ก่อนโลกาวินาศ

คิดเห็นประเด็นข่าว

เมื่อพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสห้ามมารและทรงปลงสังขาร ณ ปาวาลเจดีย์ โดยตรัสกับพญามารว่า ดูก่อน มารผู้มีใจบาป ท่านคงมีความขวนขวายน้อยอยู่เถิด ความปรินิพพานของตถาคตจักมีในไม่ช้านี้ นับแต่นี้ไปอีก 3 เดือน ตถาคตจะปรินิพพาน พลันได้เกิดแผ่นดินไหว ทั้งกลองทิพย์ก็บันลือลั่นในอากาศ พระอานนท์บังเกิดความพิศวงในบุพนิมิต จึงออกจากร่มไม้ไปเฝ้าพระพุทธองค์เพื่อทูลถามถึงเหตุที่ทำให้เกิดอัศจรรย์นี้ พระผู้มีพระภาคตรัสถึงเหคุที่ทำให้แผ่นดินไหวมีอยู่ 8 ประการคือ ลมกำเริบ ท่านผู้มีฤทธิ์บันดาล พระบรมโพธิสัตว์จุติลงสู่พระครรภ์พระพุทธมารดา พระบรมโพธิสัตว์ประสูคิ พระบรมโพธิสัตว์ตรัสรู้อนุตรสัมโพธิญาณ พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธัมมจักกัปปวัตนสูตร พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าปลงอายุสังขาร และพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระอานนท์ว่า บัดนี้ตถาคตได้ปลงอายุสังขารแล้ว ต่อแต่นี้ไปอีก 3 เดือนพระองค์จะปรินิพพาน ด้วยเหตุนี้จึงเกิดอัศจรรย์แผ่นดินไหว....มีรับสั่งว่า บัดนี้พญามารได้ทูลอาราธนาให้ตถาคตดับขันธปรินิพพานแล้ว บัดนี้ตถาคตได้สละแล้ว คายแล้ว ปล่อยแล้ว วางแล้ว จะนำสิ่งนั้นกลับมาอีกด้วยเหตุใด

อาร์เธอร์ บรุตเตอร์ กับ ไอโด บรูโน นักออกแบบจากสถาบันศิลปะและการออกแบบเบซาลเลล นครเยรูซาเลม ประเทศอิสราเอล รู้ดีว่า แผ่นดินไหวไม่ได้ทำให้คนเสียชีวิตมากสักเท่าไหร่ แต่อาคารบ้านเรือนที่พังทลายลงมาทับต่างหากที่เป็นเหตุคร่าชีวิตคนจำนวนมาก ดังนั้นถ้าหากผู้คนที่อยู่ในพื้นที่แผ่นดินไหวรุนแรง สามารถมีสิ่งป้องกันซากสิ่งปลูกสร้างตกลงมาทับตัวเองได้ก็เท่ากับรอดชีวิตไปได้ในระดับหนึ่ง

สมมติฐานเช่นนี้จึงกลายเป็นที่มาของการคิดค้นและออกแบบโต๊ะที่ดูธรรมดาๆมากตัวหนึ่ง แต่ที่จริงเป็นโต๊ะเพื่อป้องกันภัยแผ่นดินไหวได้ ทั้งคู่ใช้เวลา 2 ปีครึ่งคิด ออกแบบ ทดลองแล้วทดสอบจนแน่ใจว่าโต๊ะตัวนี้จะทำให้วัตถุประสงค์ที่วางไว้ประสบความสำเร็จ ผู้ใช้สามารถเข้าไปหลบใต้โต๊ะเพื่อเอาชีวิตรอดจากแผ่นดินไหวรุนแรง หรือหากมีหลายตัวก็สามารถนำมาเรียงต่อกันกลายเป็นอุโมงค์ทางออกฉุกเฉินได้อีกต่างหาก ความสำเร็จในการรองรับน้ำหนักของโต๊ะตัวนี้เกิดขึ้นจากการผสมผสานระหว่างโครงสร้างและวัสดุที่ใช้ผลิตซึ่งนอกจากจะดูดซับแรงได้ดีแล้วยังสามารถถ่ายโอนแรงกระทำต่อมันออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นหากเพดานคอตกรีตทั้งเพดานถล่มลงมา มีการคำนวณว่าน้ำหนักที่ถล่มทับลงบนโต๊ะจะอยู่ราว 350 กิโลกรัม โต๊ะที่ผลิตขึ้นใหม่นี้สามารถรองรับน้ำหนักในการทดสอบได้สูงสุดถึง 1,000 กิโลกรัมหรือ 1 ตันเลยทีเดียว

ในช่วงไม่ถึง 10 ปีมานี้ มีเหตุภัยพิบัติร้ายแรงจากธรรมชาติเกิดขึ้นกับประเทศไทยอย่างไม่เคยมีมาก่อนหลายครั้ง นับตั้งแต่สึนามิในปี พ.ศ.2547 ที่ไม่เคยมีใครคาดคิดว่าชีวิตนี้จะได้เห็นคลื่นยักษ์สูง 10-20 เมตรโถมกระหน่ำจังหวัดชายทะเลอันดามัน มีคนตายและสูญหายเกือบ 8,000 ราย บ้านเรือน รีสอร์ต สิ่งปลูกสร้างถูกกวาดราบเป็นหน้ากลอง

ก่อนเกิดเหตุมีนักวิชาการออกมาเตือนเรื่องคลื่นยักษ์ แต่ความที่ไม่เคยเจอคนส่วนใหญ่จึงฟังผ่านหู ไม่เชื่อว่าจะมีภาพเช่นนั้นเกิดขึ้นบนผืนแผ่นดินไทย

