ครีม-นภัสสร เอี่ยมเจริญ สาวน้อยสดใส แจ้งเกิดบทเจ้าน้ำตาใน "คนละโลก"

ศิลปบันเทิง
ช่างภาพ: 

"คนละโลก" บทประพันธ์ของนักเขียนชั้นครู ม.มธุการี ถูกสร้างเป็นละครมาแล้วหลายครั้ง ด้วยเรื่องราวและคติสอนใจเกี่ยวกับความรวย ความจน ความดี และความชั่ว ซึ่งทันยุคทันสมัยอยู่เสมอ โดยครั้งล่าสุด คนละโลกในรูปแบบละครโทรทัศน์ยังคงเข้มข้นเหมือนทุกครั้ง และยังแจ้งเกิดสาวน้อยนักศึกษาแพทย์แสนสดใสอย่าง "นภัสสร เอี่ยมเจริญ หรือ ครีม" ในบท "บุษย์" สาวน้อยน่าสงสารที่เอาชนะใจคนดูได้อยู่หมัด

ครีมเล่าจุดเริ่มต้นของการได้เป็น "บุษย์" ว่ามาจากการที่ทีมงานของละครมองว่าครีมมีหน้าตาที่ "น่าสงสาร"

"ก็มีอยู่วันหนึ่งค่ะ พี่ตุ๊ก (ทีมงานผู้จัดละคร) โทร.มาแล้วบอกว่า สวัสดีค่ะ พี่ชื่อพี่ตุ๊กนะคะ พี่กำลังจะทำละครเรื่องหนึ่ง เป็นละครดราม่าที่เป็นละครรีเมค ละครน่าเล่นมากเลย พี่อยากให้หนูมารับบทเป็นบุษย์หน่อยได้ไหมคะ เดี๋ยวพี่จะส่งบทให้ แต่ว่าเรื่องมันก็จะเป็นประมาณว่าแนวดราม่า บทน่าเล่นมากเป็น ต้นเหตุของเรื่อง ครีมก็ถามว่าครีมเล่นกับใครคะ พี่ตุ๊กก็บอกว่าไม่รู้ค่ะ พี่วา'หนูคนแรกเลยค่ะ พี่วางน้องครีมคนแรกเลยในเรื่อง เขาบอกว่าหนูดูน่าสงสารมากเลยค่ะ ตอนดูในทีวี หนูน่าจะเล่นเหมาะ ก็เลยได้บทมา มันเป็นบทที่ท้าทายแล้วก็ทำให้เราพัฒนาได้มากแล้วน่าเล่นมากก็เลยโอ.เค. แล้วก็คุยกันว่าครีมมีคิวแบบนี้นะ เพราะว่าครีมจะเปิดเทอมก็เลยโอ.เค."

ครีมเป็นสาวน้อยน่ารักที่มีผลงานในวงการตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ทั้งในภาพยนตร์เรื่อง เพื่อนไม่เก่า รักจัดหนัก จนมาถึงบทบาทในละครเรื่องซินเดอเรลล่ารองเท้าแตะ และคฤหาสน์บ้านทุ่ง ซึ่งออกอากาศทางช่อง ๗ แต่ทุกเรื่องบทที่ครีมได้รับ ล้วนเป็นความสดใสใกล้เคียงกับชีวิตจริง

"ครีมไม่เคยเล่นบทน่าสงสารเลยค่ะ ครีมเล่นบทลั้นลาตลอด ครีมคิดว่าพี่เขาอาจจะมองจากหน้าตาแล้วคิดว่าเราเล่นแล้วเราน่าจะน่าสงสาร"

บทบาทของ "บุศย์" ที่ครีมเล่น เป็นที่พูดถึงอย่างมาก อย่างที่อาจกล่าวได้ว่าบทน่าสงสารใน "คนละโลก" แจ้งเกิดครีมอย่างรวดเร็ว แต่กว่าจะเล่นออกมาได้น่าสงสาร ได้ใจคนดู ครีมบอกว่าการเป็นบุษย์นั้นไม่ง่ายเลย

