัด โครงการแพทย์ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงอำนวยการด้วยพระองค์เองนั้นได้ช่วยผ่อนคลายปัญหาสุขภาพอนามัยของพสกนิกรไปเป็นอันมาก"

อีก 3 ปีต่อมา คือในวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2534 กลุ่มผู้สนับสนุนพิพิธภัณฑ์เด็กแห่งกรุงวอชิงตัน ดี ซี ได้ขอพระราชทานทูลเกล้าฯถวายรางวัลมนุษยธรรมระหว่างประเทศและได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระนางเจ้าฯเสด็จพระราชดำเนินเพื่อถวายรางวัล ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา ถือเป็นรางวัลระดับนานาชาติ ที่มอบให้แก่บุคคลที่มีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ว่าได้เสียสละอุทิศตน ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนจำนวนมาก

ในปีพ.ศ.2535 อันเป็นปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 60 พรรษา องค์กรนานาชาติหลายองค์กรได้ร่วมถวายพระเกียรติคุณมี อาทิ

วันที่ 30 มกราคม พ.ศ.2535 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ นายเฟเดอริค มายอร์ ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก้ทูลเกล้าฯถวายเหรียญทองโบโรพุทโธ โดยได้กล่าวประกาศพระเกียรติคุณสมเด็จพระนางเจ้าฯว่าทรงอนุรักษ์ฟื้นฟูและสืบทอดงานศิลปหัตถกรรม รวมทั้งยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนที่ยากไร้ให้มีอาชีพและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมากว่า 40 ปี

กองทุนพัฒนาสตรีแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูนิเฟม ทูลเกล้าฯถวายแก้วเจียระไนในฐานะที่ทรงทำงานเพื่อสร้างสรรค์สตรีไทย และ องค์การยูนิเซฟ ทูลเกล้าฯถวายเหรียญเงินสลักข้อความสดุดีในฐานะที่ทรงอุทิศพระองค์งานด้วยความเสียสละเพื่อแม่และเด็ก เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ.2535 ณ สวนอัมพร

โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNEP ทูลเกล้าฯเหรียญทอง UNEP Gold Medal Of DisTinction ในฐานะที่ทรงมีผลงานทางด้านพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติจนเป็นที่ประจักษ์แก่ประชาคมโลก เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2535 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแชงกรีลา

วันที่ 26 พฤษภาคม 2536 มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกาถวายรางวัลสตรีแห่งปี 1993 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

วันที่ 16 พฤษภาคม 2538 มูลนิธิชาร์ลส เอ ลินด์เบิร์กและแอนด์ มอร์โรว์ ลินด์เบิร์ก ได้ทูลถวายรางวัลลินเบอร์กแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ ณ โรงแรมวอลดอล์ฟ แอสทอเรีย นครนิวยอร์ค ในฐานะที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจมาตลอดระยะเวลาอันยาวนานเพื่อมวลมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

พ.ศ.2544 ผลงานหัตถศิลปจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้รับรางวัลสดุดีเฉลิมพระเกียรติสูงสุดจากงาน บรัสเซลล์ ยูเรก้า 2001 กรุงบรัสเซล ราชอาณาจักรเบลเยี่ยม

วันที่ 21 กันยายน 2545 ผู้แทนสมาคมไหมโลกได้ทูลเกล้าฯถวายรางวัลหลุยส์ปาสเตอร์ ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเฉลิมพระเกียรติในพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์และพัฒนาการผลิตไหมไทยจนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก รวมทั้งทำให้ราษฎรผู้ผลิตไหมมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2547 สหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทูลเกล้าฯถวายเหรียญ IUCN Gold Medal เพื่อเฉลิมพระเกียรติในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้ทรงอุทิศพระองค์ในการทรงงานมาเป็นเวลายาวนานด้วยพระราชหฤทัยที่ทรงพระเมตตาอย่างหาที่สุดมิได้โดยมิได้ทรงหวังสิ่งใดตอบแทนใดใดนอกเหนือไปจากความสุขของอาณาประชาราษฎร์และมวลมนุษยชาติเป็นสำคัญ