เพราะคิดถึง...จึงกลับมา

บันทึกนักเดินทาง

ตอนที่ 6 : เส้นทางสาย Southern Scenic Route

นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่เหมาะกับการขับรถเที่ยว มีองค์ประกอบที่เหมาะสม คือ อากาศดี ที่พักหลากหลาย กิจกรรมเยอะ ความปลอดภัยสูง นิวซีแลนด์เป็นประเทศใน South West of Pacific Ocean จึงมีความสมบูรณ์ของธรรมชาติ รวมทั้งมีความหลากหลายของธรรมชาติ ทั้งแบบ Rain Forest, Alpine, Fiordland อยากแวะที่ไหนแวะได้ ทิวทัศน์สองข้างทางนั้นเปลี่ยนไปเกือบทุกโค้งที่คุณเลี้ยว ด้วยสภาพถนนที่ถูกวางไว้ให้เป็นไปตามสภาพธรรมชาติของภูมิประเทศ ถนนไฮเวย์นอกเมือง ส่วนใหญ่จะเป็นถนนสองเลน โดยมีเลนไว้ให้แซงเป็นระยะๆ เพื่อความปลอดภัย เวลาที่ใช้ในการขับรถจึงมักจะนานกว่าที่คิดไว้เสมอ ดังนั้น คุณควรเผื่อเวลาในการเดินทางให้เพียงพอ เพื่อจะได้ไม่ต้องเร่งรีบ และสามารถเพลิดเพลินไปกับการชมวิวระหว่างทางได้เต็มที่ ที่สำคัญ คือ การขับรถใช้พวงมาลัยขวาเหมือนบ้านเรา เส้นทางขับรถท่องเที่ยวในนิวซีแลนด์มีมาตรฐานสูง ถนนส่วนใหญ่ลาดยางอย่างดี ถนนทุกเส้นแม้แต่ในเขตชนบท มีป้ายบอกทางที่ชัดเจน และที่สำคัญ ประเทศนิวซีแลนด์ขับรถชิดซ้ายเหมือนในประเทศไทย ยิ่งไปกว่านั้น นิวซีแลนด์ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ที่นักเดินทางสามารถเลือกใช้เวลาไปกับกิจกรรมที่ตรงกับ Life Style และความชอบได้อย่างเต็มที่ ซึ่งในแต่ละฤดูกาลก็มีสิ่งที่น่าสนใจแตกต่างกันออกไป สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี มีเส้นทางขับรถสวยๆให้เลือกหลายสาย