"ทางค่ายให้ครีมเรียนแอ็คติ้งด้วยค่ะ เพราะว่าบทนี้มันยากมาก ครีมเล่นในกอง พี่ซี (ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์ นักแสดงนำในละคร) ก็พูดตลอดเลยว่า เฮ้ย น้องเจอบทแรกที่เป็นบทดราม่าที่หินที่สุด คือบทนี้ถ้าเล่นดีๆอาจจะได้รางวัลนะ เพราะว่ามันยากมากจริงๆ มันคือความลึกของตัวละครที่ไม่ได้เล่นแค่ร้องไห้ ดูแล้วก็ค่อนข้างเครียดนะ ตัวเองก็เครียด คาดหวังว่าอยากเล่นให้ดีด้วยค่ะ ซีนแรกที่ครีมเล่นคือยากเลย วันแรกมาถึงก็โดนพ่อของเราที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว ที่เราหนีเขามาตาม แล้วก็มีคนมาทวงหนี้ วันนั้นวันแรกจะเป็นวันที่เหนื่อยมาก เพราะว่าเป็นวันที่ล้มลุกคลุกคลาน กรีดร้อง ร้องไห้ โอ้ย สงสารพี่ พี่โดนกระทืบ วันนั้นเหนื่อยมาก เพราะว่าใช้พลังเยอะมาก แต่จริงๆเรื่องนี้ก็ใช้พลังทุกวัน บางทีผู้กำกับฯก็หันมาบอก ครีมร้องไห้นะ สมมุติว่ามี ๑๐ ซีน ก็ร้องไห้ไป ๘ ซีน"

บุศย์ในคนละโลก เป็นตัวละครที่มีหลากหลายมิติ ความอ่อนแอ ความเข้มแข็ง และมีพัฒนาการของตัวละครในเรื่องไม่แพ้ ทิเบต ตัวละครหลักในเรื่อง และจากการฝึกฝนเรียนรู้อย่างหนักเพื่อจะเป็นบุศย์ ครีมก็ผ่านการแสดงในฉากที่ยากที่สุดมาด้วยคำชมจากผู้ชม

"ในเรื่องนี้หนูว่ายากทุกซีนนะคะ แต่ซีนที่ยากที่สุด ก็จะเป็นซีนตรงสะพาน ซึ่งฉายไปแล้วในตอนที่ ๒ ที่คนพูดถึงเยอะ เราก็ดีใจมาก วันนั้นมาจากมหาวิทยาลัยเหนื่อยๆ อยู่บนสะพาน แล้วลมก็แรงมาก น้ำตาจะไหลก็ไหลไม่ได้ มันกับปลิวไปเลย คือลมแรงมากจริงๆ ลมแรงมาก รถก็เยอะมาก แล้วเราก็ต้องดราม่ามากๆ พี่ซีก็ต้องมาร้องไห้ด้วย พี่ซีก็พยายามมาช่วยตลอดเลย เราจะต้องรู้สึกแบบนี้นะ แต่พี่จะไม่เล่นให้ดูนะ เราต้องครีเอทเองนะ พี่เขาน่ารักมาก แล้วพอละครออกอากาศฟีดแบ็คก็ดีมากค่ะ เกินกว่าที่คาดหวัง เพราะว่าครีมตั้งใจทำมาก พอฉากนี้ออกมาทุกคนก็ชมว่าเล่นดี ทุกคนร้องไห้ตาม คือครีมคาดหวังว่าอยากให้คนที่ดูละครร้องไห้ตามครีมด้วย อยากให้รู้สึกด้วยเช่นกัน"

