เม่น มหาชัย "คนบ้าว่าว"

นัดพบ

พลันที่ลมสำเภาพัดมาจากพระบรมมหาราชวัง ว่าวจุฬาของ เม่น มหาชัย หรือ พนัส เทียนศิริ ก็ไต่ระดับความสูงขึ้นไปเริงระบำอยู่บนท้องฟ้า และชวนให้เหล่าบรรดาว่าวเล็กว่าวน้อยสารพัดชนิดโฉบตามขึ้นสู่เวหาเหนือท้องสนามหลวง ซึ่งเป็นสนามเล่นว่าวมาตั้งแต่สมัยโบราณ

พอส่งว่าวจุฬาขึ้นสู่ท้องฟ้า พี่เม่น คนบ้าว่าว ค่อยๆ กระตุกเชือกบังคับอย่างชำนาญ ทำให้ว่าวจุฬาถลาเล่นลมอย่างสง่างามเหนือว่าวตัวอื่นๆ สายตาที่จับจ้องไปยังว่าวจุฬาที่ทำขึ้นจากฝีมือตัวเองจึงเปี่ยมไปด้วยความสุข เวลาราวหกฏโมงเย็นท้องฟ้าเหนือสนามหลวงจึงคับคั่งไปด้วยพลเมืองว่าว

เมื่อวางใจว่าว่าวจุฬาติดลมบน พี่เม่นส่งเชือกต่อให้กับลูกทีม ส่วนตัวเองลงนั่งในท่าสบายแหงนมองขึ้นสู้ท้องฟ้าอีกครั้งอย่างรื่นรมย์ หลังจากนั้นการสัมภาษณ์ก็เล่มต้นขึ้น โดยมีฉากหลังเป็นว่าวซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพี่เม่น

- พี่เม่นทำว่าวมานานหรือยังคะ

ถ้าเป็นการทำอย่างจริงจังปีนี้เข้าปีที่ 9 แต่ผมทำว่าวเป็นมาตั้งแต่เด็ก เพราะคุณตาเป็นคนหนึ่งที่ทำว่าวทุกชนิดเก่งมาก สมัยที่ยังมีชีวิตอยู่คุณตามีชื่อเสียงมาก แต่ส่วนหนึ่งผมก็ได้แรงบันดาลใจมาจาก พี่เป็ด ปริญญา สุขชิต ตอนนั้นผมยังเรียนอยู่ชั้นประถม เห็นพี่เป็ดทำสถิตโลกเรื่องว่าว ผมจึงอยากจะมีชื่อเสียงเหมือนแกบ้าง สักวันหนึ่งผมจะต้องเป็นอย่างนั้นบ้าง แต่นั่นมันก็เป็นเหตุการณ์เมื่อ 30 ปี ที่แล้ว เพราะในความเป็นจริงของชีวิต ผมต้องประสบกับเรื่องราวต่างๆ มากมายที่ทำให้ผมห่างจากว่าว เพราะผมเป็นคนสุดโต่งในทุกๆ เรื่องตั้งแต่เด็ก

- มีความทรงจำในวัยเด็กพอที่จะเล่าให้ฟังบ้างมั้ยคะ

ผมเป็นคนบางเขน เกิดที่กองพลทหารราบที่ 11 ตอนหลังพ่อย้ายมาเป็นพนักงานขับรถให้กับจัสแม็ก ของเมริกา หน่วยนี้จะเป็นกองกำลังใต้ดินชุดสุดท้ายที่ถอนกำลังออกไปจากเมืองไทย ตาผมเป็นภารโรงอยู่ที่วัดสิงห์ นนทบุรี ชื่อตาปาน ทองงาม (นามสกุลเดิมพิชัยสงคราม) บ้านอยู่ท้ายวัดสิงห์ริมคลองบางคูเวียง แถวนั้นจะเป็นเครือญาติของคุณตาหมด

