เติมความสดชื่นด้วย "น้ำหมักผลไม้"

อาหารบำบัด
ช่างภาพ: 

อาจจะช้าไปสักหน่อยกับการพูดถึงเครื่องดื่มน้องใหม่มาแรงในหมู่คนรักสุขภาพ ที่เรียกว่า infused water หรือน้ำหมักผลไม้ แต่ยังไงก็ต้องขอนำมาฝากแฟนๆหญิงไทย ไม่ให้ตกเทรนด์กันนะคะ

เป็นที่ทราบกันดีว่า คัมภีร์สุขภาพดีต้องมีน้ำเป็นหัวใจสำคัญ เพราะน้ำเป็นปัจจัยที่จำเป็นที่สุดสำหรับ ร่างกาย วันหนึ่งๆ เราควรดื่มน้ำให้ได้วันละประมาณ 2 ลิตร จึงจะเพียงพอต่อการใช้งานในแต่ละวัน เพราะร่างกายของเราจะใช้น้ำสำหรับกระบวนการเผาผลาญต่างๆ ประมาณครึ่งลิตร ครึ่งลิตรเราจะเสียไปกับน้ำที่มองไม่เห็น เช่น เหงื่อระเหยออกไป ส่วนอีก 1 ลิตร จะเป็นน้ำปัสสาวะที่เราจะต้องขับทิ้งในแต่ละวัน แต่สำหรับร่างกายบางคนที่อาจจะเสียน้ำไปมากกว่านั้น เช่น เสียเหงื่อเยอะกว่าปกติจากการทำงานกลางแจ้ง หรือเล่นกีฬา ก็ต้องดื่มน้ำเข้าไปทดแทนให้มากขึ้นอีก

ปัญหาอยู่ที่ว่า คนบางคนไม่เอ็นจอยกับการดื่มน้ำเปล่าเท่าไหร่ โดยเฉพาะการดื่มน้ำตอนเช้า ซึ่งมีหลายคนบ่นว่า ดื่มได้นิดๆหน่อยๆเท่านั้น ดื่มมากทีไรรู้สึกพะอืดพะอมทุกที คงเป็นเพราะน้ำเปล่าไม่มีรสชาติชวนให้ดื่ม หรือไม่อร่อยนั่นเองค่ะ น้ำหมักผลไม้จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ดื่มน้ำยาก เพราะด้วยรสชาติเปรี้ยวนิด หวานหน่อย ประกอบกับกลิ่นหอมของผลไม้ ช่วยให้น้ำมีรสชาติที่อร่อยขึ้น สามารถทำให้คนดื่มน้ำได้เยอะเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย นอกจากนั้นยังเป็นสิ่งทดแทนที่ดีสำหรับคนที่ต้องการเลี่ยงน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มหวานๆ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ เพราะน้ำหมักผลไม้มีความหวานโดยธรรมชาติ ปราศจากแคลอรี ดื่มแล้วไม่เพียงแต่จะช่วยให้ร่างกายสดชื่น อวัยวะต่างๆทำงานได้ดีเท่านั้น แต่ยังมีสารอาหารที่มีประโยชน์อีกด้วย

ต่อไปนี้ขอพาคุณผู้อ่านมารู้จักวิธีการทำน้ำหมักผลไม้ จากประเด็นคำถามยอดฮิตกันนะคะ

ผลไม้อะไรบ้างที่สามารถนำมาทำนำหมักเพื่อสุขภาพ?

ผลไม้ในบ้านเรามีหลากหลายชนิด ดังนั้น จึงมีการเลือกใช้ผลไม้แตกต่างกันไปตามความชอบ บางสูตรก็ใช้มะนาว ส้ม หั่นเป็นแว่นๆ บางสูตรก็ใช้ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น สตรอว์เบอร์รี่ ซึ่งจะให้รสชาติที่หอม อร่อย แต่เก็บได้ไม่นาน เพราะจะเน่าเสียได้ง่าย แต่โดยทั่วไปผลไม้ที่นิยมและหาได้ไม่ยาก ก็เช่น สับปะรด แตงโม ผลไม้รสเปรี้ยวอย่างส้ม มะนาว แอปเปิ้ล กีวี่ เป็นต้น

มีวิธีทำเองแบบง่ายๆ อย่างไร?

ใช้ขวดโหลที่ทำด้วยแก้ว มีฝาปิด ล้างให้สะอาด เลือกผลไม้สภาพดี หลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรอยเน่าเสีย หรือสุกงอมจนเกินไป หรือดูไม่สด นำมาล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ถ้าเป็นส้ม มะนาวก็หั่นเป็นแว่นบางๆ เพื่อให้ได้รสชาติของผลไม้ออกมามากขึ้น ใส่ผลไม้ลงไปในขวดก่อน แล้วเทน้ำตามให้ท่วมผลไม้

ควรแช่ไว้นานแค่ไหน?

ตามหลักการ ควรแช่อย่างน้อย 1 - 2 ชั่วโมง ในอุณหภูมิห้อง หรือ 3 - 4 ชั่วโมงหากแช่ไว้ในตู้เย็น จึงจะได้ทั้งสี และรสชาติของผลไม้ แต่ถ้าอยากได้รสชาติที่เข้มขึ้น ควรแช่ไว้ข้ามคืน หรือ 12 ชั่วโมงขึ้นไป แต่ในกรณีที่หมักเกิน 4 ชั่วโมงขึ้นไป หรือหมักไว้ทั้งคืน ควรตักเนื้อผลไม้ออกเพื่อป้องกันผลไม้เน่า และน้ำหมักที่ได้สามารถแช่ตู้เย็นเก็บไว้ดื่มได้อีก 3 วัน

น้ำที่หมักแล้ว เก็บไว้ได้นานกี่วัน?

ความหมายที่สำคัญของการดื่มน้ำหมักผลไม้ก็คือ ความสด เช่นเดียวกับการรับประทานผลไม้สด ดังนั้น เวลาที่เหมาะสมที่สุด คือ ดื่มภายในวันที่ทำ หรือถ้าหมักไว้ข้ามคืนก็ดื่มในวันรุ่งขึ้น แต่ถ้าดื่มไม่หมดสามารถแช่ตู้เย็นเอาไว้ดื่มได้ภายใน 3 วัน

โดยทั่วไป ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะนาว จะอยู่ในน้ำหมักได้นานกว่าผลไม้สดชนิดอื่นๆ ซึ่งจริงๆแล้ว มะนาวก็เป็นเหมือนสารกันบูดที่ช่วยให้น้ำหมักมีความสดอยู่ได้นานขึ้น แต่ต้องระวังเปลือกมะนาว ที่อาจจะทำให้น้ำมีรสขมหลังแช่ไว้ 2 - 3 ชั่วโมงแล้ว ถ้าใครกลัวขม ปอกเปลือกเลยก็ได้ค่ะ

สามารถเติมน้ำได้อีกกี่ครั้ง?

แต่ละครั้งที่เติมน้ำใหม่ ย่อมหมายถึงรสชาติที่จืดลงเรื่อยๆ เคล็ดลับก็คือ อย่ารอจนน้ำชุดเก่าหมดแล้วค่อยเติมน้ำใหม่ แต่ควรเติมตอนที่น้ำเก่ายังเหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง ซึ่งการเติมน้ำใหม่นี้ไม่ควรเกินกว่า 3 ครั้ง และเหมาะสำหรับผลไม้ที่มีรสเข้มอย่าง มะนาว สับปะรด และส้ม แต่ไม่เหมาะกับแตงโม ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ และผลไม้ที่มีเนื้อเยอะๆ เพราะผลไม้พวกนี้จะเน่าเร็วกว่ามาก

ทำแบบไม่ต้องรอนานได้ไหม?

ถ้าอยากให้น้ำหมักมีสี และรสชาติของผลไม้เร็วขึ้น เมื่อทำเสร็จแล้ววางไว้ในอุณหภูมิห้องก่อนสัก 1 ชั่วโมง แล้วค่อยรีบเอาไปแช่ตู้เย็นทันที แต่สำหรับน้ำหมักที่วางไว้ในอุณหภูมิห้องเกินกว่า 4 - 5 ชั่วโมงแล้ว ไม่ควรนำมาดื่มนะคะ เพราะอาจจะมีเชื้อราและเชื้อแบคทีเรียเกิดขึ้นแล้ว (ซึ่งมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น) แช่ตู้เย็นปลอดภัยที่สุดค่ะ

ใช้ผลไม้แช่แข็งแทนได้หรือไม่?

ผลไม้แช่แข็งก็ใช้ได้ แต่ให้รสผลไม้ได้ไม่เท่ากับผลไม้สด และมักจะยุ่ยเป็นเศษผลไม้ปะปนอยู่ในน้ำ ทำให้ไม่น่าดื่มเท่าไหร่

ต้องใช้ผลไม้ออร์แกนิคหรือปลอดสารพิษเท่านั้นหรือ?

ถ้าใช้ผลไม้ออร์แกนิคหรือปลอดสารพิษได้ ก็นับว่าดีที่สุด ปลอดภัยที่สุดโดยเฉพาะถ้าคุณใช้ผลไม้ทั้งเปลือก ไม่อย่างนั้นน้ำที่ได้ก็จะกลายเป็นน้ำสารพิษแทนที่จะเป็นน้ำหมักผลไม้ แต่ถ้าหาไม่ได้หรือไม่แน่ใจ ปอกเปลือกดีกว่าค่ะ หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องล้างให้สะอาดด้วยน้ำผสมน้ำส้มสายชู

น้ำหมักผลไม้มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างไร?

แน่นอนว่า ผลไม้ที่ถูกแช่อยู่ในน้ำจะปล่อยสารอาหารออกมาในน้ำโดยตรง ซึ่งนักโภชนาการประมาณเอาไว้ว่า เราจะได้รับสารอาหารประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของน้ำที่ได้จากการคั้นผลไม้สด ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่มีแคลอรี หรือฟรุกโตส

นอกจากนั้น ผลไม้อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระโดยธรรมชาติ เมื่อคุณดื่มน้ำหมักผลไม้ก็หมายถึง คุณกำลังได้รับสารต้านอนุมูลอิสระหลากหลายชนิดเลยทีเดียว ซึ่งโดยหลักแล้ว ก็เหมือนกับว่าคุณกำลังทำน้ำวิตามิน แต่เป็นวิตามินที่มีราคาถูกมาก แถมยังไม่มีส่วนผสมอื่นใดแอบแฝงอีกด้วย


ใครที่มีปัญหาเรื่องดื่มน้ำเปล่าไม่อร่อย คงจะยิ้มได้แล้วนะคะ และถึงคนที่ไม่มีปัญหาก็ยังได้ประโยชน์มากมายจากน้ำหมักผลไม้ จึงนับเป็นอีกหนึ่งวิธีดูแลสุขภาพ ที่ประหยัดและไม่ยุ่งยากกับชีวิตเลย ลองทำดูนะคะ