ครีมรู้จักการแสดงมากขึ้นผ่านบท "บุศย์" ด้วย

"บทนี้ให้บทเรียนครีมเยอะมากเลยนะ เพราะว่าดราม่ามันเล่นยากมากเลยนะ ให้ทางความเข้าใจในละครมากขึ้นว่าเราจะต้องเข้าใจตัวละครมากแค่ไหน เพราะบางทีเราเล่นบทลั้นลาเราเข้าใจมันอยู่แล้ว เพราะเราเป็นคนแบบนั้น แต่บางทีเวลาเข้าถึงบทบาทที่มันไม่ใช่ตัวเรามันทำให้ได้รู้ว่ามันต้องเข้าไปลึกแค่ไหน เข้าใจตัวละครตัวนั้นมากแค่ไหน อย่างตัวละครตัวนี้เป็นตัวละครที่ไม่เป็นครีมที่สุด แล้วมันก็ให้อะไรหลายๆอย่าง เพราะทั้งเรียนทั้งละครต้องทำในเวลาเดียวกัน มันทำให้ครีมได้รู้จักการจัดเวลาได้ดีขึ้นอีก เมื่อก่อนก็มีการจัดเวลาอยู่แล้ว แต่ว่าเราก็จะเลือกให้ตารางเรารวมอยู่เสมอ แต่ตอนนี้ตารางแน่นมาก ครีมต้องถือหนังสือในกองตลอด เลิกกองสี่ทุ่มก็ต้องกลับมาอ่านหนังสือถึงตีหนึ่ง ขับรถไปก็ฟังเลกเชอร์ไปด้วย ยัดเวลาทุกอย่างอยู่ใน ๑ วัน ๒๔ ชั่วโมง ใช้อย่างมีประโยชน์สูงสุด

แล้วก็ได้รู้จักคนใหม่ๆ แล้วก็ได้รู้จักนักแสดงที่มีคุณภาพมาก บางทีเราเล่นคอมเมดี้ แล้วพอเรามาเล่นแบบนี้ มันทำให้เราเห็นนักแสดงที่เขามีความสามารถมาก อย่างเช่นพี่ต้อม (รชนีกร พันธุ์มณี) ผู้กำกับฯบอกห้าสี่สามสอง พี่ต้อมน้ำตาร่วง มีถามผู้กำกับฯว่ากล้องอยู่ด้านไหน กล้องอยู่ด้านซ้ายใช่ไหม น้ำตาก็ไหลจากด้านซ้าย ทำได้ยังไง เก่งมากเลย ก็รู้สึกว่าได้เจอแต่คนเก่งๆ"

แม้จะขึ้นชื่อแล้วว่าเป็นนักแสดงดาวรุ่ง แต่ก็ยังมีอีกหลายบทบาทด้วยความสามารถหลากหลายที่อยู่ในตัวสาวน้อยคนนี้ ทั้งการเป็นนักร้อง และการเป็นแพทย์ ทำให้ไม่อาจเห็นภาพชัดนักว่าเธอจะเลือกเดินไปในเส้นทางไหน

"เมื่อก่อนอยากเป็นนักร้องนะคะ ตอนเด็กๆได้เป็นนักร้องที่โรงเรียน วันๆไม่เรียนเลยเล่นบาสกับซ้อมดนตรีสองอย่าง จริงๆตอนเด็กๆอยากเป็นนักร้อง แต่พอย้ายจากบดินทร์ฯมาเตรียมฯก็ไม่ได้ร้องเพลงแล้ว มาเป็นดรัมเมเยอร์แล้วก็เข้าวงการแทน ตอนแรกครีมก็ตัดสินใจอยู่ว่าจะเรียนอะไรดี เอ็นทร้านซ์อะไรดี ก็อยากมาสายนี้เหมือนกันแต่พอเราได้เข้ามาสัมผัสพ่อก็บอกว่าเราก็ลองดูทั้งได้ประสบการณ์บางสิ่งบางอย่าง เป็นสิ่งที่คนอื่นอยากได้ก็ไม่สามารถได้มา เพราะฉะนั้นเราก็ต้องสามารถคว้าอะไรที่เข้ามาไว้ก่อน ถ้าเราชอบก็เล่น ถ้าชอบมากก็เล่นให้ดีมาก ถ้าสมมุติว่าไม่ชอบก็ค่อยออกมา อย่างน้อยๆมันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราได้เรียนรู้

