ทางออกการพิชิตไวรัสร้าย

รอบรู้เพื่อสุขภาพ

นาทีนี้...คงจะไม่มีประเด็นไหน ที่เป็นที่จับตามอง ของสาธารณชน มากกว่า...ข่าวในการยืนยัน ที่ได้พบผู้ติดเชื้อโรคทางเดินหายใจ ทางตะวันออกกลาง หรือที่เรียกกันว่า MERS (Middle East Respiratory Syndrome) ในประเทศไทยรายแรก ภายหลังที่มีการแพร่ระบาดอย่างหนัก ในเกาหลีใต้ และมีรายงานพบผู้ติดเชื้อไวรัสเมอร์ส ทั้งในประเทศจีน มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งบ่งชี้ว่า...โรคดังกล่าวได้เริ่มแผ่ลามเข้ามาในเอเชีย

เพราะก่อนหน้านี้ การแพร่ระบาดของไวรัสเมอร์ส ส่วนใหญ่จะอยู่ในแถบตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเป็นชาติแรกที่ไวรัสมรณะนี้ ได้มาปรากฏตัวเป็นครั้งแรก ในปี 2555 เชื่อกันว่า...ต้นกำเนิดโรคมาจากอูฐ และค้างคาว นอกจากนั้นยังพบผู้ป่วยในแถบยุโรปอีกด้วย รวมแล้วมีผู้ป่วยทั่วโลกประมาณ 1,388 ราย ใน 26 ประเทศ และเสียชีวิตไป 475 ราย ก็ส่งผลต่อทั่วโลกตื่นตัวหันมาเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังที่เข้มงวด

แม้ว่า...คนทุกช่วงอายุ จะสามารถติดเชื้อไวรัสเมอร์สได้ แต่ผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ผู้สูงอายุและคนที่มีโรคประจำตัว อย่างเบาหวาน มะเร็ง ปอดอักเสบเรื้องรัง หอบหืด ไตวายเรื้อรัง จะมีอัตราเสี่ยงติดเชื้อ MERS-CoV สูงกว่าคนทั่วไป และมีแนวโน้มที่โรคจะแสดงอาการได้รุนแรง จนทำให้ระบบหายใจและการทำงานของอวัยวะสำคัญ เช่น ปอด ไต ล้มเหลว และเสียชีวิตในที่สุด โดยโรคนี้มีอัตราการเสียชีวิตราวร้อยละ 40

เหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้ผู้คนตื่นกลัว เพราะว่าไวรัสเมอร์สติดต่อได้ง่าย จากการสัมผัส ไอจามจากคนสู่คน ที่สำคัญปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาจำเพาะ ที่จะช่วยป้องกันและรักษาโรคได้โดยตรง ทำได้เพียงรักษาประคับประคองตามอาการ จนกว่าภูมิต้านทานของผู้ป่วย ได้พัฒนาถึงระดับที่สามารถต่อสู้ และทำลายเชื้อได้เอง

ประธานและกรรมการผู้จัดการ เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ หรือนักวิทยาศาสตร์ไทยคนแรก ที่คิดค้นการดูแลสุขภาพ ด้วยแนวคิดในการสร้างภูมิสมดุล (Balancing Immunity) ศาสตราจารย์ ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา กล่าวว่า "นอกเหนือจากมาตรการ 'กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือด้วยน้ำสบู่ ใช้หน้ากากอนามัย เมื่อมีอาการป่วย' ที่ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้แนะนำให้ประชาชนปฏิบัติ เพื่อป้องกันโรคแล้ว เรายังสามารถดูแลตัวเองจากภายใน ด้วยการปรับภูมิคุ้มกันร่างกายให้สมดุล เพราะในร่างกายของคนเรา ได้มีเม็ดเลือดขาวอยู่ประมาณ 20,000-55,000 ล้านเม็ด ซึ่งก็ถือเป็นกองทัพที่ยิ่งใหญ่มาก ที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาให้เรา เพื่อให้ร่างกายมีความเพียงพอ ที่จะต่อกรและเอาชนะกับโรคภัยต่างๆได้ บนพื้นฐานในแนวคิดของการใช้อาหารเป็นยา ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่ได้รับการยอมรับ มาตั้งแต่ครั้งอดีตจนกระถึงปัจจุบัน"

