"เพลิงตะวัน" แจ้งเกิดนางเอกครบรส "เซฟฟานี่ อาวะนิค"

ศิลปบันเทิง
ช่างภาพ: 

เซฟฟานี่ อาวะนิค เข้าสู่วงการบันเทิงครั้งแรกจากการประกวดมิสทีนไทยแลนด์ ปี ๒๐๐๙ และได้รับรางวัลชนะเลิศ เธอเริ่มสะสมประสบการณ์ในวงการบันเทิงจากการเดินแบบ-ถ่ายแบบกว่า ๓ ปี จากเด็กสาวขี้อายจึงกลายเป็นสาวน้อยมากความสามารถ ทำให้ได้รับโอกาสแสดงละครกับทางช่อง ๗ และแจ้งเกิดกับบทเรียบร้อยในละครดัง ๓ เรื่องติดกัน ทั้งเจ้าสาวสลาตัน ยมบาลเจ้าขา และ คือหัตถาครองพิภพ

หากบทบาทที่ทำให้เซฟกลายเป็นที่จับตามองกลับกลายเป็นบทร้ายจากละคร "กุหลาบเล่นไฟ" และย้ำชัดภาพการเป็นนักแสดงมากฝีมือในละครเรื่อง "เพลิงตะวัน" กับการเป็นนางเอกเต็มตัวในละครหลังข่าวครั้งแรก ในบทบาทที่แตกต่างจากตัวเธอเองอย่างสิ้นเชิง

"เซฟเป็นคนขี้อายค่ะ จริงๆไม่ค่อยชอบพวกการประกวด แต่ก็มีคนชอบบอกให้เราไป คุณแม่ก็สนับสนุน แต่เราก็ไม่เชื่อ ตอนที่ประกวดมิสทีนคือไปเดินเล่นที่ห้างกับเพื่อน แล้วมีทีมงานเขาเอาใบสมัครมาแจก เรากับเพื่อนก็ได้ใบมา ในใบสมัครเขียนว่าได้ไปเก็บตัวที่ภูเก็ต เราก็อยากไปเที่ยวเพราะไม่เคยไปมาก่อน อันนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้มาทำงานในวงการ ตอนนี้เซฟก็ยังเป็นคนขี้อายเหมือนเดิม สมมุติว่าเจอใครใหม่ๆ หรือว่ายังไม่รู้จักก็จะยังเงียบๆ ไม่ค่อยพูด แต่ถ้าได้รู้จักกันมากขึ้นก็จะได้เห็นมุมเพี้ยนๆของเราบ้าง เซฟค่อนข้างเฮฮา เพี้ยนๆหน่อย เป็นคนแอ็คทีฟ พออยู่กับเพื่อน เราก็จะทำให้เพื่อนขำได้ตลอดเวลา

พอรู้ว่าได้รับบทตะวันและปรางค์ทองในละครเรื่องเพลิงตะวัน แล้วได้อ่านเรื่องย่อรู้สึกว่ายากมากเลย เลือกคนผิดหรือเปล่าคะ (หัวเราะ) ช่วงนั้นเซฟเล่นเรื่องกุหลาบเล่นไฟอยู่ เรารู้สึกว่าเรายังไม่พร้อมกับบทที่หนักขนาดนี้ เพราะมันเป็นเหมือนเล่นสองบุคลิกเลย แล้วตอนนั้นเรารู้สึกว่าเรายังเล่นดราม่าไม่เก่ง แต่พอเราไปเจอพี่วุธ (อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร) ผู้กำกับฯ เขาอธิบายละเอียดทุกฉากทุกตอน ทำให้เราเข้าใจมากขึ้น เรื่องนี้บอกเลยว่ายากมากค่ะ ต้องทำได้หลายอย่าง อย่างช่วงแรกเราต้องเสียความทรงจำทุกอย่าง เป็นเหมือนเด็กที่เกิดใหม่เลย ไม่สามารถพูดอะไรได้เลย ต้องแสดงอารมณ์ทางสายตาอย่างเดียว ทำเหมือนพูดว่าเราเศร้า เราเหงา มันก็ยาก บางทีก็รู้สึกอึดอัดเหมือนกัน พอเล่นๆไปก็จะกลายเป็นผู้หญิงที่โหดร้าย มันจะไม่เหมือนเรื่องกุหลาบเล่นไฟ เพราะว่าเรื่องกุหลาบเล่นไฟเราจะเป็นผู้หญิงเปรี้ยว แต่ว่าไม่ได้เป็นนักฆ่า เราก็แสดงออกมาเต็มที่ แต่สำหรับเรื่องนี้เราต้องมีเก็บอารมณ์ ปรางค์ทองเป็นนักฆ่าเลือดเย็น ฆ่าใครก็จะไม่สนใจความรู้สึกของเขา ไม่รู้สึกสงสารเขาเลย"

