"ชามไก่"

เล่าเรื่องราวเซรามิคแห่งลำปาง
สถานีศูนย์วัฒนธรรม
ช่างภาพ: 

"ชามไก่" ชามสไตล์จีนที่นิยมใช้กันแพร่หลาย ถือกำเนิดขึ้นในประเทศจีนเมื่อหลายร้อยปีก่อน ได้ถูกเผยแพร่มายังประเทศไทย และเดินทางมาสู่จังหวัด "ลำปาง" พร้อมลงหลักปักฐานกลายเป็นแหล่งผลิตชามไก่ที่สำคัญ เนื่องจาก "แร่ดินขาว" ที่พบในพื้นที่เหมาะสมต่อการทำเซรามิคชนิดนี้ จนได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ให้ "ชามไก่" เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัดลำปาง

"โรงงานธนบดีสกุล" เป็นโรงงานชามไก่ที่มีชื่อเสียงที่สุด พนาสิน ธนบดีสกุล ทายาทรุ่นที่ ๒ เล่าถึงประวัติความเป็นมาของเซรามิคมีชื่อแห่งลำปางนี้ว่า

"เริ่มจาก อาปาอี้ (ซิมหยู) แซ่ฉิน เป็นชาวจีนที่อพยพมาเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๘ ได้ค้นพบแร่ดินขาวครั้งแรกที่ บ้านปางค่า อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นแหล่งแร่ดินขาวที่คุณภาพดีที่สุดในประเทศไทย จึงชักชวนเพื่อนชาวจีนมาก่อตั้งโรงงานเซรามิคที่จังหวัดลำปางด้วยกัน ชื่อโรงงานร่วมสามัคคี ผลิตชามไก่แบบดั้งเดิมที่เคยผลิตในประเทศจีนส่งขายไปทั่วประเทศ ชามไก่รุ่นนั้นขายดิบขายดี จนทำให้เกิดโรงงานใหม่ๆ ขึ้นมากมาย แล้วกลายมาเป็นขายตัดราคากันเอง ประกอบกับเริ่มมีเซรามิคแบบสวยงามนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้ชามไก่จากลำปางที่พรรคพวกได้ร่วมก่อตั้งกันมามีอายุได้เพียง ๕ ปี หุ้นส่วนก็แยกย้ายกันไปตั้งโรงงานของตนเอง ส่วนอาปาอี้มาตั้งโรงงานด้วยเช่นกัน ชื่อว่า โรงงานธนบดีสกุล ผลิตเซรามิคประเภทถ้วยน้ำจิ้ม ถ้วยขนม

จากนั้น พอผมได้เข้ามาสานต่องานเซรามิคของครอบครัว เราอยากที่จะปลุกชีวิตให้ชามไก่ขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อเป็นการรักษาประวัติศาสตร์ของครอบครัว ตอนนั้นไม่น่าเชื่อว่าชามไก่จะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก อาจจะเพราะความรู้สึกถวิลหาของผู้คน ทำให้ชามไก่ของเราขายดีจนผลิตไม่ทัน ช่วงนั้นประเทศไทยเกิดวิกฤติเศรษฐกิจจนส่งผลให้โรงงานเซรามิคทั่วไปย่ำแย่ แต่โรงงานของเรากลับขายได้ดีสวนกระแส ที่อื่นเห็นว่าเราขายดีก็หันมาทำชามไก่ขายบ้าง เลยทำให้ชามไก่กลายเป็นสินค้าสัญลักษณ์ของเซรามิคลำปางไป"

จุดเด่นของชามไก่ของธนบดีนั้นอยู่ที่ยังคงรักษารูปแบบและกรรมวิธีการผลิตตามแบบต้นฉบับโบราณ

"ในการผลิตสมัยก่อนจะไม่มีไฟฟ้า ทุกขั้นตอนทำขึ้นด้วยมือทั้งสิ้น คุณภาพของชามที่ได้ก็ไม่ค่อยสม่ำเสมอ แต่ปัจจุบันคุณภาพจะดีกว่าแต่ก่อนมาก เพราะว่าผลิตด้วยเครื่องจักร วัตถุดิบหลักที่ใช้ตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้ คือ ดินขาวล้างของอำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง สมัยก่อนใช้น้ำเคลือบจากขี้เถ้าแกลบ แต่ตอนนี้ใช้เป็นแร่หินฟันม้าและควอทซ์โดยหลัก ส่วนการเขียนลายจะแตกต่างกันไปแล้วแต่ช่างวาดของแต่ละโรงงาน"

กรรมวิธีการผลิตเริ่มจากขึ้นรูปทรงของตามแบบฉบับที่ถูกต้อง คือ ต้องมีแปดเหลี่ยมและต้องมีขาสูง เผาดินที่อุณหภูมิ ๑,๒๖๐ องศาเซลเซียส ซึ่งทำให้เนื้อดินมีความขาวเคลือบมันวาวและแกร่งมากกว่าชามทั่วไปที่เผาอุณหภูมิต่ำกว่า เมื่อเคาะลงไปที่ชามจะมีเสียงดังกังวาน เขียนลายไก่ ดอกไม้ และต้นกล้วยตามรูปแบบโบราณด้วยสีปลอดสารพิษ แล้วนำไปเผาสีที่อุณหภูมิ ๗๕๐ องศาเซลเซียส ทำให้สีสดใสและติดคงทนไม่ซีดจาง

ด้วยปณิธานที่ต้องการจะรักษาประวัติศาสตร์ของชามไก่ พนาสิน ธนบดีสกุล ยังได้จัดสร้างพิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติชามไก่ของจังหวัดลำปาง และเซรามิคสมัยใหม่ด้วย

"พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดีก่อตั้งเมื่อปลายปี ๒๕๕๕ ในช่วงที่เศรษฐกิจและธุรกิจเซรามิคตกต่ำมากที่สุดจากปัญหาต้นทุนค่าแรงและพลังงานสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด อีกทั้งตลาดโลกมีแนวโน้มถดถอย จึงมีความคิดว่าน่าจะต้องทำการรักษาประวัติศาสตร์ของครอบครับก่อนที่จะล่มสลายหายไป โดยวัตถุประสงค์หลัก คือ ๑.เพื่อเทิดเกียรติแก่อาปาอี้ ต้นกำเนิดเซรามิคในเครือธนบดี และผู้ให้กำเนิดเซรามิคเมืองลำปาง ๒.เพื่อเป็นการสนับสนุนชื่อเสียงของบริษัทในเครือให้ประจักษ์ต่อผู้ร่วมธุรกิจและสังคม ๓.เพื่อให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์เซรามิคของนักเรียน นักศึกษา ๔.เพื่อสร้างให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดลำปาง ให้สมกับเป็นเมืองเซรามิคของประเทศไทย โรงงานของเราเป็นผู้เก็บรักษาเตามังกร ซึ่งถือเป็นเตาเผาโบราณที่อายุมากที่สุดของจังหวัดลำปาง และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานจากกรมศิลปากร"

ในฐานะของผู้สืบทอดองค์ความรู้การทำเซรามิคของบรรพบุรุษ พร้อมกับการค้นพบแร่ดินขาว พนาสินมองคุณค่าของชามไก่ หรืองานเซรามิคสัญลักษณ์ของจังหวัดลำปางว่า เป็นดั่งการส่งต่อเรื่องราว รวมทั้งประสบการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความทุกข์ยากลำบากหรือความสุข ไปสู่อนุชนรุ่นหลัง

"ชามไก่ถือว่าเป็นตัวแทนของความรู้สึกผูกพันต่อวิถีชีวิตของคนรุ่นหนึ่งที่ต่อสู้กับความลำบากและมีจิตใจเป็นนักสู้ หรือที่เรียกว่าเป็นคนยุค Baby Boomer ที่เกิดมาช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ที่จะคุ้นชินกับการใช้ชามไก่ในชีวิตประจำวัน เมื่อชามไก่หายไปจากสังคมไทยกว่า ๔๐ ปี แล้วถูกปลุกชีวิตขึ้นมาอีกครั้งจึงกลายเป็นชามที่มีชีวิต สามารถบอกเล่าถึงความเป็นมาและวิถีชีวิตของผู้คนร่วมสมัยให้เห็นถึงความลำบากความเป็นนักสู้และความสุขในวัยเยาว์ ส่งต่อให้กับคนรุ่นลูกและหลานต่อๆ กันไป"

นอกจากอนุรักษ์ชามไก่แล้ว ทายาทรุ่นที่ ๒ คนนี้ ยังเพิ่มการผลิตสินค้าประเภทของตกแต่งบ้าน โดยใช้ดินขาวซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดลำปาง ภายใต้ชื่อบริษัท บริษัทธนบดีอาร์ตเซรามิค และบริษัทธนบดีเดคอร์เซรามิค จำกัด

"เซรามิคที่พัฒนาขึ้นใหม่ในยุคที่ ๒ เป็นสินค้าแนวดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ประเภทของใช้ของตกแต่งบ้าน ซึ่งมีแรงบันดาลใจจากธรรมชาติรอบตัว ตัวอย่างเช่น แจกันที่เลียนแบบลายไม้ธรรมชาติซึ่งได้รับความนิยมมากที่สุด ของที่ระลึก เช่น แจกัน กระปุกออมสิน กระดิ่งลม ภายใต้ตราสินค้าช้างเผือก และชุดหมู่บูชา ได้แก่ กระถางธูป เชิงเทียน แจกันถวายดอกไม้ เป็นต้น เป็นการพัฒนาแยกกันไปจากชามไก่ เพราะว่ามีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่แตกต่างกัน

ก้าวต่อไปของเรา ผมมีความตั้งใจที่จะนำดินขาวมาพัฒนาไปสู่สินค้ารูปแบบอื่น นอกเหนือจากสินค้าเซรามิค คือ ผมมองว่านอกจากการรักษาและพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาและมรดกทางวัฒนธรรมไว้ให้ดีแล้ว การพัฒนาสินค้าใหม่ในแนวนวัตกรรมถือว่าเป็นสิ่งสำคัญด้วยเช่นกัน คือต้องทำให้น้อย แต่ได้มาก มีมูลค่าเพิ่มสูง และมีคุณค่าในเชิงทรัพย์สินทางปัญญา ตัวอย่างเช่น จากดินขาวที่ไว้ใช้เพื่อปั้นเป็นเซรามิค หรือของใช้ของตกแต่งธรรมดา ไปสู่ดินที่สามารถใช้แก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวัน และดินขาวเพื่อผลิตภัณฑ์ทางด้านความงาม ซึ่งเรากำลังทำการวิจัยดินขาวลำปางเพื่อเครื่องสำอางอยู่ ถือเป็นการต่อยอดจากการค้นพบแร่ดินขาวของต้นตระกูลของเราครับ"

ด้วยใจที่รู้คุณภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ก่อเกิดเป็นความตั้งใจที่จะอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ พร้อมทั้งพัฒนาสินค้าใหม่เพื่ออนาคตควบคู่กัน ทำให้วันนี้พนาสินสามารถพา "ชามไก่" และ "ยี่ห้อธนบดี" ก้าวสู่การเป็นที่รู้จักทั้งในระดับประเทศและสากล