"เที่ยววัด...ชมวัง" ได้ไอเดียเด็ดๆมาจัดสวน

anything…สิ่งสารพัน

 

ในวัดหรือในวังเป็นสถานที่ที่มีความสงบร่มเย็น ส่วนใหญ่จะมีต้นไม้ มีดอกไม้ มีป่าหรือมีสวนสวยๆ ใครที่กำลังอ่อนไหวในอารมณ์ หัวหมุนกับงานเป็นลูกข่าง กำลังเครียดลึกหรือมีเรื่องว้าวุ่นใจเรื่องชีวิต หากได้เดินเข้าไปในวัดหรือในวังแล้วเห็นต้นหมากรากไม้แล้วท่านจะรู้สึก "ใจร่ม...ใจชื้น" ขึ้นมาได้อย่างทันควันเชียวค่ะ

  โชคดีมากๆค่ะที่มีบ้านอยู่ใกล้แหล่งวัด เมืองปทุมธานีมีวัดมาก (ขับรถผ่านทุกๆ ๕ กิโลเมตร ก็เจอวัดแล้ว) และยังโชคดีอีกอย่างที่บ้านไม่ไกลจากจังหวัดอยุธยา ซึ่งอยุธยาก็มีวัดมากโขอีกเช่นกัน ดังนั้น กิจกรรมของที่บ้านอิฉัน คือชอบเที่ยววัดค่ะ ถ้าว่างปั๊บก็จะไปวัด นอกจากจะได้เข้าไปทำบุญทำทาน ได้เข้าไปไหว้พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่นับถือ เข้าไปกราบนมัสการหลวงพ่อหลวงพี่ที่ศรัทธาแล้วก็ยังได้มีเวลาหย่อนใจไปในตัว อิฉันเป็นคนหนึ่งที่ชอบซอกแซกเดินดูต้นไม้ในวัดเพราะบางวัดอาจเจอะเจอต้นไม้แปลกๆหรือได้เห็นต้นไม้บ้านๆที่เดี๋ยวนี้หายสาบสูญไปจากตลาดขายต้นไม้นานแล้ว หรืออาจได้เห็นวิธีจัดสวนเก๋ๆ วิธีดูแลต้นไม้จากผู้รู้ (หลวงพ่อหลวงพี่) หรืออาจจ๊ะเอ๋กับดอกไม้ไทยๆที่หาดูได้ยากยิ่งด้วย

  สัปดาห์นี้ขออนุญาตพาไปชมดอกไม้ไทยในวัดใกล้ๆบ้านเพราะวัดนี้มีดอกไม้ไทยโบราณชนิดหนึ่งที่หาดูได้ยากแล้วในบ้านนี้เมืองนี้ และกว่าจะได้เห็นดอกผลิบานหรือกว่าจะได้สัมผัสกลิ่นหอมสักครั้งก็ต้องตั้งหน้าตั้งตาเฝ้ารอกันข้ามปี อย่างเช่น "ดอกจันทน์กะพ้อ" ที่ "วัดจันทน์กะพ้อ" ค่ะ

  วัดจันทน์กะพ้อเป็นวัดเก่าแก่ตั้งอยู่ริมฝั่งทางด้านตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาในตำบลบางเตย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี สร้างโดยชาวมอญในสมัยรัชกาลที่ ๒ แต่เดิมมีชื่อว่า "วัดโกวะ" ซึ่งแปลว่า "จันทน์กะพ้อ" ชาวมอญถือว่า ต้นโกวะเป็นไม้มงคลเหมือนต้นราชพฤกษ์ ภายในวัดยังมีหอวัฒนธรรมและที่เก็บรวบรวมศิลปวัตถุมอญอยู่มากมาย มีโครงการอนุรักษ์ปลาหน้าวัดด้วย นอกจากนี้ยังเป็นวัดที่ประกอบพิธีสำคัญของชาวปทุมธานี เช่น แข่งธงตะขาบ งานตักบาตรพระร้อย เป็นต้น


  เมื่อเดินเข้าไปในวัดจะเหมือนย้อนเวลาถึงอดีตเพราะในวัดเน้นปลูกต้นไม้ร่มครึ้มเหมือนป่า แถมอากาศก็สดชื่นและเย็นสบายด้วยเพราะอยู่ติดแม่น้ำ บริเวณลานดินเล็กๆใต้ต้นจันทน์กะพ้อมีเก้าอี้จัดวางกระจัดกระจายไว้ให้พุทธศาสนิกชนมานั่งหย่อนใจ ต้นจันทน์กะพ้อมีนับสิบๆต้นและแต่ละต้นก็สูงใหญ่ ประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์เรื่อยไปจนเกือบสิ้นเดือนของทุกๆปีช่วงเวลาที่ลมหนาวหอบพัดเอาความเย็นขึ้นมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา จันทน์กะพ้อทุกๆต้นจะเริ่มผลิดอกพร้อมกัน ชาวบ้านแถบนั้นหรือคนที่เคยมาก็จะรอชมดอกจันทน์กะพ้อบานค่ะ ที่บ้านอิฉันจะต้องกาดอกจันไว้ที่ปฏิทินกันเลย ปีไหน ถ้าดินฟ้าอากาศเป็นใจดอกจันทน์กะพ้อก็จะมาตามนัด แต่บางปีไปแล้วก็เก้อ เพราะดอกจันทน์กะพ้อไม่มาตามนัด แต่เราก็ไม่ยอมยกธงขาว (ยอมแพ้) ในปีถัดไปก็จะแวะเข้ามาไปดูกันใหม่อีกรอบ