การเป็นนักฆ่าเป็นเรื่องไกลตัวมากอยู่แล้ว และสำหรับเซฟก็ยิ่งเป็นเรื่องไกลตัวขึ้นมาก เพราะปกติเธอสาวน้อยอารมณ์ดีที่ไม่ค่อยโกรธใครง่ายๆ

"ตอนที่เซฟอ่านเรื่องย่อ เซฟคิดว่าที่ยากคือบทดราม่า แต่พอได้เล่นแล้วตัวปรางค์ทองเล่นยากกว่า เพราะว่าเราต้องเป็นนักฆ่า พอเรานึกภาพว่าเราฆ่าคน เราทำไม่ได้นะ แล้วเราต้องมาเล่นเป็นนักฆ่าเองมันก็ยาก สายตาต้องโหดตลอดเวลา แล้วต้องไปปะทะกับแม่ของนันทวัฒน์ในเรื่องซึ่งเขาเกลียดเรามาก มันต้องจิก ต้องอะไรเยอะมาก ความรู้สึกข้างในต้องโกรธเกลียด ร้าย ซึ่งเราเป็นคนที่โกรธเกลียดใครยาก ช่วงแรกจะใช้เวลาถ่ายตัวปรางค์ทองนานมากค่ะ แต่พอเรื่อยๆ เราเริ่มปรับเริ่มชิน พี่วุธ (อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร) คอยช่วยตลอดก็เริ่มง่ายขึ้น บทปรางค์ทองยากมากค่ะ บางทีพอเราโกรธมากแล้วประโยคมันยาว ด้วยอารมณ์โกรธเราก็จะพูดเร็วขึ้นมันจะรัว เริ่มเพีhยน เริ่มลืมบท บางทีก็ต้องมานั่งขอเวลาตั้งสติใหม่"

ความยากของเซฟ ไม่ใช่แค่การเป็นนักแสดงที่เพิ่งเริ่มต้นมีผลงานในวงการไม่นาน แต่ยังเป็นการรับบทนางเอกครั้งแรกซึ่งเป็นตัวเดินเรื่องในทั้งสองคาแร็คเตอร์ นอกจากนั้นเซฟยังต้องพยายามเรียนรู้ภาษาไทยในบทละคร ควบคู่กับการเรียนชั้นปีที่ ๔ ในคณะวิทยาศาสตร์ สาขาชีววิทยา วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล

