ลมหายใจแห่งดวงดาว (เข็มพลอย)

ชวนอ่านวรรณกรรม

"...นับแต่นี้ เขาจะมีชีวิตอย่างมนุษย์ทั่วไป

เกิด แก่ เจ็บ และตาย

เพื่อแลกกับความรักและคลอดิอุส..."

"แอสเตรีย่า เทวีแห่งดวงดาวจงฟัง! ข้ายินดีแลกความสุขในชีวิตเพื่อความรัก ข้ามอบความเบิกบานทั้งหมดให้แก่ดวงตาของเทวี เพื่อจะได้ระยิบหยันมนุษย์ แต่จงมอบชีวิตอมตะให้ข้า เพื่อที่ข้าจะได้รอคอยคนรักตราบชั่วนิรันดร์ และวันใดที่ข้าสมปรารถนากับคลอดิอุส ข้าจะคืนสัญญาให้เทวีทันที"

แสงสุกสว่างสายหนึ่งวูบออกมาจากกลีบฟ้า แหวกม่านหมอกลงสู่พื้นโลก แล้วพุ่งมาที่ระเบียงใหญ่บนเนินอาเวนตินีอย่างรวดเร็ว เสียงกัมปนาทก้องอยู่ในโสตประสาท มาร์คัสพยายามยืนขึ้น แต่แสงสว่างจ้ากระทบตาจนพร่าพราย ทว่า...ก่อนจะหมดสติไป เขาก็ได้พบภาพเทวีเจิดจรัสปรากฏอยู่ตรงหน้า งดงามเกินกว่าสตรีนางใดบนปฐพี

และนับแต่นาทีนั้นเป็นต้นมา "นายพล มาร์คัส เอสคิลินี" ก็มีชีวิตอันเป็นนิรันดร์...

ย้อนเวลาไปพันกว่าปี ยุคสมัยที่โรมรุ่งเรืองและเป็นช่วงเวลาของการบูชาเทพเจ้าแห่งดาวทุกดวง ตั้งแต่เกิดจนตาย โรมปกครองด้วยระบอบขุนนางในสภา โดยมีกองทัพเป็นกำลัง และแน่นอนว่า บรรดาขุนนางและนายพลทหารทั้งหลายต่างก็สะสมกำลังคนและกำลังทรัพย์ของตนอย่างระแวดระวัง

นายพลหนุ่มรูปงาม เฉลียวฉลาดและเก่งกล้า นาม มาร์คัส เอสคิลินี นับได้ว่าเป็นผู้ที่ทรงอิทธิพลสูงสุด รวมทั้งประชาชนก็มอบความรักความศรัทธาให้เขามากที่สุดเช่นกัน ไม่มีใครหน้าไหนหรือกลุ่มอำนาจใดกล้าเป็นปฏิปักษ์ต่อเขา แต่ทว่า...เบื้องหลังย่อมมีแรงต้านอยู่เสมอ และมาร์คัสก็รู้ดีเช่นกัน

กองทัพอันเกรียงไกรของโรม ทำสงครามขยายดินแดนวันแล้ววันเล่า ทาสและเชลยถูกกวาดต้อนเข้ามาด้วยความทุกข์ทรมาน ด้วยความเจ็บช้ำร้าวรานใจ ด้วยความอัปยศในศักดิ์ศรีแห่งเกียรติภูมิ

และหนึ่งในนั้นคือ "เจ้าชายคลอดิอุส" จากเผ่าซูวาลล่า แคว้นเล็กๆทางใต้ของอาณาจักรคาร์เทจ

คลอดิอุสต้องเป็นทาสรับใช้ของขุนนางเฒ่าเจ้าเล่ห์ "บอติเคลินัส" เมื่อเขาต้องติดตามนายไปยังงานเลี้ยงที่นายพลมาร์คัสจัดขึ้น ณ ปราสาทของนายพลบนเนินอาเวนตินี พลันที่พบหน้าและสบตากับนายพลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของโรม มาร์คัสและคลอดิอุสก็ตระหนักว่า นี่คือการรอคอยของเขาทั้งคู่ แต่...อุปสรรคมีมากมายเหลือเกิน เทพองค์ใดจะประทานพรให้ได้ตามปรารถนา?

คลอดิอุสเข้าเกณฑ์ทหารและได้กลายมาเป็นทหารคนสนิทผู้รับใช้ นายพลมาร์คัส คลอดิอุสคือจุดอ่อนไหวที่สุดของมาร์คัส แต่มาร์คัสก็เข้มแข็งพอที่จะย่างก้าวอย่างระมัดระวัง แม้กระนั้นวันหนึ่งคลอดิอุสก็ประสบชะตากรรมในที่คุมขัง เหลือความโศกเศร้าทรมานของมาร์คัส ผู้เฝ้าร้องขอพรจากแอสเตรีย่า...เทวีแห่งดวงดาว ขอลมหายใจอันเป็นนิรันดร์จนกว่าจะพบกับความรักที่จากพราก

การเมืองในโรมเปลี่ยนแปลงท่ามกลางการต่อสู้แย่งชิงทั้งฝ่ายธรรมะและอธรรม มาร์คัสได้รับการเรียกร้องให้เป็นจักรพรรดิ วันเวลาผ่านไปเมื่อถึงที่สุด ศาสนจักรแผ่ขยายครอบคลุมยุโรป ความเปลี่ยนแปลงทั้งหลายอยู่ในสายตาของ "เจ้าชายมาร์คัส เอสคิลินี แกรนด์ดยุคแห่งอาเวนตินี" ผู้เดียวดาย!...

ในบรรดานิยาย นิทานปรัมปรา เรื่องของเทวโลกและเทพเจ้าต่างๆ นับเป็นเรื่องหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ ชวนให้ติดตาม และได้รับการถ่ายทอดความเชื่อต่อมาจนปรากฏเป็นหลักฐานหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นวิหาร รูปปั้น ภาพเขียนตลอดจนพิธีกรรมต่างๆที่ยังคงมีให้เห็น แต่เราคงยากในการค้นคว้าและเชื่อมโยงข้อมูลกันพอสมควร

"เข็มพลอย" นักเขียนผู้มีจินตนาการอันไพศาล ได้พลิกหน้าบันทึกแห่งเทพเจ้า มาเป็นนวนิยายอันเข้มข้นด้วยประวัติศาสตร์สงคราม ความเชื่อ ความศรัทธา และความรักที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ ดำเนินไปพร้อมกับลิขิตแห่งดวงดาวด้วยความหวังของผู้รอคอย ด้วยลีลาสำนวนโวหารที่พริ้งพรายฉายแสงอันเจิดจ้าอย่างสมศักดิ์ศรีของ "ชาวเทวาลัย"

...และเมื่อมาร์คัสยินดีคืนลมหายใจแห่งดวงดาวให้กับเทวีแอสเตรีย่าแล้ว

"ดาวแสนงามมากมายกำลังพุ่งตกจากฟากฟ้าสู่ท้องทะเล...

ราวริ้วฝนแห่งเพชรพลอย"