ฤดูฝนกับแกงบวน

เราอาจจะไม่เพียงให้ฤดูกาลผ่านชีวิตไปอย่างไร้ความหมาย แต่เราจะรอคอยพืชพันธุ์ธัญญาหารซึ่งเปรียบเสมือนโอชะของแผ่นดิน
อาหาร ค (รอบ) ครัว

การรอคอยฤดูกาล...กับการรอคอยการทำหรือการกินอาหารตามฤดูกาล ในความรู้สึกของฉันเป็นการใช้ชีวิตที่มีเสน่ห์และยังทำให้รับรู้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนดินหรือของโลกใบนี้อย่างแท้จริง...

ฤดูฝนปีนี้ ถึงแม้ฝนจะมาช้ามาก แต่ถึงอย่างไรก็มาเสมอ มิเป็นอื่นไปได้ และสิ่งที่มาพร้อมๆกับฤดูฝนคือ ความสดชื่น ชุ่มฉ่ำ และความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารบางอย่างอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะตามท้องตลาดเล็กๆชานเมือง และการรับรู้เรื่องฤดูกาลกับการปรุงอาหารเป็นสิ่งสำคัญของคนทำอาหารหรือคนที่เป็นแม่บ้านก็ว่าได้ และนั่นอาจหมายถึงคนรุ่นปู่รุ่นย่า คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ของเรา

 

อย่างบ้านฉันมีทั้งพ่อทั้งแม่ซึ่งอยู่ในวัยชรามากแล้ว ที่สำคัญแม้พ่อกับแม่ไม่ได้ไปตลาดมานาน ปล่อยให้เรื่องของครัวเป็นของฉันกับคุณแม่บ้าน แต่พอฝนมาชุ่มฉ่ำ แม่ก็ไม่เคยหลงลืมว่าฤดูฝนอย่างนี้ หน่อไม้อ่อนๆต้องเต็มตลาดแน่ๆ จึงเอ่ยปากอยากกินแกงบวน ซึ่งนับว่าเป็นแกงโบร่ำโบราณชั้นครูก็ว่าได้ แม่บอกว่า ใครที่จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ครัวเต็มภาคภูมิต้องแกงบวนเป็น เพราะแกงบวนมีเครื่องปรุงหลายต่อหลายอย่าง ที่สำคัญถ้าทำไม่เป็นเครื่องในจะขมและคาว คนสมัยก่อนการทำแกงบวนเป็นเรื่องใหญ่และยุ่งยาก ต้องทำกันในวันงานบุญเลี้ยงพระ เลี้ยงแขกในงานใหญ่ๆเพราะต้องมีคนช่วยหลายๆคน แต่วันนี้แม่บอกว่า เราไม่ต้องแกงจนครบเครื่องก็ได้ ทำแบบที่บ้านเราชอบทำในฤดูฝนปีก่อนๆ พูดไปพร้อมๆกำกับวิธีทำด้วยตนเองทุกขั้นตอน

เริ่มต้นตั้งแต่เตรียมไส้หมู กระเพาะหมู แล้วก็กระดูกหมู หรือไม่ก็ใช้หมูสามชั้น จากนั้นล้างไส้หมูกับกระเพาะหมู ใช้น้ำส้มสายชูผสมแป้งมันเล็กน้อย แม่บอกว่าเป็นเคล็ดที่จะทำให้ไส้หมูไม่ขม แล้วต้มน้ำให้เดือดเทน้ำทิ้ง ๒ ครั้ง แล้วจึงหั่นเป็นชิ้นพอดีคำพร้อมๆกับหั่นหมูสามชั้นหนาพอเหมาะ

เตรียมน้ำพริกแกงซึ่งมีเครื่องปรุงคือ กระชาย หอมแดงโขลกกับกะปิ หั่นหน่อไม้ไผ่ตรงเป็นแผ่นบางกำลังดี ต้มในน้ำคั้นใบหญ้านาง เคี่ยวไปสักพักใหญ่แล้วก็ชิมหน่อไม้ว่าหายเฝื่อนหรือยัง ถ้าหายเฝื่อนแล้วค่อยเติมกะทิทั้งหัวและหางปล่อยจนร้อนพอประมาณ ซึ่งหมายความว่า เราไม่เคี่ยวให้กะทิแตกมันนะคะ จากนั้นเริ่มปรุงด้วยการ ใส่เกลือ ๑ ช้อนชาพูน ตะไคร้หั่นฝอยหลายๆต้น (๙ -๑๐ ต้น) พริกสดสีเขียวสีแดง แล้วจึงโขลกกระชาย หอมแดงกับกะปิละลายลงไปในน้ำต้มหน่อไม้ เติมน้ำปลาร้าที่ต้มสุกสักเล็กน้อย ตัดน้ำตาลปี๊บ ใส่น้ำปลาปรุงรสให้กลมกล่อม

แม่บอกว่า แกงบวนจะต้องออกรสหวานเล็กน้อย ก่อนยกลงฉีกใบมะกรูดใส่เพิ่มความหอมขึ้นอีก แค่นี้ก็เป็นอันได้แกงบวนหน่อไม้ ๑ หม้อที่มีหน้าตาสวยงามน่ากินสมกับความตั้งใจ

ขั้นตอนสุดท้ายจึงเป็นหน้าที่ของแม่ที่ได้ชิมเป็นคนแรกค่ะ เพื่อจะได้รู้ว่ารสชาติของแกงบวนตามคำบอกเล่านี้ได้รสแบบที่คุ้นเคยหรือเปล่า? คำตอบถึงกับมีผลให้คนทำหัวใจพองโตกันเลยทีเดียว เพราะแม่บอกว่า "รสอย่างนี้แหละ! ใช่แล้ว เหมือนที่แม่ทำเองเลยนะ"

เมื่อแกงบวนหม้อนี้เสร็จสมบูรณ์ นั่นหมายถึงความสุขของทุกคนในบ้าน เพราะพ่อกับแม่ได้ลิ้มรสอาหารในความทรงจำ ส่วนฉันมีกำลังใจที่จะเรียนรู้เรื่องการทำอาหารเมนูอื่นๆจากพ่อกับแม่อีกหลายเท่า

และนับจากนี้ไป เราอาจจะไม่เพียงให้ฤดูกาลผ่านชีวิตไปอย่างไร้ความหมาย แต่เราจะรอคอยพืชพันธุ์ธัญญาหารซึ่งเปรียบเสมือนโอชะของแผ่นดินซึ่งมาพร้อมฤดูกาลต่างๆที่แตกต่างกันไป

นับเป็นเสน่ห์ของการใช้ชีวิตเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่งก็ว่าได้