ช่วงปิดเทอมแม่จะพาผมไปหาตาเป็นประจำ ต้องนั่งเรือจากท่าช้างวังหลวง เพื่อไปต่อเรือที่คลองบางกรวยแล้วขึ้นที่ท่าวัดโบสถ์ จึงค่อยเดินลัดขนัดสวนที่ปลูกทุเรียนไปยังบ้านตา แต่ส่วนใหญ่จะนั่งเรือ ทุกครั้งที่ไปถึงผมจะเห็นแกนั่งเหลาโครงว่าว ตอนนั้นยังเด็กมากก็ถามคุณตาว่า ตาจะทำว่าวจุฬาไปทำไมเยอะแยะ แกบอกว่าทำไว้เพื่อไปขายที่สนามหลวง โดยแกจะทำใส่กำปั่นไว้ ผมเพิ่งไปขอซื้อต่อมาจากพี่ชายเพื่อจะได้เป็นเครื่องเตือนใจและแรงบันดาลใจในการทำว่าวของผมต่อไป ก่อนที่ตาจะเสียชีวิตแกสั่งเสียไว้ว่าให้ยกกำปั่นนี้ให้ผมซึ่งเป็นหลายคนเล็ก เพราะสมัยก่อนตาเป็นคนที่ค่อนข้างมีฐานะ แต่ก็ถูกญาติพี่น้องผลาญจนหมด แม่ผมเป็นลูกคนสุดท้องก็จริงแต่ตาโกรธที่แม่หนีมาอยู่กับพ่อ แกเลยไม่ให้อะไรนอกจากกำปั่นใบเดียว สมัยก่อนสนามหลวงจะเป็นที่ชุมนุมองคนเล่นว่าว ว่าวจุฬาของตาขายดีมาก พอขายหมดเงินที่ได้มาตาก็จะซื้อพวกแก้วแหวนเงินทองกลับบ้าน ปัจจุบันสะพานข้างวัดเขายังไม่รื้อเพราะชาวบ้านเขาจะเก็บไว้เป็นอนุสรณ์ให้กับตาปาน

- กำปั้นซึ่งเป็นมรดกเมื่อเปิดอออกมาแล้วในนั้นมีอะไรบ้าง

มีขันลงหิน เตารีดโบราณ แก้วแหวนเงินทองอีกเล็กน้อย กับโครงว่าวจุฬา 2 สำรับพร้อมด้วยอุปกรณ์ในการทำว่าวทั้งหมด ซึ่งแกเคยใช้เมื่อสมัยยังมีชีวิตอยู่ ตอนนั้นผมน่าจะอายุสักประมาณ 8 ขวบ ผมก็เลยลงมือลองแกะแบบการทำว่าวจุฬาของตาที่ทิ้งไว้ให้เป็นมรดก จริงๆ แล้วแม่บอกว่าผมเป็นคนมีพรสวรรค์ หากคิดอยากทำอะไรก็จะมุ่งมั่นกับสิ่งนั้น ถ้าไม่สำเร็จผมจะไม่เลิก ผมทำว่าวเล่นตั้งแต่สมัยยังอยู่ที่ สรพ. เริ่มตั้งแต่ทำตัวเล็กๆ จนตอนหลังมาเริ่มทำตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตนที่โตกว่าผมก็เลยสู้ผมไม่ได้ ทำให้เขาเริ่มสงสัยว่าผมไปเรียนรู้เรื่องการทำว่าวมาจากใคร แต่หารู้ไม่ว่าผมมีโครงว่าวในกำปั่นของตาเป็นครู

มีหลายคนถามผมว่าว่าวให้อะไร? ว่าวให้ความสุข ให้สติแก่ผม ทุกครั้งที่ผมเล่นว่าวผมจะใส่อารมณ์เต็มที่ ตอนเรียนจบชั้น ป. 7 ผมถือว่าว 1 ตัว กับหนังสือ 1 เล่ม ไปเล่นว่าวแล้วก็นั่งอ่านหนังสือไปด้วย เชื่อมั้ยว่าผมสามารถสอบเข้าโรงเรียนหอวัง กับบดินทร์เดชา ( สิงห์ สิงหเสนี) ได้ แต่ผมเลือกเรียนที่หอวังเพราะเดินทางสะดวกกว่า

แต่พอเข้าเรียนชั้น มศ.1 รุ่นสุดท้ายที่หอวังที่นี้ชักเริ่มจะเกเร แต่ก็ชอบเล่นกีฬาให้กับโรงเรียน อย่างแรกเลยคือ การชกมวย ฟุตบอล และแบดมินตัน พอขึ้นชั้น มศ. 2 ผมได้เล่นเป็นตัวจริงเกือบทุกประเภท เพราะความที่เรามีพรสวรรค์ ผมจะชอบสอนเด็กๆ ที่มาเรียนทำว่าวกับผมว่า "จงอย่าอวดดี ถ้าไม่มีดีให้อวด"