พอครีมเข้ามาอยู่ในนี้ ครีมก็รู้สึกว่าวงการนี้เป็นวงการที่ยากมาก เพราะคนมันเยอะ แล้วทุกคนก็ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างเก่ง เก่งกันคนละด้าน ถ้าครีมต้องเข้าไปอยู่ในนี้แล้วครีมต้องไปทะเลาะกับคนอื่นครีมก็คิดว่ามันยากเกินไปสำหรับครีม ครีมขออยู่อย่างสันโดษแบบเป็นหมอดีกว่า ครีมเรียนทางหมอ เพราะพอดีที่บ้านเป็นคลินิกศัลยกรรมผิวหนัง ก็เลยรู้สึกว่าทางนี้มันเป็นทางที่เข้ากับเราดีนะ เพราะในอนาคตก็คงทำเหมือนกับพ่อแม่นั่นแหละ ครีมก็ชอบด้วย ทำแล้วก็รู้สึกว่ามีความสุข"

ครีมเลือกทางเดินชีวิตหนึ่งด้วยการเรียนหมอ ขณะเดียวกันสาวน้อยคนนี้ก็ยังคงมีผลงานในวงการบันเทิง และเริ่ม "รัก" วงการบันเทิงแล้ว

"ตอนนี้ก็ครีมรู้สึกว่าครีมรักวงการบันเทิงมากขึ้นนะคะ รู้สึกว่าลึกซึ้งดี แต่อย่างไรก็ตามยังคงเอาเรียนไว้ก่อน เพราะว่าเรียนจบแล้วก็มาทำงาน แต่ถ้าเรียนไม่จบอาจจะต้องกลับไปเรียนใหม่ ซึ่งเหนื่อยมากเลยไม่เอาแล้ว ๓-๔ ปีที่ผ่านมานี้คือเหนื่อยมาก ตอนนี้ก็ขอเรียนก่อนแล้วกัน แต่ต้องสารภาพเลยว่าละครเรื่องนี้ทำให้รักการแสดงมากขึ้นเยอะเลยค่ะ"

"คนละโลก" พัฒนาครีมด้านการแสดง ขณะเดียวกันบทบาทการเป็นนักแสดง ก็ได้พัฒนาครีมด้วยเช่นกัน

"นอกจากการแบ่งเวลาแล้วเราก็ต้องรู้จักการจัดการกับอารมณ์ เพราะบางทีเราเครียดจากเรื่องหนึ่ง แต่อีกเรื่องหนึ่งเราต้องไม่เครียด บางคนเครียดแล้วก็คิดว่าเราจะทำยังไงดี การที่เป็นแบบนี้มันทำให้เรารวนไปทั้งวัน สิ่งที่ต้องทำคือ เครียดใช่ไหม แก้ปัญหาได้ไหม ถ้าแก้ไม่ได้ก็อยู่ด้วยกันก่อน แต่ถ้าแก้ได้ก็ควรหยุดเครียด มันคือการที่เราต้องรู้จักจัดการอารมณ์ของเรา เพราะว่าคนอื่นเขาไม่รู้นี่ว่าครีมเครียดกับเรียนหรือเปล่า ต้องจัดการอารมณ์ความเครียดเวลาแล้วก็ต้องมีสมาธิมากๆค่ะ"

บทบาทต่อไป ที่ครีมคิดไว้ว่าอยากลองเล่นคือ "บู๊"

"จริงๆครีมเป็นคนโลดโผนมากเลยนะคะ ถ้าเล่นบู๊ก็คงน่าจะสนุกแต่ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่า แต่บทดราม่าก็ยังอยากเล่นอยู่ ก็ยังชอบอยู่เล่นแล้วก็รู้สึกว่ามีความสุขไปด้วยค่ะ"

ปัจจุบัน ครีมทุ่มเทให้กับการเป็นนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ ๓ วิทยาลัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตอย่างเต็มที่ ทำให้สามารถรับงานในวงการบันเทิงได้เพียงบางช่วง หากบทบาทของ "บุศย์" ที่สร้างความประทับใจให้ผู้ชมละคร และบทบาทการเป็นครีมที่น่ารักสดใส จะเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนรอบข้างคิดถึง และรอผลงานของเธออยู่เสมอ