"เซฟเป็นคนที่เวลาทำอะไรก็จะตั้งใจทำทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนหรือการทำงาน ถ้าเรามีเป้าหมายอะไรก็จะไปให้ถึงจุดนั้นให้ได้ เราจะไม่ยอมแพ้ ด้านการแสดงเซฟเคยเรียนเป็นคอร์สสั้นๆ หลังจากนั้นเราได้เรียนรู้ในกอง จากผู้กำกับฯ จากนักแสดงหลายๆท่าน สิ่งหนึ่งที่เซฟทำเองคือเซฟจะทำการบ้านตลอด เซฟจะมีปัญหาเรื่องภาษา เวลาอ่านบท เซฟจะติดนิดหนึ่ง บางคำพูดไม่เข้าปาก บางคำเราไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้นเราต้องมานั่งไฮไลท์ว่ามันพูดแบบนี้มันอ่านว่าอย่างนี้นะ เราจะถามแม่ตลอด พยายามทำความเข้าใจกับบท อันที่เป็นบทหนักๆ เถียงกันไปกันมายาวๆ เราก็จะพยายามจำตั้งแต่วันก่อนหน้าวันถ่ายเลยค่ะ เรื่องการเรียนโชคดีอย่างหนึ่งคือเราจัดตารางเรียนเองได้แต่ตอนนี้เซฟเรียนปี ๔ แล้ว วิชาค่อนข้างหนัก จัดตารางยาก ทางกองถ่ายจะแอบกังวล แต่เขาก็พยายามช่วย ทางเราก็พยายามช่วย เราก็มีลิมิตการขาดที่เป็นกฎของทางมหาวิทยาลัย เราต้องทำตาม แล้วเราก็ต้องอ่านหนังสือที่บ้านเอง ตามกับเพื่อนเองด้วยค่ะ"

แม้จะออกปากว่าตัวเองเป็นคนขี้อาย ไม่ค่อยพูด แต่ถ้าเป็นเรื่องของการ "ทำ" แล้ว สาวน้อยอย่างเซฟสู้ไม่ถอย ทั้งเรื่องเรียน เรื่องทำงาน และพัฒนาตัวเองในทักษะทั้งสองด้านไปพร้อมๆกันได้อย่างดี จึงไม่แปลกที่แม้เซฟจะเข้าวงการได้ไม่นานมาก แต่กลับได้รับโอกาสในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกับการเป็นนางเอกละครซีรี่ส์ ไฟรักเกมร้อนและทะเลไฟ ของผู้จัดฝีมือดี อย่าง ธงชัย - มณีรัตน์ ประสงค์สันติ

"ไฟรักเกมร้อนเป็นภาคแรก เซฟจะยังเล่นเป็นเด็กวัยรุ่นอยู่ เป็นผู้หญิงที่เอาแต่ใจตัวเอง ไม่ยอมแพ้ต้องเอาชนะตลอด ถ้ามีอารมณ์โกรธเศร้าจะออกมาร้อยเปอร์เซ็นต์ ค่อนข้างแรง กรี๊ดตลอด เอาแต่ใจ ไม่เชื่อฟังใคร อยากทำอะไรก็ทำ จะแตกต่างจากเรื่องทะเลไฟ เรื่องนี้เราจะโตขึ้นมาแล้ว หลังจากที่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นจากเรื่องก่อนมีปัญหาในครอบครัว อุปสรรคหลายๆอย่างเราก็ทำใจได้ โตขึ้น ก็เป็นสาวเวิร์คกิ้งวูแมน อยู่ในวัยทำงานแล้ว แต่ยังมีนิสัยที่ไม่ยอมแพ้ มุ่งมั่น ที่ติดมาจากเรื่องนั้นซึ่งในไฟรักเกมร้อน เซฟจะมาแค่รับเชิญ แล้วก็เล่นเต็มเรื่องในทะเลไฟค่ะ"

ถูกจดจำได้จากภาพสาวเรียบร้อย ก่อนจะประสบความสำเร็จกับบทร้ายเอาแต่ใจและร้ายอย่างนักฆ่า แต่มีอีกหนึ่งบทบาทที่เซฟอยากลองเล่นดูบ้าง