ไม่ต่างอะไรกับมหาอุทกภัยเมื่อปีกลาย ที่คนไทยต้องระทมทุกข์กับมวลน้ำก้อนมหึมาเปรียบได้กับเขื่อนยักษ์ 2 เขื่อนแตกเคลื่อนเข้าท่วมจังหวัดต่างๆที่ขวางทางน้ำ ค่อยๆคืบคลานกลืนกิน ไม่เว้นแม้แต่กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศยังตกอยู่ในสภาพเมืองบาดาลถึง 2 เดือน

มีการจัดตั้งศูนย์ ศปภ.ขึ้นมาแก้ไข ระดมผู้เชี่ยวชาญ ทุกหน่วยงานเข้ามาร่วมมือกันอย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย แม้แต่พลังจิตอาสาของประชาชน บทสรุปของเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาไม่นานก็ยุติลงเพียงแค่เป็นปรากฏการณ์ของฝนที่ตกหนักจนทำให้ปริมาณน้ำมากอย่างไม่เคยมีมาก่อน แล้วก็เตรียมเงินก้อนยักษ์หลายแสนล้านบาทเพื่อเรียกความเชื่อมั่นศรัทธาว่า คราวนี้ถ้าน้ำมาคงเอาอยู่

ผ่านมาราวครึ่งปี บ้านเรือนที่อยู่ในเขตประกาศภัยพิบัติร้ายแรงของ กทม.น้ำท่วมสูง 2 เมตรเป็นเวลา 2เดือน ข้าวของเสียหายยังไม่ได้รับการเยียวยาเงิน 20,000 บาท ทั้งที่รัฐบาลยืนยันอนุมัติงบประมาณไปนานแล้ว

มาถึงปีมังกรน้ำ 2555 กระบวนการวางแผนป้องกันน้ำท่วมยังไม่คืบหน้า เพราะเต็มไปด้วยคณะกรรมการวางแผน แต่คนปฏิบัติยังมะงุมมะงาหราทั้งที่ยืนยันว่า พฤษภาคม ต้องเห็นความเป็นรูปธรรม

เมื่อวันที่ 11 เมษายน แผ่นดินไหว 8.6 ริคเตอร์ใต้ทะเลที่สุมาตรา สั่นเสทือนมาถึงไทยจนแตกตื่นกันอลหม่าน มีคำประกาศเตือนอพยพหนีสึนามิ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรต้องออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการณ์เฉพาะกิจ เดชะบุญที่พระสยามเทวาธิราชยังปกป้องไม่มีเหตุร้ายอย่างที่ตื่นกลัวกันไป กระนั้นแผ่นดินไหวก็ยังเขย่าขวัญคนภูเก็ตอีกหลายระลอก และทำให้เกิดข้อมูลใหม่ที่นักธรณีวิทยาไทยต้องกลับมาทบทวนทฤษฎีเดิมที่เคยมองโลกในแง่ดีว่า ประเทศไทยไม่ได้ตั้งอยู่ในเขต ริงออฟไฟร์ หรือ วงแหวนไฟ จึงไม่ต้องห่วงเกี่ยวกับแผ่นดินไหว เพราะนับเป็นครั้งแรกที่พบว่า แผ่นดินไหวที่ภูเก็ตครั้งล่าสุดเกิดจากรอยเลื่อนในประเทศไทยเอง

นักวิชาการเริ่มกลับมามอง 14 รอยเลื่อนที่ยังมีพลังในประเทศไทย แสดงความห่วงใยเขื่อนบางเขื่อนซึ่งสร้างอยู่บนรอยเลื่อนพอดี และห่วงไปไกลถึงอาคารสูงในกรุงเทพมหานคร ซึ่งลำพังอัคคีภัยก็ยังไม่แน่ใจจะเอาอยู่

เริ่มมีเสียงเตือนที่เข้มข้นและแรงขึ้นเป็นลำดับว่า ภัยพิบัติจากธรรมชาติที่โลกสำแดงให้เห็นนับวันจะรุนแรงและไม่ปกติมากขึ้น ยังไม่นับรวมพายุฤดูร้อนที่ปี 2555 มีความน่าสะพรึงกลัวไม่น้อย

ซึ่งทุกอย่างมีเหตุมีผลอธิบายได้ในเชิงวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้นว่า เมื่อมนุษย์ทำลายและตักตวงผลประโยชน์จากธรรมชาติโดยไม่คิดถึงหายนะ มนุษย์ก็ต้องตั้งหน้ารับกรรมที่ตนเองเป็นผู้ก่อขึ้นเช่นกัน

ในบรรดาภัยพิบัติจากธรรมชาติ ธรณีพิโรธ ภัยจากแผ่นดินไหวนับเป็นภัยที่ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วชั่วพริบตา ใช้เวลา 30 วินาที ก็สามารถสร้างความเสียหายมหาศาล ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ยิ่งสำหรับในประเทศที่ไม่เคยเตรียมการซ้อมอพยพหนีภัย ไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าจะต้องทำตัวเช่นไรในขณะเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ความหายนะจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าทวีคูณ

 

พระบรมศาสดาประทานปัจฉิมโอวาทเป็นวาระสุท้ายว่า "ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ เราขอเตือนเธอทั้งหลาย สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงยังประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน ให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด"

เอวัง..ก็มีด้วยประการฉะนี้