เรารู้ไหมว่า มหาสมุทรพลาสติกคืออะไร?

ยลยินอินเทอร์เน็ต

เดวิด ชุกแมน บรรณาธิการด้านวิทยาศาสตร์ของบีบีซี ตั้งหัวเรื่องให้น่าฉงน เพราะแต่ไหนมาเราคงจะรู้จักแค่มีน้ำทะเลอยู่ในมหาสมุทร แต่ยุคปัจจุบัน ได้มีการกล่าวถึง "มหาสมุทรพลาสติก" กันแล้ว ชุกแมนใช้ประโยคดังนี้ Plastic Oceans : What do we know? ซึ่งอาจแปลตรงตัวว่า "มหาสมุทรพลาสติก : เรารู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้างไหม?" ถ้าจะช่วยกล่าวนำไขปริศนาในเรื่องนี้ หลายคนคงจะชินกับยุคบริโภคนิยมของมนุษย์ เมื่อมีการบริโภคก็ต้องมีการบรรจุอาหารด้วยถุงพลาสติก ซึ่งใช้กันจนเก็บกันไม่ไหว แต่สิ่งที่ผู้คนกังวลมากกว่านั้น ก็คือถุงพลาสติกกำลังจะครองมหาสมุทรโลกอยู่แล้ว จากเรื่องที่มีการศึกษาค้นคว้าเรื่องนี้ และนี่คงไม่ใช่เป็นการ "ตื่นตูม" โดยไม่มีเหตุผล

เรื่องนี้ที่ร้านรวงในสหราชอาณาจักร ได้เริ่มมาก่อนที่ประเทศไทยจะเริ่มรณรงค์กันให้นำถุงผ้าไปใส่สิ่งของที่จับจ่ายซื้อหา เมื่อซื้ออะไรจะต้องใส่ถุงพลาสติก ก็ให้เอาถุงผ้าของเราพกไปได้ และถ้าเราไม่เอาไปเลย ก็จะมีต้องจ่ายค่าถุงพลาสติกที่ใส่ให้ เป็นการลดราการใช้ถุงพลาสติกให้น้อยลง เพราะถุงพลาสติกที่เห็นเป็นเรื่องเล็กนั้น ได้คืบต่อไปจนมันเดินทางลงไปในมหาสมุทรและกำลังก่อปัญหาอย่างใหญ่หลวงในอนาคตอันใกล้นี้

สหราชอาณาจักรรณรงค์การงดใช้ถุงพลาสติกก่อนบ้านเรานานแล้ว จากการที่รู้ว่าปัญหานี้จะกลายเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ยิ่งใหญ่อีกเรื่องหนึ่ง จึงมีการนำไปทำเป็นหัวข้อวิจัย และผลวิจัยในเรื่องดังกล่าวมีรายงานออกมาแล้ว

ตัวอย่าง ภัยอันตรายทุกข์ยากจากถุงพลาสติกที่พวกเราพากันใช้อย่างมาก และทิ้งไว้เกลื่อนโดยไม่คิดกันว่ามันกำลังก่อปัญหาแก่โลกนั้น ที่หมู่เกาะอาทอลล์ ในมหาสมุทรแปซิฟิก ผู้เดินทางไปที่นั่นเล่าว่า เดี๋ยวนี้นกอัลบาทรอส (Albaross) ที่นั่นมีอาหารประหลาดในปากของพวกมัน เพราะมันไปเก็บถุงพลาสติกมาเต็มปาก รวมถึงก้นบุหรี่ แปรงสีฟันพลาสติกที่ผู้คนใช้แล้วก็โยนทิ้งไปไม่เป็นที่เป็นทาง อาการเช่นนี้ย่อมแสดงว่า "พลาส-ติก" กำลังเป็นภัยกับเจ้านกพวกนั้นแหละ ที่อาจดูไม่ออกว่า พลาสติกเหล่านี้เป็นอาหารด้วยหรือเปล่า?

เมื่อหันไปมองหาดทรายที่ขาวสะอาดทรงเสน่ห์ที่ใครๆก็อยากไปฮอลิเดย์ ขณะนี้ก็จะเต็มไปด้วยถุงพลาสติกที่ผู้คนยุคบริโภคนิยมพากันทิ้งลงพื้นทรายโดยไม่คิดหาที่กำจัดให้เป็นที่เป็นทาง ไม่รู้ว่าจะไปกำจัดที่ไหนนั้น ปรากฏว่า ยิ่งมีภาพที่ไม่น่าเกิดให้เกิดแล้ว เจ้าหนูลูกเล็กของนกอัลบาทรอสมีถุงพลาสติกติดปากเอาไม่ออก เพราะยังไม่รู้ว่า "ถุงพลาสติก" นี้คืออาหารของมันหรือไม่?