"จริงๆแล้วเซฟชอบหลายๆแบบนะคะ ชอบเล่นเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เล่นแบบไหนก็ได้ เพราะว่ามันท้าทายดี สนุก ไม่ซ้ำ ถ้าเป็นฉาก ฉากที่เราชอบที่สุดเลยก็คือแอ็คชั่น เป็นคนชอบแอ็คชั่นมาก หลายคนจะบอกว่าเหนื่อยนะร้อนนะใช้เวลาถ่ายนาน แต่สำหรับเรารู้สึกสนุก ไม่เหนื่อย อาจจะเพราะว่าเราเป็นคนฟิตอยู่แล้วเลยชอบอะไรที่มันแอ็คทีฟลุยๆ ไม่ชอบอะไรที่มันแบบช้าๆ อย่างบทที่ยากทุกวันนี้หลายๆคนก็จะบอกว่าเล่นดีขึ้นแล้วคือบทดราม่า แต่เรายังรู้สึกว่ามันยากอยู่ดีแล้วก็เหนื่อยด้วย เหนื่อยกว่าแอ็คชั่นอีก เพราะว่ามันเหนื่อยจิต มันเครียด บางทีกลับไปยังรู้สึกอินกับบทอยู่เลย เราก็ต้องพยายามตัดมันออก ถ้าเป็นบทบาทมีบทหนึ่งที่เซฟยังไม่เคยลอง ก็คือบทที่ห้าวๆ แก่นๆ ออกทอมๆค่ะ อยากลองดูเหมือนกัน"

เซฟยิ้มหวาน เผยแววตาซุกซนแบบเดียวกับคาแร็คเตอร์ห้าวๆ แก่นๆ มานิดๆ แม้หลายคนจะมองว่าเซฟสามารถเล่นได้หลายคาแร็คเตอร์อยู่แล้ว แต่ถ้าหากได้ลองบทที่ใกล้เคียงกับความเป็นเซฟอย่างที่เธอบอกว่าเฮฮา หรือเพี้ยนๆ เราอาจได้เห็นความน่ารักอีกแบบ แบบที่หลายคนแอบหลงรักในตัวจริงของเธอ

บทบาทหน้าที่ของเซฟทั้งการแสดง และการเป็นนักเรียนยังคงเดินหน้า ขณะที่บทบาทหน้าจอของเธอก็ยังคงโลดแล่นให้เห็น ทั้งในความเป็น "ตะวัน" ที่เรียบร้อยอ่อนหวาน และความเป็น "ปรางค์ทอง" นักฆ่าผู้เหี้ยมโหดดุดันผ่านทางละครเพลิงตะวันที่ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา ๒๐.๒๐ น. ทางช่อง ๗ สี นอกจากความสวยงาม ความละเอียดประณีต และความสนุกสนานที่เราจะได้รับชมผ่านทางละครเรื่องนี้ มีอีกมุมมองหนึ่งที่เซฟอยากฝากไว้ในฐานะ "ปรางค์ทอง"

"เพลิงตะวัน" จะทำให้เราได้เห็นมุมของตัวละครทุกๆตัวว่า ทุกคนไม่ได้ดีเสมอไป ทุกคนอาจจะมีมุมร้าย มุมด้อย ซึ่งตัวละครทุกๆตัวของเรื่องนี้จะมีปม ซึ่งเป็นเหตุผลทำให้เขาเป็นแบบนี้ อีกอย่างหนึ่งที่เซฟได้เห็นเองจากบทปรางค์ทอง คือเซฟเป็นคนที่ไม่ค่อยโกรธใคร ตอนเด็กๆ เวลาทะเลาะกับเพื่อนเราจะเสียใจ เราไม่ชอบการทะเลาะ การโกรธเกลียดกัน เซฟเชื่อว่าคนเราให้อภัยกันได้ไม่ว่าจะเรื่องอะไร บทปรางค์ทองทำให้ความคิดเรื่องการที่เราไม่อยากโกรธเกลียดใครมันชัดขึ้นเลยค่ะ ว่าการที่เรารู้สึกโกรธเกลียดมันเป็นความรู้สึกที่รุนแรงมากนะ มันเครียดนะ จริงๆแล้วมันเหมือนเราคิดแต่เรื่องคนคนนี้ตลอดเวลา เราเครียดแต่เรื่องของคนคนนี้ ทำไมเราไม่เอาสมองไป