การเล่น 4 ชนิดกีฬาให้กับโรงเรียนทำให้ผมได้เบี้ยเลี้ยงวันละ 60 บาท รวมกับเงินค่าขนมที่ป๋าให้อีก 25 บาท ก็เกือบ 100 บาท ทำให้ผมเป็นเด็กที่ใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย เล่นสนุกเกอร์ ไม่กลับบ้าน แต่ก็ยังเล่นกีฬากับเรียนหนังสือ ผมเคยปะทะกับพ่อของต๋อง ศิษย์ฉ่อย กับเป้า ลาดหญ้า ซึ่งเป็นคนสอนเทคนิคการเล่นสนุกเกอร์ให้กับผม

จริงๆ ผมน่าจะเป็นนักกีฬาที่มีอนาคต โดยเฉพาะฟุตบอล ศิริศักดิ์ แย้มแสง อดีตโค้ชทีมชาติ ชอบผมมาก ถ้าผมสูงกว่านี้อีก 4-5 ซม. แกจะให้ผมเป็นประตูทีมชาติเพราะเห็นว่ามีแวว แต่ผมพลาดโอกาสนั้นไปเพราะผมตัวเล็ก ส่วนสูงไม่ถึง

- เมื่อไม่ประสบความสำเร็จทางด้านกีฬาพี่เม่นดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไรคะ

ที่สุดแล้วผมได้วุฒิ มศ. 3 จากหอวัง แล้วก็ประสบมรสุมชีวิตต้องระหคระเหินไปตามที่ต่างๆ ไม่กลับเข้าบ้าน ผมเป็นคนตัวเล็กที่สู้คน พอออกจากหอวัง ผมไปเรียนศึกษาผู้ใหญ่ และไปเข้าเรียนที่เทคนิคไทยสุริยะ ก็ไม่รอดต้องออกจากโรงเรียน แต่ลึกๆ แล้วผมอยากเรียนนิติศาสตร์ เพราะผมชอบกฏหมาย แต่ต้องเรียนจบชั้น มศ. 5 จึงจะไปเรียนได้ ซึ่งผมไม่จบ หลังจากนั้นก็พเนจรไปเรื่อย จนสุดท้ายมาปักหลักอยู่กับเจ้เปียที่โกรกกราก สมุทรสาคร ออกเรือตั้งเกได้ 4 เดือนผมก็ได้เลื่อนเป็นผู้ช่วยไต้ก๋งเรือ อีก 3 เดือนผมจะได้เป็นนายท้าย เพราะผมสามารถอ่านแผนที่ได้ แต่ตอนหนังผมถูกกีดกัน เวลาเหงาๆ ผมเล่นว่าวกลางทะเลกับเป่าเม้าท์ออแกน พอขึ้นจากเรือผมมีเงินเหลือพอสมควรก็มาค้าขายของทะเลแต่ก็ไปไม่รอด หลังจากนั้นผมพาแฟนหนีไปอยู่ด้วยกันที่บ้านบางเขน

- แล้วตอนนี้พี่เม่นทำอะไรบ้าง

หลังจากที่เลิกเหล้าผมก็มาเปิดร้านขายของเก่าควบคู่ไปกับการทำว่าว อยู่ที่เคหะชุมชนมหาชัย แต่ก่อนนี้ผมทำว่าวจุฬาขายอยู่ที่หลังตลาดไทย ส่วนว่าวชนิดอื่นๆ ก็ไปรับเขามาขายาเอากำไรบ้างนิดหน่อย ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกแล้วว่าวให้สิ่งดีๆ กับผม เช่น มิตรภาพ กับรายได้เลี้ยงชีพ ในว่าวมีจิตวิญญาณ มีเสน่ห์ความเป็นไทยแฝงอยู่ มีอยู่ครั้งหนึ่งผมกำลังจะไปขายว่าวจุฬากับปักเป้าที่สนามหลวง แล้วโดนตำรวจจับที่ดอนเมือง เพราะไม่ใส่หมวกกันน็อค ใบขับขี่ก็ไม่มี เขาถามผมว่าจะไปไหน พอผมตอบว่าจะไปขายว่าวที่สนามหลวง เท่านั้นแหละตำรวจไม่ถามเรื่องอื่นเลย แถมให้น้ำผมกินด้วย เพราะวันนั้นอากาศร้อนมาก พอมาถึงสนามหลวงผมก็มาฝากแผงลุงเตี้ยขาย แต่ตอนนี้แกเสียชีวิตไปแล้ว