เรื่องนี้จะโทษใครไม่ได้ ต้องโทษอย่างเดียวคือความมักง่ายของมนุษย์ที่ไม่มีวินัยในการจะทิ้งข้าวของที่เป็นขยะออกไปให้พ้นตน โดยไม่คำนึงว่ามันจะส่งผลไปได้ไกลเพียงใดจากตัวเรา รวมทั้งเรื่องที่กำลังนำมาเล่าให้ฟังนี้ คือการทิ้งขยะกำลังก่อปัญหากับนิเวศของนกอัลบาทรอส

รายงานจากพนักงานดูแลป่าและสัตว์ป่า จะพบว่าเขาต้องทำหน้าที่เขี่ยเน็ตที่มนุษย์ใช้ใส่ผลไม้ราคาแพง ซึ่งตอนนี้หมีเก็บเอาไปคาบ และอาจใช้เก็บลูกนัตที่มันจะเก็บเอาไว้กิน รวมความแล้วสิ่งที่ทำจากพลาสติกไม่ว่ารูปแบบใด จะทำให้สัตว์ต่างๆเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ก่อนมันจะตุหรัดตุเหร่แพร่กระจายต่อลงไปถึงใน "น้ำ" นั่นคือ ลำคลอง และมหาสมุทรของโลก

บทสรุปการศึกษาแค่ที่เกาะมิดเวย์บ่งบอกว่า "พลาสติก" เข้าไปเป็นปัญหากับสัตว์ทะเลแล้วในรูปแบบต่างๆที่มนุษย์อาจจะมองไปไม่ลึกและไม่ถึง

จอน อามอส เคยกล่าวไว้แต่ก่อนว่า งานวิจัยมหาสมุทรอีกเรื่องหนึ่งว่า มีการประเมินคร่าวๆว่า มีของเหลือที่มนุษย์นำไปทิ้งขว้างอย่างขาดความสำนึกถึงปัญหาข้างหน้านั้น สุดท้ายก็ไปจบลงที่ในทะเลและมหาสมุทรให้เป็นปัญหา มีปริมาณไม่น้อยกว่า ๘ ล้านตันทุกปี

น่าประหลาดที่เรามีความพิสมัย "พลาสติก" มาก เพราะมีคุณลักษณะที่เหมาะจะเป็นวัสดุหีบห่อ เพราะมันค่อนข้างคงทนและขณะเดียวกันก็นุ่มนวลเมื่ออยู่ในน้ำ

ถุงพลาสติกเป็นสิ่งที่แสดงปัญหาชัดเจน และความที่มันขาวใส จึงทำให้แลเห็นได้ยากด้วยตาเปล่า จึงคิดได้อีกแง่หนึ่งว่า สามารถสร้างปัญหาจากคุณสมบัติที่ว่าเหล่านี้ และต่อมามันค่อยถูกย่อยสลายเป็นชิ้นเล็ก ยังก่อเหตุต่อไปอีกเพราะมันอาจเข้าไปยุ่งกับการย่อยสลายเมื่อมันตกเข้าไปอยู่ในกระเพาะของสัตว์ทะเลประเภทต่างๆที่หลงกลืนกินเข้าไปเพราะคิดว่าเป็นอาหาร!

ยิ่งกว่านั้น สิ่งที่พบได้ในการศึกษาวิจัยยังพบว่า เศษย่อยสลายของพลาสติกยังไปปะปนกันกับ "แพลงตอน" ที่เป็นอาหารของสัตว์ทะเลในมหาสมุทรเสียเลย การแพร่กระจายของพลาสติกในรูปกึ่งย่อยสลายยังสร้างปัญหาต่อไปในชั้นจักรวงศ์ของ "สิ่งมีชีวิต" ในทะเลอีกหลายชั้น และในที่สุดอาจย้อนกลับมาเป็นปัญหาที่เข้าสู่ "อาหารทะเล" ที่มาขึ้นโต๊ะให้มนุษย์กินอีกรอบหนึ่ง ซึ่งในศัพท์ที่ใช้ในการวิจัยนี้เรียกว่า Web of ocean feeding หรือวงใยของอาหารในมหาสมุทร

ทั้งหมดที่กล่าวมาในบทความนี้ พยายามสรุปให้เห็นว่า แม้จะมีการรณรงค์ให้ใช้ถุงผ้าแทน แต่การที่พลาสติกแพร่กระจายไปแล้วและเริ่มมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมในหลายรูปแบบ ปัญหาเหล่านี้ยังไม่ถูกแก้ไข คงจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นต่อไปให้เราได้แก้กันอีกหลายทศวรรษแน่นอน

 

ข้อมูล : ข่าวและภาพ จากอินเทอร์เน็ต บีบีซี