ซุปผักเต้าหู้ปลา

อาหารตาม(พ่อ)สั่ง

ไม่รู้ว่าแถวบ้านคุณผู้อ่านจะเป็นอย่างบ้านตะหลิวหรือเปล่า คือในช่วงนี้น่ะ (ตอนปั่นต้นฉบับคือต้นสิงหาจ้ะ) ฝนชอบตกตอนกลางคืนทำให้อากาศอุ่นๆ เพราะตอนกลางวันแดดแรงมากกลายเป็นอากาศหนาวจับใจในตอนค่ำทันที

งานนี้ทำเอาตะหลิวต้องระวังสุขภาพตัวเองเป็นพัลวัน เริ่มจากตอนก่อนนอนตะหลิวจะต้องใช้ผ้าเช็ดหน้าแบบผ้าขนหนูมาเหยาะด้วยน้ำมันระเหยหอมที่ผสมยูคาลิปตัส แล้วนำมาพันรอบคอ ก่อนจะกลัดด้วยเข็มกลัดเพื่อกันหลุดในตอนหลับ

ตะหลิวทำแบบนี้ทุกคืนจนตอนนี้เริ่มติดเพราะปรากฏว่าจากเมื่อก่อนที่ตะหลิวชอบมีอาการเจ็บคอในตอนเช้า เดี๋ยวนี้ไม่มีอาการแบบนี้อีกเลย

แต่นอกจากการทำร่างกายให้อบอุ่นในตอนนอนแล้ว ตะหลิวยังเคล็ดลับอีกอย่าง นั่นก็คือการทานซุปร้อนๆ ในตอนเช้านั่นเอง ซึ่งซุปที่ตะหลิวปรุงเอาไว้รับประทานเองก็มีอยู่หลายซุป โดยหนึ่งในซุปที่ตะหลิวจะนำเสนอในคราวนี้ก็คือ "ซุปผักเต้าหู้ปลา" จ้ะ

ก่อนอื่นเราต้องเตรียมเครื่องปรุงกันก่อน

สูตรอาหาร

  • เต้าหู้ปลา (แบบต้ม) 200 กรัม
  • แครอทหัวกลาง 1 หัว (ประมาณ 200-300 กรัม)
  • หัวไช้เท้าหัวกลาง 1 หัว (ประมาณ 400 กรัม)
  • ขึ้นฉ่าย 4-6 ต้น
  • รากผักชี 3-4 ราก
  • เห็ดฟางดอกเล็ก 10-20 ดอก
  • ต้นหอม 3-4 ต้น
  • พริกไทยดำ (แบบเม็ด) 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำสะอาด 2 - 2.5 ลิตร
  • เมื่อเครื่องปรุงพร้อม เราก็มาเริ่มกันเลยจ้ะ