ไม่ว่าผมจะไปตกระกำลำยากอยู่ที่ไหน ผมจะจำคำแม่สอนเสมอเรื่องการให้ สมัยอยู่ที่ สรพ. เวลาทำกับข้าวแม่จะทำเผื่อคนอื่นทั้ง ๆ ที่บ้านเราก็ใช่ว่าจะมีฐานะอะไร บางครั้งข้าวสารหมดยังต้องไปเซ็นต์เชื่อไว้ก่อนที่สหกรณ์ของกรม แต่สิ่งที่แม่สอนผมคือ ถ้าเรารู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่คนอื่นทำแบบนี้แกงหม้อเดียวกินได้ทั้งปี

เช่นเดียวกันวันหนึ่งผมมีว่าวที่เหลือจากการขายอยู่ 5-6 ตัว ผมนำตัวหนึ่งขนาด 32 นิ้ว ไปเป็นของขวัญวันเกิดให้กับลูกของนายยกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร ( อุดร ไกรวัฒน์นุสรณ์) ทุกวันนี้แม้แกจะเสียชีวิตไปแล้วแต่ว่าวตัวนั้นยังอยู่ในห้องนอน เมื่อก่อนมีคนว่าผมบ้า ผมเลยเกิดทิฐิมานะขึ้นมาว่า คอยดูคนบ้าคนนี้จะทำว่าวแล้วไปออกทีวีให้ครบทุกช่อง ผมจะต้องไปให้ถึงดวงดาวให้ได้

- ว่าวจุฬาตัวที่นำไปมอบให้กับนายก อบจ. สมุทรสาคร ให้อะไรคืนมาบ้าง

พี่ตุ่น หรือนายกอุดร ให้คนขับรถตามหาตัวผมทั่วทั้งจังหวัด เพราะผมจะเป็นคนที่ไม่ชอบเปิดโทรศัพท์ นอกจากเวลาที่ผมจะโทร.หาใครเท่านั้นผมจึงจะเปิด ที่สุดมาเจอผมที่ห้องแถวซึ่งผมทำหน้าที่ดูแลให้แทนพี่ชาย พอเจอหน้าพบเขาก็บอกว่า เม่นพี่ตุ่นเขากำลังตามหาตัวอยู่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไรเหมือนกันรีบไปเลยนะ

พอไปถึงที่บ้านพี่ตุ่นก็เข้ามากอดคอผม ถามว่า เม่นว่างหรือเปล่า ว่างครับผมตอบ เพราะตอนนั้นผมยังไม่ได้ทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน นอกจากดูแลห้องแถว กับทำงว่าวขายไปตามเรื่องแต่ยังไม่ได้เปิดร้าน เอาอย่างนี้ถ้าว่างให้กลับไปเตรียมแครื่องไม้เครื่องมือในการทำว่าวให้ครบ พี่จะวานให้ช่วยไปซ่อมว่าวให้ท่านเจ้าอาวาสวัดพระศรีอาสน์ ที่บางแพ ราชบุรี

หลวงพ่อพระครูวิธิตพัฒนโสภณ ท่านชอบว่าวมาก และท่านมีว่าวชำรุดอยู่ประมาณ 20 ตัว เก็บไว้ที่ใต้โบสถ์ทองคำร้อยล้าน เพราะปลัดแตน้องชายพี่ตุ่นไปฝึกพูดที่วัด เนื่องจากที่วัดมีการจัดค่ายวาทะศิลป์ หลังจากนั้นพี่ตุ่นกับปลัดแตก็พาผมไปกราบหลวงพ่อเจ้าอาวาส แล้วท่านก็พาไปดูว่าวที่ชำรุดเพื่อให้ผมลงมือซ่อม

- พี่เม่นซ่อมว่าวอยู่ที่นั่นนานมั้ยคะ

นานพอสมควรเพราะมีว่าวที่ต้องซ่อมนับ 10 ตัว แต่ละตัวชำรุดค่อนข้างมาก ทุกวันผมจะลงมือซ่อมตอนเช้า พอตกบ่ายผมก็จะชวนเด็กๆ ออกไปเล่นว่าว หลวงพ่อก็จะนั่งเขียนปรัชญาอยู่บนเสื่อ โดยมีผมกับเด็กๆ ขึ้นว่าวอยู่ห่างๆ ตอนนั้นผมรู้สึกว่าพระองค์หนึ่ง กับช่างซ่อมว่าว ช่างโคจรมาพบกันในเวลาที่พอเหมาะ ผมมีความสุขมากกับการได้เล่นว่าวให้หลวงพ่อดู ในเวลานั้นวัดมีชีวิตชีวามากเพราะมีเด็กเข้ามาเล่นว่าว ผมคิดเสมอว่าเด็กที่เขาชอบเล่นว่าว มีใจให้กับว่าวผมจะถนอมเขา ดูแลเขาอย่างดีตามกำลังที่มี เพราะชีวิตผมผ่านประสบการณ์มาแล้วแทบทุกอย่างทั้งดีและชั่ว