ศาสตราจารย์ ดร.พิเชษฐ์ เห็นว่า...การสร้างภูมิคุ้มกันให้สมดุลเรียกว่า "ภูมิสมดุล" (BIM:Balancing Immunity) มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ในการพิชิตไวรัสและโรคร้ายต่างๆ อันเป็นที่มาของการวิจัยพัฒนาสารสกัดจากพืชธรรมชาติ 5 ชนิด ได้แก่ มังคุด ถั่วเหลือง งาดำ ฝรั่ง และบัวบก ซึ่งเมื่อออกฤทธิ์เสริมกันแล้ว จะมีผลต่อการเพิ่มระดับภูมิคุ้มกันในร่างกาย และก็ไม่มีผลข้างเคียงอันตรายต่อผู้ใช้ ด้วยเป็นสารสกัดมาจากพืชธรรมชาติ

จากผลการวิจัยของคณะวิจัย Operation BIM ซึ่งได้วิจัยร่วมกับทางศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผลทดสอบกับอาสาสมัคร ปรากฏว่า...ผู้ที่ได้รับประทานสารสกัดนี้อย่างต่อเนื่อง มีปริมาณเม็ดเลือดขาว ซึ่งทำหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย Th1,Th17 และ Th9 ถูกกระตุ้นให้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเม็ดเลือดขาว อย่างชนิด Th17 ได้ถูกกระตุ้นให้มีปริมาณเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า

ทั้งนี้เม็ดเลือดขาวอย่าง Th17 จะทำหน้าที่เปรียบเสมือนเป็นทหารสื่อสาร ซึ่งไม่ได้มีหน้าที่กำจัดเชื้อโรคต่างๆโดยตรงเท่านั้น แต่จะไปกระตุ้นให้เซลล์เม็ดเลือดขาวเพชฌฆาตเพิ่มจำนวนขึ้น ช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกัน ในการต่อต้านการติดเชื้อ ทำให้ร่างกายต่อสู้กับโรคภัยและป้องกันการรุกรานของเชื้อโรคดียิ่งขึ้น

มีข้อมูลภูมิคุ้มกันวิทยาล่าสุดระบุว่า วัคซีนจะมีประสิทธิภาพ ในการต่อต้านการติดเชื้อได้โดยการกระตุ้นเม็ดเลือดขาว Th17 ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า มีบทบาทในการสร้างภูมิต้านทาน ด้วยเหตุนี้คณะนักวิจัย เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จึงได้พัฒนาสารสกัดจากพืชที่กินได้ เพื่อนำมาใช้เสมือนเป็นวัคซีน ซึ่งสร้างภูมิต้านการติดเชื้อ ได้หลากหลายชนิด หรือใช้ในการสร้างภูมิคุ้มกัน การต่อต้านการติดเชื้อจากแบคทีเรีย รา และไวรัส

วัคซีนธรรมชาติดังกล่าว ที่ไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านเชื้อแบคทีเรีย รา และไวรัสในหลากหลายชนิด ได้ทำลายเซลล์มะเร็งอย่างมีประสิทธิภาพ ผลิตภัณฑ์ลักษณะเดียวกันก่อนหน้านี้ ประสบความสำเร็จในการใช้เพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งนับร้อยราย ในประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย จีน และประเทศอื่นๆทั่วโลกมาแล้ว

ศาสตราจารย์ ดร.พิเชษฐ์ ทิ้งท้ายไว้ว่า...การสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อป้องกันและดูแลสุขภาพ ด้วยแนวคิดนี้ ยังใช้ได้กับการติดเชื้อไวรัส ที่ทำให้เป็นโรคร้ายแรงอื่นๆได้ด้วย นับเป็นมิติใหม่ของการดูแลสุขภาพ และป้องกันโรคจากภายในอย่างแท้จริง ควบคู่กับการรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ ออกกำลังกายพอเพียง ก็ใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขและสมดุล