ไหมมัดหมี่ บ้านเขว้า

เส้นไหม ใยฝ้าย
ช่างภาพ: 

การทอผ้าไหมมัดหมี่ของ ชาวบ้านเขว้า อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพชน นานเกือบ 200 ปี ตั้งแต่สมัยพระยาภักดีชุมพล (แล) ชาวนครเวียงจันทน์ ซึ่งเคยรับราชการเป็นพี่เลี้ยงราชบุตรในเจ้าอนุวงศ์แห่งอาณาจักรล้านช้าง (ขณะนั้นเป็นประเทศราชของไทย) พระยาภักดีชุมพล เป็นผู้สร้างเมืองชัยภูมิ และเป็นเจ้าเมืองชัยภูมิ คนแรก

นับแต่มีการก่อตั้งชุมชนขึ้น ชาวบ้านเขว้าก็เริ่มทอผ้าเพื่อใช้ในครัวเรือน แล้วนำไปใช้ในงานประเพณีต่างๆ เช่น งานแต่งงาน ใช้เป็นเครื่องแต่งกายของเจ้าบ่าว เจ้าสาว ใช้เป็นของไหว้สำหรับญาติฝ่ายชายในงานแต่งงาน งานบวช ใช้แต่งตัวนาคและผู้ที่ไปร่วมงานบุญ งานทาน งานประเพณีต่างๆ ผู้คนจะแต่งกายด้วยผ้าไหม ทั้งหญิงและชาย เป็นการประกวดประชันทั้งฝีมือการทอและการตัดเย็บกันไปในที

ผ้าไหมของบ้านเขว้า เริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลาย เมื่อประมาณ พ.ศ.2523 "ถนอม แสงชมพู" นายอำเภอขณะนั้น ได้นำผ้าไหมส่งศูนย์ศิลปาชีพฯ สวนจิตรลดา ด้วยคุณภาพของผ้าไหม ลวดลายที่แปลกตา และฝีมือที่ประณีต จึงได้รับความสนใจ มีผู้สั่งทอเป็นจำนวนมาก

ต่อมาใน พ.ศ.2530 ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ในขณะนั้น (ร.ต.สุนัย ณ อุบล รน. ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ด้านผ้าไหม และผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไหม) ได้ให้การส่งเสริมการผลิตและได้ส่งผ้าไหมบ้านเขว้าเข้าประกวดที่โครงการศิลปาชีพ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จังหวัดสกลนคร ได้รับรางวัลชนะเลิศ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาผ้าไหมบ้านเขว้าได้รับการคัดเลือกส่งเข้าประกวด และได้รับรางวัลชนะเลิศเกือบ ทุกปี ด้วยเอกลักษณ์ของลายผ้าที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ของชุมชนเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดจินตนาการคิดค้นออกมาเป็นลวดลายต่างๆ บนผืนผ้าถ่ายทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน


พ.ศ.2547 อำเภอบ้านเขว้าได้รับเกียรติอันสูงยิ่ง ให้เป็นผู้ทอผ้าไหม "ไม้แรกของประเทศ" ในการทอผ้าตามโครงการ "ถักร้อยดวงใจ มหกรรมผ้าไทย เทิดไท้องค์ราชินี" ซึ่งจังหวัดต่างๆทอผ้าแล้วนำมาต่อกันเป็นผืนเดียวมีความยาวหลายร้อยเมตรนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 6 รอบ 72 พรรษา