5 วิธี ขจัดกลิ่นตัวง่ายๆ...แต่ได้ผล

ปกิณกะสุขภาพ

ประเทศไทยอากาศร้อนอบอ้าว อุณหภูมิภายนอกที่สูงขึ้น อุณหภูมิในร่างกาย ก็เลยสูงขึ้นด้วย พร้อมกับขับเหงื่อออกมา และก่อให้เกิดกลิ่นตัว

โดยต้นตอของกลิ่นนั้น จะมาจากบริเวณอับชื้น เช่น รักแร้ ขาหนีบ และในร่มผ้า ซึ่งสาเหตุไม่ใช่เหงื่ออย่างเดียว ตามที่หลายๆคนเข้าใจ พแพทย์หญิงลักษณ์สุภา ประภาวัต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและสุขภาพ อดีตอุปนายกสมาคมนักเคมีเครื่องสำอางแห่งประเทศไทย ได้กล่าวว่า "แท้จริงแล้ว เหงื่อไม่ใช่สาเหตุของกลิ่นตัว แต่ต้นเหตุอยู่ที่แบคทีเรียต่างหาก ที่เป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ นั่นเป็นเพราะเหงื่อ ประกอบไปด้วย น้ำ แร่ธาตุ และโปรตีนไขมัน ในร่างกายมนุษย์ ขณะที่แบคทีเรียบริโภคโปรตีนเป็นอาหาร เหงื่อจึงเป็นอาหารอย่างดีของแบคทีเรีย ต่อให้อยู่แต่ในห้องแอร์ ไม่ได้ออกไปเจอแดด ไม่มีเหงื่อออก แต่มีแบคทีเรีย ก็ทำให้เกิดกลิ่นตัวได้อยู่ดี แต่ถ้าเหงื่อออก ขณะที่มีแบคทีเรียอยู่ ก็จะทำให้กลิ่นตัวแรงขึ้น"

เดทตอล จึงมีวิธีขจัดกลิ่นตัว 5 ข้อ มาฝาก...

  1. อาบน้ำให้สะอาด แบคทีเรียที่สะสมบนผิว ก็จะมีน้อยลง แต่ไม่ต้องถึงขั้น อาบน้ำด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เพราะจะทำร้ายผิวอย่างแรง และฆ่าแบคทีเรียที่มีประโยชน์ไปด้วย แค่เพียงใช้สบู่หรือเจลอาบน้ำที่มีประสิทธิภาพ ลดการสะสมของแบคทีเรีย ก็ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดกลิ่นตัวได้ดี หรือเลือกสบู่ และเจลอาบน้ำที่อ่อนโยนต่อผิว เช่น เจลอาบน้ำที่มีลาสติ้งเฟรช ทำความสะอาดผิวล้ำลึก กำจัด และลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย ต้นเหตุของกลิ่นกาย ได้นานถึง 12 ชั่วโมง และมีสารสกัดจากแตงกวา ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว
  2. การใช้โรลออน ก็สามารถช่วยได้ เพราะมีสารยับยั้ง การเจริญเติบโตของแบคทีเรีย จะเลือกยี่ห้อที่มีขายทั่วไป...ก็ได้ หากใครที่ใช้สารเคมีต่างๆไปแล้วไม่ได้ผล ก็ลองมาใช้วิธีธรรมชาติดูกันบ้าง เผื่อจะเข้ากับตัวเรามากกว่าผลิตภัณฑ์เคมี ที่มีกลิ่นหอมรุนแรง เช่น หลังอาบน้ำ ใช้สารส้ม หรือปูนแดง นำมาผสมกับน้ำทาบริเวณใต้วงแขน
  3. ใส่เสื้อผ้าที่หลวมไม่รัดรูป จะทำให้อากาศผ่านได้สะดวก ช่วยให้ผิวแห้ง ไม่อับชื้น ไม่อบเหงื่อไว้กับตัว โดยเลือกใส่เสื้อผ้าที่ระบายความร้อนได้ดี ยิ่งถ้าเป็นผ้าจากเส้นใยธรรมชาติ อย่างผ้าฝ้าย หรือผ้าสำลี ยิ่งระบายอากาศได้ดีมากขึ้น
  4. อาหาร...ก็เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดกลิ่นตัว เครื่องเทศบางชนิด เช่น แกงกะหรี่ และกระเทียม หรืออาหารที่มีกลิ่นแรง รวมถึงสมุนไพรที่มีกลิ่นฉุน เช่น ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด เพราะมีสารกระตุ้นการระเหยของกลิ่นตัว รวมทั้งอาหารรสจัด เผ็ดร้อนเกินไป ลดอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ตับ ไข่ ช็อกโกเลต ถั่วลิสง เพราะอาหารเหล่านี้ กระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้ผลิตไขมันออกมาก โดยเฉพาะใต้วงแขน ทำให้มีกลิ่นตัวแรง
  5. ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ให้พลังงานสูง เช่น มะม่วงสุก ทุเรียน เนื้อสัตว์ติดมัน ของหวาน รวมถึงอาหารขยะต่างๆ ควรเลือกรับประทานอาหารหลากหลาย อย่างพวกผัก ผลไม้ ที่ให้พลังงานน้อย เช่น แตงโม สับปะรด ฝรั่ง นอกจากจะทำให้สุขภาพดีแล้ว ยังทำให้มีสารพิษตกค้างในลำไส้น้อยลงอีกด้วย และกลิ่นตัวก็จะได้ลดลงตามไป