มีอยู่ครั้งหนึ่งหลังจากที่ท่านสรงน้ำตอนเช้าเสร็จ แก่ก็บอกว่า " ตาเม่นครั้งหนึ่งในชีวิต อาตมาอยากจะพาเด็กๆไปที่ชุมชนบ้านเลื่อนของเราไปแข่งขันว่าวที่สนามหลวง" ผมก็เลยเริ่มวางแผนไปพร้อมๆกับสร้างว่าวต้นแบบขึ้นมาซึ่งผมยังเก็บไว้จนถึงทุกวันนี้ แต่การจะพาเด็กไปแข่งว่าวที่สนามหลวงต้องใช้ทุนเป็นแสน พอรู้ดังนั้นแก่ก็ไปเปิดตู้เซฟแล้วหยิบมาสมุดบัญชีมาโยนให้ผม ปรากฏว่าแกมีเงินอยู่ในบัญชี 4 ล้านกว่าบาท ผมต้องทำงว่าว 40 กว่าตัว เพราะการแข่งขันกินเวลาเป็นเดือนอุปกรณ์ต่างๆ ต้องพร้อมรวมทั้งลูกทีมต้องใช้มากถึง 20 คน ตอนนี้มีคนจะตั้งฉายาให้ผมว่า "กระบี่มือหนึ่งเรื่องว่าว" ผมปฏิเสธเพราะรู้สึกว่าเรายังไม่ถึงขั้นนั้น

- ทำเฉพาะว่าวจุฬาเพียงอย่างเดียวหรือทำชนิดอื่นๆ ด้วย

ทำว่าวชนิดอื่นด้วย มีขนาดที่แตกต่างกันออกไป

- ว่าวมีทั้งหมดกี่ชนิด

ว่าวมี 2 ชนิด คือว่าวแผง กับว่าวภาพ ว่าวจุฬาจัดอยู่ในประเภทว่าวแผง ซึ่งจะมีลักษณะแบนราบไม่มีมิติ ส่วนว่าวภาพจะมีมิติ แต่ความโดดเด่นของว่าวจุฬาคืออยู่ตรงที่บังคับด้วยป่านเพียงเส้นเดียวให้ไปในทิศทางที่เราต้องการ การทำว่าวหนึ่งตัวต้องมีการทดสอบลม ทดสอบกำลังของไม้ มีการปรับแต่งซุง เทคนิคต่างๆ เหล่านี้เกิดจากความชำนาญ

- การทำว่าวมีส่วนประกอบและสัดส่วนอย่างไรบ้าง

ว่าว 1 ตัว ประกอบด้วยไม้ 5 ชิ้น หรือเรียกว่า 1 สำรับ แต่ถ้าจะให้ดีต้องเหลาขึ้นจากไม้ไผ่สีสุกซึ่งถือเป็นไม้มงคลและต้องใช้ไม้ลำเดียวที่ตัดแล้วนำมาผ่าตากแดด ขูดไส้ออก หลังจากนั้นนำไปเผาไฟเพื่อไล่ความชื้นและมอดที่จะเข้ามากัดกิน การที่จะไม่ให้มอดกัดกินต้องตัดไม้เดือนอ้าย-เดือนยี่ เพราะเป็นช่วงที่ไม้คายความชื้นและมีคุณบัติดีที่สุด เนื่องจากไม้ผ่านการนวดของลมมายาวนานลำไม้ไผ่จึงแข็งแรงที่สุด เราจึงเห็นคนโบราณมักนำไม้ที่ใช้ทำโครงว่าวเสียบไว้บนหลังคาบ้านเหนือบริเวณเตาไฟหุงข้าว

