ไม่มีสิ่งใดลดทอนความเป็นแม่

บทความ "เนื้อใน"ภาพยนตร์วรรณกรรม

ฉันเพิ่งออกมาจากบ้านของแม่ ถือรูปถ่ายขาวดำติดมาด้วยใบหนึ่ง รูปแม่กับฉัน ตอนนั้นฉันคงอายุไม่ถึงขวบ ยังเป็นทารกน้อยที่จ้ำม่ำ และหน้าตาก็ไม่เหมือนตอนนี้สักนิดเดียว

ถ้าตอนนั้นแม่รู้ว่าเด็กน้อยคนที่แม่กำลังอุ้มจะเติบโตเป็นสาวที่ทั้งหัวดื้อ ทั้งเย็นชากับแม่ แม่คงไม่มีรอยยิ้มเปี่ยมสุขอย่างในรูปหรอก

แม่รักฉันมาก ฉันไม่เคยได้รับความรักจากใครอย่างยาวนานเท่ากับแม่ แม่รักฉันตั้งแต่ฉันอยู่ในท้อง คลอดฉันออกมา เลี้ยงดูให้ฉันเติบโต เพื่อจะไปจากแม่ และกลับบ้านอย่างคนหัวใจสลาย

ตลอดสี่สิบปีในชีวิต เรื่องราวและผู้คนมากมายผ่านเข้ามา ฉันเปลี่ยนแปลงไป แต่แม่ยังอยู่ที่นี่ ในบ้านหลังนี้ รอการกลับมาของฉัน

ฉันกับแม่ เราแตกต่างกันมาก มากเสียจนบางครั้งฉันรู้สึกเศร้า ฉันอยากเหมือนแม่บ้าง และหวังให้แม่ชอบอะไรบางอย่างเหมือนฉัน สิ่งซึ่งมีความหมายสำหรับฉัน แต่หาได้อยู่ในสายตาของแม่

แม่เลี้ยงฉันอย่างอิสระ นั่นทำให้ฉันยิ่งเดินห่างจากตัวแม่ ฉันใช้ชีวิตอยู่ในโลกอีกใบ ซึ่งต้องการความเงียบ ความว่างเปล่า และจินตนาการ

ฉันไม่ใช่เด็กหญิงน้อยคนที่แม่อุ้มในรูปอีกแล้ว

แต่แม่ยังเป็นแม่คนเดิม

Tokyo Tower เป็นภาพยนตร์ที่กระแทกหัวใจฉันด้วยคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับแม่

หนังเรื่องนี้ เล่าเรื่องลูกชายคนหนึ่งกับแม่ของเขา ซึ่งขณะที่ดู ฉันแทบไม่สนใจด้วยซ้ำ ว่าเขาชื่ออะไร แม่ของเขาชื่ออะไร ฉันรู้เพียงว่า เรื่องราวที่เห็นตรงหน้า คือเรื่องของแม่ลูกคู่หนึ่ง ซึ่งช่างจริงเหลือเกิน

แม่ของเขาหาได้สมบูรณ์แบบ แต่ความไม่สมบูรณ์แบบนั่นเอง ที่ทำให้เธอมีเสน่ห์อย่างเหลือแสน

และแม้ว่าตัวตนของเธอจะแหว่งวิ่นเช่นไร แต่มันหาได้ลดทอนความเป็นแม่ลง

แม่ของเขาทำงานหนัก เพื่อส่งเขาเรียนโรงเรียนศิลปะในเมืองใหญ่

เขาก็เหมือนฉัน เราเดินออกจากบ้านเพื่อไปเป็นผู้ใหญ่นอกบ้าน พรากจากอกแม่ และพบว่าโลกช่างกว้างใหญ่ เต็มไปด้วยเรื่องสนุกสนานและน่าหลงใหล

เขาหัดสูบบุหรี่ กินเหล้าตั้งแต่เรียนมัธยม ไม่เคยตั้งใจเรียน ผลาญเงินที่แม่หามาอย่างยากลำบากไปกับเรื่องไร้สาระ กระทั่งเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เขาก็ยังสนุกกับความเสเพล วันหนึ่งเขาโทรศัพท์บอกแม่ว่า เขาคงเรียนไม่จบ

แทนที่จะโกรธ แม่กลับขอร้องให้เขาพยายามเรียน แม่บอกว่าปริญญาบัตรของเขาคือสมบัติล้ำค่าของแม่

เขากลับไปเรียนจนจบ พร้อมกับผลาญเงินของแม่ไปอีกไม่น้อย ได้ปริญญาบัตรตามที่แม่ต้องการ แต่มันไม่ได้ช่วยให้ชีวิตเขาดีขึ้น ยังคงทำตัวเสเพล ล่องลอยอยู่ในโตเกียว สิ่งเดียวที่เขามีคือหนี้สินซึ่งก้อนใหญ่ขึ้นทุกวัน

