สลัดหลังบ้าน

อาหาร ค (รอบ) ครัว

วันหนึ่ง เพื่อนสนิทแวะมาทานอาหารเย็นที่บ้านแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวค่ะ เราก็เลยช่วยกันค้นพืชผักของสดที่มีอยู่ในตู้เย็น แล้วก็เดินไปดูผักในสวนครัวเล็กๆหลังบ้าน จากนั้นก็ตกลงกันว่า อาหารมื้อนี้จะไม่ใช่เรื่องยุ่งยากและหนักท้องเกินไป

ซึ่งจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากจะทำจากผักและผลไม้ทั้งหมดที่มี และเมื่อเราต่างมีความตั้งใจตรงกัน อะไรก็ไม่ยุ่งยาก ไม่ว่าจะเป็นน้ำสลัดรสชาติที่จะถูกปากคนชอบอาหารไทยอย่างพวกเรา โดยตั้งใจจะใช้สิ่งที่มีอยู่ในครัว เช่น น้ำสลัด ถ้ามีน้ำมันมะกอกก็ดี แต่ถ้าไม่มีก็ใช้น้ำมันพืชแทนค่ะ รสเปรี้ยวใช้น้ำส้มสายชูจากแอปเปิ้ลหรือจากข้าวโพด แต่วันนี้เราใช้มะนาว โดยผสมน้ำต้มสุกแล้วสักเล็กน้อยเพื่อไม่ให้รสเปรี้ยวจัดจ้านเกินไป

รสหวานใช้น้ำตาลทรายหรือน้ำผึ้ง รสเค็มใช้ซีอิ๊วขาวอย่างดี เติมน้ำมันหอยสักช้อนโต้ะ พริกไทยดำบดหยาบๆ ใส่ทุกอย่าง แล้วใช้ตะกร้อตีให้เข้ากัน จากนั้นหั่นหอมหัวใหญ่หรือหอมแดงเป็นแว่นๆใส่ลงไป แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วชิมรสเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ดพริกไทย หรือจะชอบรสไหนนำก็ปรุงรสตามใจชอบได้เลยนะคะ

ส่วนผักก็ใช้ผักสลัดที่มีติดอยู่ในบ้าน เช่น แตงกวา ผักกาดหอม หรือแม้แต่ผักพื้นบ้านที่เราชอบกินสดๆก็ยิ่งดี นอกจากนี้ยังมีผลไม้ต่างๆ เช่น แก้วมังกรสีแดง แอปเปิ้ล ส้มซันควิก องุ่นหรือผลไม้อื่นๆที่จะช่วยทั้งรสและความสวยงาม แต่ผักที่ไม่ควรขาดอย่างยิ่งก็คือ โหระพาจากสวนหลังบ้านค่ะ

นอกจากนี้เรายังมีไข่ต้ม หรือถ้าใครชอบเบคอนทอดกรอบโรยก็จัดการทำใส่ตามที่ชื่นชอบ ส่วนน้ำสลัดซึ่งมีรสชาติเข้มข้นผสมกับกลิ่นหอมๆของใบโหระพา เวลาเคี้ยวทำให้เพิ่มความหอมและเพิ่มรสให้จัดจ้านแบบอาหารไทยที่เราต่างคุ้นเคย

สำหรับโปรตีนที่เหมาะกับสลัดมื้อนี้ เราเลือกปลาทอด จะเป็นปลานิล หรือปลาลิ้นหมาก็อร่อย และเข้ากันได้ดี ถ้าเป็นปลานิลเราต้องขอดเกล็ดแล้วลูบ (ใช้กิริยาลูบจริงๆค่ะ) นิดหน่อย คลุกแป้งโกกิอีกเล็กน้อยพอที่จะช่วยให้เวลาทอดเนื้อปลาจะได้ไม่ติดกระทะ โดยเริ่มต้นทอดด้วยไฟอ่อนๆ พอผิวปลาเริ่มเหลืองค่อยใช้ไฟกลางๆ เมื่อเสร็จแล้วเนื้อปลาจะกรอบนอกนุ่มใน เหมาะกับสลัดแบบนี้ที่สุดค่ะ

เป็นอันว่า มือเย็นวันนี้ของเรา แม้จะเกิดขึ้นอย่างที่ไม่ทันเตรียมตัวแต่ปรากฏว่า กลายเป็นมื้ออาหารที่ทุกคนมีความสุข เพราะทั้งอร่อยสดชื่น ทุกคนอิ่มหนำสำราญกำลังดี ที่สำคัญ สบายท้องดีเหลือเกิน

และที่วิเศษที่สุดเป็นผลพลอยได้ของการพบกันในยามเย็นใกล้ค่ำเช่นนี้คือ ทำให้เราเหลือเวลาในการพูดคุยสารทุกข์สุกดิบเป็นเวลายาวนานอย่างที่ไม่ต้องเสียเวลาในการตระเตรียมอาหารให้ยุ่งยากและเหน็ดเหนื่อยมากเกินไป