- การทำว่าวมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยบ้างมั้ยคะ

มีครับ เช่น ต้องดัดไม้ให้ตรงก่อนถึงจะทำการเหลา การดัดไม้มีเทคนิคง่ายๆ คือใช้น้ำตาลปีบพอกตรงบริเวณที่คดแข้งไก่ แล้วค่อยๆ อังไฟจนน้ำตาลปีบละลาย หลังจากนั้นจึงโปะด้วยผ้าเย็น ถ้าทำว่าว 60 ตัว ต้องใช้ไม้ 300 กว่าลำ และต้องเหลาพร้อมกันทีเดียว เช่น วันนี้เหลาเฉพาะตรงส่วนปีกก็ลุยไปเลย วันไหนดัดไม้ก็ดัดเพียงอย่างเดียว การดัดไม้ถ้าเป็นช่วงกลางคืนจะดี ไม้ที่จะนำมาเหลาในหนึ่งสำรับต้องเป็นไม่ลำเดียว และต้องใช้ไม่ผ่าซีกคู่เดียวกัน เพื่อที่เวลานำมาเหลาเป็นตัวว่าวกำลังมันจะเท่ากัน ไม่เอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง ภาษาคนทำว่าวเขาจะบอกว่า "ไม่ระแวง" คนทำว่าวจะไม่ข้ามไม้ที่จะนำมาเหลาเป็นโครงว่าว ไม้ไผ่ที่ตัดมาแล้วต้องนำมาตากแห้งทั้งลำ อย่างน้อย 7 เดือน ถึง 1 ปี เพราะฉะนั้นเราตัดไม้ปีนี้ ปีหน้าเราถึงจะนำมาใช้ได้ เทคนิคต่างๆ เหล่านี้ส่วนหนึ่งผมได้จากคุณตา บางส่วนก็ไปค้นคว้าจากตำราโบราณและเรียนรู้เพิ่มเติม เช่น อาจารย์จุ๋ม บางแวก เซียนว่าวอีกคนหนึ่ง

- ปกติแล้วไปซื้อไม้ไผ่เหล่านี้มาจากไหน

มีแหล่งอยู่แถวราชบุรี และจันทบุรี เมื่อมีคนมาบอกว่าที่ไหนมีไม่ผมจะออกไปตัดเอง ถ้าตัดเองผมจะให้ค่าไม้เขาลำละ 50 บาท วิธีการตัดไม้เราก็ต้องระวัง ถ้าโชคดีกอไหนมีเพชรไม้เราก็จะนำมาทำว่าวปักเป้า ไม้ที่จะนำมาทำว่าวได้ต้องมีอายุประมาณ 4-7 ปี ถ้าเลยจากนี้จะแก่เกินดัด

- การทำว่าวจุฬาที่สมบูรณ์ขึ้นมาหนึ่งตัวต้องคำนึงถึงเรื่องใดบ้าง

สัดส่วนที่เหมาะสม แล้วความสวยงามก็จะตามมา เมื่อติดลมบนแล้วจะต้องไม่เอียง ตอบสนองคนบังคับอย่างฉับไวทันทีที่กระตุกสายป่านว่าวจะส่ายหัวไปมา

- นอกจากนำไปเล่นเป็นกีฬา คนส่วนใหญ่ซื้อว่าวไปทำอะไร

ซื้อไปมอบให้เป็นของที่ระลึก โดยเฉพาะนำไปให้เจ้าใหญ่นายโต หลังจากข่าวที่ผมนำว่าวจุฬาขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายในหลวง ก็เริ่มมีคนให้ความสนใจว่าวจุฬามากยิ่งขึ้น ทำให้ผมลบคำสบประมาทว่า ผมบ้าไปแล้วที่มาหมกมุ่นอยู่กับการทำว่าว ครอบครัวผมก็คิดแบบนี้เหมือนกัน

- มีครั้งไหนที่ว่าวสร้างความภูมิใจให้พี่เม่นมากที่สุด

การแข่งขันชนะจนได้รับถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปี พ.ศ. 2552 ในนามทีมวัดพระศรีอาสน์ที่ราชบุรี โดยมีน้ำมันพืชตราองุ่นเป็นผู้สนับสนุนหลัก เรามาได้รางวัลเมื่อเข้าปีที่ 3 โดยตัดโครงสร้างว่าวให้ตัวสั้นลง แต่ครั้งที่ภูมิใจมากที่สุดคือการไปเล่นว่าวถวายหน้าพระที่นั่ง ความจริงจะเล่นถวายที่พระราชวังไกรกังวล เพราะสำนักพระราชวังตอบรับ แต่อีก 4 วันหลังจากนั้นพระองค์ท่านก็ประชวร ต้องเสด็จมาประทับเพื่อรักษาพระวรกายที่โรงพยาบาลศิริราช อารามดีใจผมไปบอกให้หลวงพ่อทราบปรากฏว่าท่านเป็นอัมพฤกษ์นอนอยู่บนเตียง พอหลวงพ่อแกเห็นผมเท่านั้นแหละ น้ำตาแกไหลพรากเลย แกน้อยใจหาว่าผมทิ้งแก เพราะระหว่างเดินสายโชว์ ผมขาดการไปมาหาสู่กับแก ( น้ำตาซึม) พอแกทราบว่าผมจะได้ไปเล่นถวายหน้าพระที่นั่ง เชื่อมั้ยครับว่ามือเท้าแกเริ่มเคลื่อนไหวได้ หลังจากนั้นแกกลับมาเดินได้อีกครั้ง