จนกระทั่งแม่ป่วยเป็นมะเร็ง ปัญหาสุขภาพของแม่ทำให้เขาเปลี่ยนชีวิตตัวเอง เขาทำงานทุกอย่างที่ขวางหน้า ใช้หนี้จนหมด และหาห้องเช่าใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม เพื่อพาแม่มาอยู่โตเกียวกับเขา

นับตั้งแต่ออกจากบ้านมาเรียนหนังสือ เขาเพิ่งมีโอกาสดูแลแม่ก่อนตาย แต่เพียงเท่านั้น แม่ของเขาก็รู้สึกราวกับว่าลูกชายได้ดูแลเธอมาชั่วชีวิต

มะเร็งพรากชีวิตเธอไป แต่ไม่ได้พรากแม่ไปจากเขา ไม่มีสิ่งใดลดทอนความเป็นแม่ลง แม้กระทั่งความตาย

หลังจัดการงานศพ เขาพาแม่ (ซึ่งอยู่ในใจ) ไปเที่ยว Tokyo Tower สถานที่ซึ่งแม่ของเขาอยากไป แต่เขายังไม่ได้พาไป

เขายืนอยู่บนนั้น และคุยกับแม่ซึ่งลาจากโลกนี้ไปแล้ว

ภาพสุดท้ายของหนังเรื่องนี้ติดตาติดใจฉัน เขาหมดโอกาสที่จะดูแลแม่ แต่ฉันไม่ใช่ แม่ของฉันอยู่ที่นี่ ในบ้านซึ่งใช้ผนังด้านหนึ่งร่วมกับบ้านฉัน

ฉันเข้าไปในบ้านแม่น้อยมาก คุยกับแม่น้อยมาก ดูแลแม่น้อยมาก ทั้งๆที่รู้ว่าแม่ต้องการมากกว่านี้หลายเท่า แต่ฉันไม่เคยทำให้แม่

เมื่อกี้ฉันเดินเข้าไปหาแม่ แม่ไม่อยู่ ฉันจึงถือโอกาสสำรวจห้องทุกห้อง บ้านหลังนี้ค่อนข้างใหญ่ สร้างไว้สำหรับหนึ่งครอบครัว แต่แม่อยู่คนเดียวมายี่สิบปี ทุกห้องทุกตารางนิ้ว จึงเต็มไปด้วยกลิ่นอายของแม่

ห้องนอนทั้งสามห้องเต็มไปด้วยข้าวของของแม่ ตู้ทุกใบอัดแน่น เสื้อผ้าที่ไม่เคยใช้ และอาจไม่มีวันได้ใช้ แขวนรออยู่อย่างนั้น

ฉันคิด จะเป็นอย่างไรหนอ ถ้าฉันเข้ามานอนในบ้านนี้บ้าง ฉันมองเตียงๆเล็ก ในห้องนอนเล็ก ซึ่งตอนนี้กลายเป็นห้องเก็บของ (ที่คงไม่ได้ใช้) ฉันจะทำอย่างไรกับเตียงนี้ดี คราวก่อน ฉันขอแม่ขนของไปเก็บไว้ที่อื่น แม่ก็ทำท่าหงุดหงิด

ฉันเคยบอกแม่ว่า อยากจัดบ้านส่วนหนึ่งให้เป็นห้องสมุดเล็กๆ ฉันมีหนังสือเยอะมาก แต่บ้านฉันเล็กนิดเดียว ไม่มีที่เก็บ ฉันจึงต้องฝากหนังสือบางส่วนไว้บ้านเพื่อน และอีกส่วนก็อยู่ในกล่อง

ฉันฝันจะเอาหนังสือทั้งหมดขึ้นวางบนชั้น จัดมันให้เป็นหมวดหมู่ เวลาจะค้นข้อมูล หรือมีใครอยากหยิบยืม จะได้หาง่าย

ฉันเคยเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาแม่ บอกว่าจะจัดการสั่งทำชั้นวางหนังสือเอง พูดยังไม่ทันจบประโยคดี แม่ก็ส่ายหน้า บอกว่าเอาไปเก็บในห้องเก็บของด้านหลังสิ

ฉันบอกแม่ว่าหนังสือมีไว้อ่าน ไม่ได้มีไว้เก็บ เราต้องหาที่วางเพื่อจะได้หยิบง่าย

แม่ยังคงส่ายหน้า และพูดประโยคเดิม เอาไปเก็บในห้องข้างหลังนั่นละ

แม่มีลูกสาวเป็นนักเขียน หนังสือคือสมบัติล้ำค่าของฉัน แต่สำหรับแม่ บ้านไม่ใช่ที่เก็บหนังสือ

เราแตกต่างกันเสียทุกเรื่อง ลงลึกถึงรายละเอียดก็ยิ่งขัดแย้ง

แต่นั่นละ แม่ยังคงเป็นแม่ แม่รักฉันไม่เสื่อมคลาย และไม่มีอะไรลดทอนความเป็นแม่ลงได้เลย...ไม่มี

ข้อมูลภาพยนตร์
สร้างจากนวนิยาย เขียนโดย Lily Franky
Joji Matsuoka : กำกับการแสดง
Suzuki Matsuo : เขียนบท