วิธีการมีดังนี้

  1. สำหรับเต้าหู้ปลานั้น ต้องเลือกแบบที่ไม่ทอดนะจ้ะ ตะหลิวเห็นมีขายในห้างเยอะแยะ คือให้เลือกแบบที่เป็นเต้าหู้ปลาสีขาว แบบที่เป็นสีเหลืองทองนั้น เป็นแบบทอดแล้ว อย่าได้เลือกมาเชียว เพราะจะทำให้น้ำแกงขุ่นได้
  2. เมื่อได้เต้าหู้ปลามาแล้ว ก็ให้ล้างน้ำก่อน 1 รอบ เพื่อชะเอาน้ำมันที่ติดอยู่บนผิวเต้าหู้ปลาออกซะก่อน แล้วใส่ภาชนะพักเอาไว้
  3. ปอกเปลือกหัวไช้เท้าและแครอทให้เกลี้ยงๆ แล้วหั่นเป็นแว่น หนาเกือบ 1 เซ็นต์
  4. หั่นขึ้นฉ่ายเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 1 นิ้ว
  5. ทุบรากผักชีให้พอบุบ
  6. เห็ดฟางให้ล้างให้สะอาด แล้วหั่นตามยาว
  7. บุบเม็ดพริกไทยดำแบบหยาบๆ
  8. นำของทั้งหมดใส่ลงในหม้อใบโตๆ โดยเรียงลำดับดังนี้ เริ่มจากขึ้นฉ่าย พริกไทยดำ รากผักชี เห็ดฟาง แครอท หัวไช้เท้า ตบท้ายด้วยเต้าหู้ปลา
  9. ปรุงรสด้วย ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว และเกลือ
  10. เทน้ำสะอาดลงไป โดยเทราดไปที่เครื่องปรุงที่อยู่ด้านบน เพื่อให้ละลายน้ำลงไปให้หมด เทจนระดับน้ำพอดีกับไช้เท้าที่อยู่ด้านบน
  11. ตั้งเตาด้วยไฟอ่อน (ปิดฝาหม้อด้วยก็ดี)
  12. ต้มไปเรื่อยๆ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
  13. ระหว่างนี้ก็ซอยต้นหอมใส่ถ้วยพักไว้ในตู้เย็น
  14. เวลาจะรับประทาน ก็ตักใส่ถ้วยตอนร้อนๆ แล้วโรยด้วยต้นหอมซอยจ้ะ

สูตรนี้คุณผู้อ่านสามารถรับประทานเป็นซุปร้อนๆในตอนเช้าได้เลยจ้ะ ซดคล่องคอดีมากเลยเชียว หรือถ้าจะต้มมะกะโรนีแล้วนำมาราดเป็นน้ำซุป ก็จะได้ซุปมะกะโรนีอร่อยๆทันที


แก้ปัญหาหม้อข้าวบูด

  • เรื่องแปลกอย่างหนึ่งสำหรับหม้อหุงข้าว คือ ถ้าเราเผลอปล่อยให้ข้าวบูดคาหม้อเมื่อไหร่ เวลาที่เราหุงข้าวในครั้งต่อไป ข้าวจะบูดง่ายมาก
  • เรื่องนี้ตะหลิวเองก็งงว่าทำไมเป็นอย่างนั้นไปได้ พยายามคิดหาเหตุผลอย่างไรก็คิดไม่ออก จะว่าผิวหม้อหุงข้าวข้างในมีรูพรุนที่เล็กมาก สามารถเป็นที่หลบซ่อนของเชื้อโรคที่ทำให้ข้าวบูด ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะเวลาที่เราหุงข้าวในครั้งต่อไป ความร้อนก็น่าจะฆ่าเจ้าเชื้อพวกนี้ได้นี่นา
  • สุดท้ายตะหลิวก็เลิกคิดเรื่องนี้ เพราะอย่างไรก็คงไม่ได้คำตอบแน่นอน
  • แต่ที่ตะหลิวอยากจะบอกคุณผู้อ่านคือ ถ้าคุณผู้อ่านท่านใดเผลอปล่อยให้ข้าวบูดคาหม้อ แล้วพบปัญหาข้าวบูดง่ายมากในการหุงข้าวครั้งต่อไปล่ะก็ ให้ใช้กล้วยน้ำว้าดิบ (ขอเน้นว่า ต้องดิบ) 2-3 ผล ใส่ลงไปในหม้อหุงข้าว เติมน้ำเยอะๆ จนสูงกว่าระดับข้าวที่เราหุงตามปกติ จากนั้นก็นำกล้วยแช่น้ำนี่แหละจ้ะไปให้ความร้อนเหมือนตอนหุงข้าวจนเดือดปุดๆนานๆเลย
  • สุดท้ายก็ปล่อยให้เย็น แล้วเทน้ำและกล้วยทิ้งไป (อย่าเสียดายแล้วนำมารับประทานล่ะ) เพียงเท่านี้ปัญหาข้าวบูดง่ายก็จะหายไปแล้วจ้ะ