พอไม่ได้เล่นที่พระราชวังไกลกังวล พี่เป็ดยังไม่ยอมละความพยายาม แกไปขอทุนจากกระจกไทยอาซาฮี และบริษัทบุญรอดมา 5 ล้านบาท เพื่อให้ผมขึ้นว่าวจุฬากลางแม่น้ำเจ้าพระยา กรมเจ้าท่ามาดูแลความปลอดภัย เพื่อให้ในหลวงทอดพระเนตร พี่เป็ดถามว่าที่แค่นี้ขึ้นได้มั้ย ผมบอกว่าได้ขอให้มีลมมาเถอะ

- ในแต่ละปีสนามการแข่งขันว่าวมีที่ไหนบ้าง

หลักๆ เลยอยู่ที่สนามหลวง ส่วนสนามนอกเมืองจะเล่นในเชิงพนัน ซึ่งผมก็ได้มาปีนี้ชนะเลิศ จุฬา-ปักเป้า ช่วงปี 51 เป็นปีที่ผมเดินสายแข่งขันมากยิ่งขึ้น

- ลมว่าวจะพัดจากทิศไหนไปยังทิศไหนคะ

ลมว่าวหรือลมสำเภา(ลมตะเภา) คือลมอที่พัดมาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ ในช่วงเดือนมีนาคม จึงมีคำกล่าวว่า "จุฬาวังหน้า ปักเป้าวังหลัง" เพราะการเล่นว่าวที่ท้องสนามหลวงจะต้องรอจนกว่าลมจะพัดมาจากพระบรมมหาราชวัง ถ้าทางภาคเหนือเขาจะเล่นในช่วงฤดูหนาวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ทางอีสานก็จะเล่นในช่วงเดือนนี้เช่นกัน เพราะฉะนั้นช่วงรอยต่อระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ว่าวจุฬา-ปักเป้าจะเล่นไม่ได้ เหตุเพราะว่าลมทางเหนือมันจะพัดให้ว่าวลอยเข้าไปในวัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวัง เมื่อว่าวมีการต่อสู้กันแล้วขาด ว่าวจะตกลงไปในเขตวัดพระแก้ว จึงมีกฏมณเฑียรบาลข้อหนึ่งเขียนไว้ว่าห้ามเล่นว่าวในเขตพระราชวังในขณะที่ลมกลับ จึงเป็นที่รู้กันว่าฤดูกาลเล่นว่าวที่ท้องสนามหลวงจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อลมสำเภาพัดจากพระบรมมหาราชวังผ่านไปยังบางลำพู กินระยะเวลานานประมาณ 2 เดือน พอเข้าฤดูฝนก็จะเลิก ฉะนั้นคนที่จะมาแข่งเล่นว่าวที่สนามหลวงต้องมีดี เพราะเราได้รับเกียรติให้มาเล่นว่าวในสนามของพระราชา

- ทราบว่าสอนการทำว่าวให้เด็กเป็นวิทยาทาน

ใช่ครับ ผมจะสอนเขาตั้งแต่วิธีการดัดไม้ การรู้จักเรื่องสัดส่วน พาไปเล่นว่าวด้วยกัน ผมไม่ได้ต้องการให้เขาทำว่าวเป็นอย่างเดียว แต่ผมต้องการให้เขารู้จักรากเหง้าของบรรพชน จริยธรรม รู้จักการให้ บางครั้งต้องไปกู้ธนาคารมาช่วยอุ้มเด็กเหล่านี้ ปีที่แล้วสอนไป 100 กว่าคน ค่าไม้ ค่ากระดาษ ก็พอได้จากความ มีชื่อเสียงอยู่บ้าง