  จันทน์กะพ้อเป็นไม้ยืนต้นทรงคุณค่ามาแต่โบราณ มีเรือนยอดเป็นทรงพุ่มแผ่กว้าง ใบเป็นใบเดี่ยวๆสีเข้มและสาก ดอกจะออกตามกิ่งเป็นช่อสั้นๆเรียงไปตามกิ่งก้านและจะค่อยๆทะยอยบานครั้งละ ๑-๒ ดอก หนึ่งช่อดอกจะออกดอกเป็นกระจุกๆ ถ้าสัมผัสกลีบดอกจะรู้สึกนุ่มนิ่มนิ้วมือเพราะมีขนสีน้ำตาลละเอียดห่มคลุมอยู่ ดอกเดี่ยวๆกลีบดอกจะเรียงเวียนซ้อนเกยกัน (ดูคล้ายๆดอกลั่นทม) ถ้าสังเกตดีๆกลางดอกด้านในจะมีสีอมสีชมพูนิดๆด้วย เวลาที่ดอกบานเต็มต้นจะส่งกลิ่นหอมอวลอยู่ทั้งวัน แต่ตกดึกกลิ่นจะยิ่งหอมแรงขึ้นค่ะ คนสมัยก่อนรุ่นปู่ย่าตาทวด ถ้าบ้านไหนปลูกจะนิยมเก็บดอกมาใช้สำหรับอบเสื้อผ้าให้หอมเพื่อสุนทรียภาพทางอารมณ์ หรือนำมาปรุงเป็นยาเพื่อการบำบัด เช่น ยาหอม ยาแก้ลมหรือยาบำรุงหัวใจ เวลาที่ดอกโรย กลีบดอกจะร่วงพรูสู่พื้น ดูสวยและโรแมนติคมากๆเชียวค่ะ

  อิฉันเชื่อว่าท่านผู้อ่านที่อยู่ในรุ่น ส.ว. (สูงวัย) บางท่าน คงเคยฟังเพลง "จันทน์กะพ้อร่วง" มาบ้างนะคะ บทเพลงนี้คลาสสิคและเนื้อเพลงก็เพราะกินใจ ทำนองโดย ครูเอื้อ สุนทรสนาน คำร้องโดย ครูแก้ว อัจฉริยะกุล ส่วนนักร้องเสียงสะกดจิตสะกดใจ ก็คือ คุณมัณฑนา โมรากุล ท่านร้องเพลงนี้ได้เพราะพริ้งมาก ฟ้งแล้วจะรู้สึกอินสุดสุด 

  ต้นจันทน์กะพ้อในวัดแห่งนี้มีสุขภาพดีมาก อิฉันเคยถามหลวงพ่อท่านว่า ถ้าจะหาไปปลูกไว้ในบ้านจะได้หรือไม่? ท่านบอกว่า จะเป็นไรไปโยม ยิ่งปลูกไว้ในบ้านสิยิ่งดี พอถึงเวลาเขาออกดอก บ้านโยมก็จะยิ่งมีเสน่ห์ เพราะจะมีแขกเหรื่อมาเยี่ยมชมเยี่ยมหอมแบบแน่นขนัด. เดี๋ยวนี้จันทน์กะพ้อหายากแล้ว รับรองถ้าหามาปลูกได้ ก็ให้รีบหามาปลูกเลย ยิ่งปลูกไว้ใกล้ๆห้องนอนนะ เวลากลิ่นโชยเข้าห้องจะนอนหลับจนฝันละเมอทีเดียว
  วัดนี้พระท่านให้ความสำคัญและเอาใส่ใจดูแลต้นไม้ทุกๆต้นอย่างจริงจัง รวมถึงความสะอาดสะอ้านของวัดด้วย จึงทำให้เกิดมูลค่ากลายเป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญ

  ขอสรุปรวมความสั้นๆว่า ต่อไป ถ้าทุกๆวัดในแผ่นดินนี้ช่วยกันปลูกป่า จัดสวน ปลูกต้นไม้ ปลูกดอกไม้ โดยเจียดพื้นวัดสัก ๑๐-๒๐% ปลูกต้นหมากรากไม้เลย รับรองประเทศไทยจะมีป่าใกล้ๆบ้านเพิ่มมากขึ้นแบบยกกำลัง ยิ่งบางจังหวัดที่มีวัดมากๆและวัดอยู่ติดๆกันด้วยแล้ว ต่อไปจะเป็นโซนสีเขียวที่ดูเจริญหูเจริญตาและมีชีวิตชีวาอย่างที่สุดเลยเจ้าค่ะ...สาธุ สาธุ สาธุ