- การทำว่าวหนึ่งตัวต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง

อย่างแรกเลยคือ กระดาษสา ซึ่งต้องเป็นกระดาษสาจากเมืองจีนตกแผ่นละประมาณ 50 บาท จะบางกว่ากระดาษสาในเมืองไทย เมื่อปิดลงไปแล้วว่าวจะหนัก ทำให้ยากต่อการบังคับ เชือกสัก เชือกป่าน ไม้ไผ่ ผูกตามสัดส่วนมาตรฐานใครมาตรฐานมัน ส่วนผมจะใช้ส่วน 4 คือวัดจากปลายหัวจนถึงเข็มล่าง แล้วแบ่งออกเป็น 4 ส่วน หนึ่งส่วนมาผูกปีกล่าง แบ่งอีก 2 ส่วนมาผูกเป็นปีกบน ส่วนกระดาษสาถ้าเราทำว่าวตัวใหญ่ เราก็จะต้องมีการเพาะ(ต่อ)กระดาษ เราต้องทำกลางคืนเพราะช่วงนั้นกระดาษเขาจะไม่หดตัว เปิดแอร์ทำก็จะยิ่งดี สำหรับสูตรนี้ได้มาจากบันทึกของเจ้าพระยาภิรมย์ภักดี หลังจากนั้นผมจึงค่อยปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสม เพื่อไม่ให้ว่าวเกิดอาการ "เซ่อ" (ไม่ปราดเปรียวว่องไว) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ต้องยกความดีให้กับท่านเจ้าพระยาภิรมย์ภักดี เพราะเราเริ่มนับหนึ่งจากตรงจุดนี้ ว่าวตัวใหญ่ที่สุดที่ผมเคยทำคือ สูง 130 นิ้ว เป็นตัวที่ออกสะเก็ดข่าว ตัวนี้ใช้เวลาทำนานมาก ถ้าเป็นว่าวขนาด 4 ศอก ผมต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน เพราะต้องเริ่มตั้งแต่ดัดไม้

- พี่เม่นตั้งราคาว่าวจากอะไร

ขึ้นอยู่กับความพอใจของเราด้วย อย่างตัวที่แพงที่สุดผมตั้งไว้ประมาณ 9 พันบาท แต่เป็นว่าวจุฬาที่ตกแต่งอย่างสวยงามทีเดียวทำจากไม้ไผ่สีสุก ซึ่งถือเป็นไม้มงคล เพราะกว่าจะดัดไม่ไผ่คดข้อให้ตรงได้นั้นยากมาก ต้องใช้ความอดทนอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นการทำว่าวจึงแฝงไว้ด้วยปรัชญาและกุศโลบายหลายๆ อย่าง ซึ่งต้องยกให้กับความเฉลียวฉลาดของบรรพบุรุษ คนจะทำว่าวให้สวยงามขึ้นไปโชว์บนท้องฟ้าได้ต้องทุมเทด้วยจิตวิญญาณจริงๆ

- ว่าวกับพี่เม่นเป็นอะไรซึ่งกันและกัน

เราเป็นเงาซึ่งกันและกัน ปีนี้เข้าปีที่ 9 ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จ ผมต้องการจะบอกคนที่ดูถูกผมว่าที่จริงเขาดูผิด คนบ้าว่าวอย่างผมที่ถูกตราหน้าว่ายอมทิ้งลูกทิ้งเมียมาอยู่กับไม้ไผ่ก็มีโอกาสเข้าเฝ้าเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ตอนนี้คนทำว่าวจุฬาฝีมือดีทั้งประเทศน่าจะมีไม่ถึง 10 คน เพราะการทำว่าวจุฬามันต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ไปพร้อมๆกัน และไม่ใช่พรสวรรค์แต่ต้องเป็นคนที่มีว่าวเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและจิตวิญญาณ

เมื่อสมควรแก่เวลาพี่เม่นเอ่ยปากขอตัวเพื่อไปสาวสายป่านนำว่าวจุฬาลงจากท้องฟ้า เพราะใกล้ค่ำ เมื่อว่าวจุฬานอนนิ่งอยู่บนพื้นหญ้า คนกลุ่มใหญ่ต่างวัยตรงเข้ามารุมล้อม ในแสงสลัวลางยามตะวันชิงพลบ พี่เม่นถูกกลืนอยู่ในวงล้อม มีเสียงชื่นชมและถามถึงความยากง่ายของการทำอย่างตื่นเต้นอย่างต่อเนื่ง กูรูว่าวอย่างพี่เม่น ซึ่งผ่านการใช้ชีวิตมาอย่างโชกโชน ตอบทุกคำถามอย่างมีความสุข เพราะนอกจากครอบครัวแล้ว เม่น มหาชัย ได้มี "ว่าว" กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปเสียแล้ว