สำหรับเส้นทางยอดนิยมในการขับรถเที่ยวเกาะใต้ มีดังนี้

  • เส้นแรก : Alpine Pacific Triangle : เป็นเส้นทางสั้นๆสำหรับผู้ชื่นชอบการดื่มไวน์ และชมทิวทัศน์ไร่องุ่น ในดินแดนแห่งไวน์ Waipara ต่อด้วยการไปแช่น้ำแร่ธรรมชาติ ที่เมือง Hamner Springs และขับรถเพลินๆ เลียบชายฝั่งแปซิฟิก แวะเยี่ยมชมแมวน้ำ ที่อาบแดดบนโขดหินริมทาง ศึกษาเรียนชีวิตสัตว์น้ำ กับกิจกรรมนั่งเรือ หรือนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมวาฬ ฝูงโลมาเริงร่า ที่ Kaikoura
  • เส้นที่สอง : Inland Scenic Route : อีกหนึ่งในเส้นทางสายยอดนิยมของนักเดินทางไทย เริ่มต้นจาก State Highway หมายเลข 72 ที่เมือง Amberley ทางตอนเหนือของ Christhchurch ขับลงใต้ไปเรื่อยๆ ผ่านเมือง Winchester ไปบรรจบกับ State Highway หมายเลข 1 ตลอดเส้นทางผ่านทิวทัศน์สวยงาม ผ่านเทือกเขา Southtern Alps ด้านซ้าย ส่วนด้านขวา เป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี ส่วนที่เรียกว่าที่ราบ Canterburry
  • เส้นที่สาม : Southtern Heritage Route : เส้นทางสายยอดนิยมอีกสายหนึ่ง เริ่มจาก State Highway หมายเลข 1 ที่เมือง Christhchurch วิ่งตรงไปเมือง Geraldine แวะทะเลสาบที่ติดอันดับสวยที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง Lake Tekapo ดื่มด่ำกับน้ำทะเลสีเทอร์คอยซ์ ฟ้าใส แวะฟาร์มปลาแซลมอนที่ตั้งบนที่สูง ที่ Twizle ขึ้นไปรับลมหนาวบน Mouth Cook เดินทางต่อไป Queenstown เมืองหลวงแห่งกิจกรรมที่สนุกสนาน ชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยงามที่ Arrow Town แล้วเลยไป Wanaka เมืองริมทะเลสวยอีกเมือง วิ่งยาวไปชมเมืองประวัติศาสตร์ มีทั้งสถานีรถไฟสวยที่ยังเปิดใช้งานอยู่ แวะชมมหาวิทยาลัยเก่าแก่ ที่ Dunedin
  • เส้นที่สี่ : Southtern Scenic Route : เป็นเส้นทางต่อเนื่องจาก Southtern Heritage Route เริ่มจากเขตเมืองเก่า Dunedin ขับเลาะเลียบชายฝั่ง ตะวันตกของเกาะใต้ มาจนถึงเมือง Invercargill แล้ววกกลับขึ้นไปเมือง Te Anau ลอดอุโมงค์ Humer ไปชม Milford Sound ที่สวยงามติดอันดับโลกอีกแล้ว
  • เส้นที่ห้า : West Coast Touring Route : State Highway หมายเลข 6 ที่วิ่งเลียบชายฝั่งตะวันตกของเกาะใต้ เริ่มจากเมือง Haast ขึ้นไปทางเหนือ ผ่านเมือง Fox Glacia และ Franz Josef เมืองคู่แฝดแห่งธารน้ำแข็งคู่ มีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการเดินชมธารน้ำแข็งทั้งที่เสียสตางค์และเดินชมฟรี นั่งเฮลิคอปเตอร์ชมธารน้ำแข็งแฝด จากนั้นผ่านเมืองแห่งหยก Hokitika ต่อไป Greymouth แล้วไปชม Pancake ที่ลือชื่อ ที่เมือง Punakaki
  • เส้นที่หก : The Great Alpine Highway : เริ่มต้นที่ฝั่ง East Coast จาก Christhchurch ผ่านไปทางเมือง Dafield -Springfield (เมืองที่มี Pie สุดแสนอร่อย) ผ่าน Cattle Hill กองหินประหลาด ไปตามทางสาย Arthur's pass ที่เป็นหนึ่งในถนนสามสายที่ตัดข้ามฝั่ง East Coast ไปยังฝั่ง West Coast ของเกาะใต้ (อีกสองสาย คือ Lewis Pass อยู่ค่อนไปทางเหนือของเกาะ อีกสายคือ Lindis Pass อยู่ช่วงใต้ของ Arthur's pass) ไปบรรจบกับ West Coast ที่เมือง Greymouth เข้าไปชม Pancake และ Blow Hole ที่ลือชื่อ ที่เมือง Punakaki ตัดเข้า State Highway หมายเลข 7 ผ่านเมือง Reefton เพื่อต่อไป Lewis Pass ไปแช่น้ำแร่ธรรมชาติ ที่เมือง Hamner Springs และขับรถเพลินๆ เลียบชายฝั่งแปซิฟิก แวะเยี่ยมชมแมวน้ำ ที่อาบแดดบนโขดหินริมทาง ศึกษาเรียนชีวิตสัตว์น้ำ กับกิจกรรมนั่งเรือ หรือนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมวาฬ ฝูงโลมาเริงร่า ที่ Kaikoura

ปีที่แล้ว...เราโลภ...มีเวลาแค่ เวลา 22 วัน...เที่ยวทั้งเกาะเหนือและเกาะใต้ สองเกาะ เพราะคิดว่าหากไม่ได้กลับมาอีก เราก็ได้เที่ยวครบสองเกาะ เนื่องจากในครั้งนั้น เราเจาะเที่ยวจุดที่เป็นไฮไลท์ของนิวซีแลนด์ ที่ต้อง...MUST DO หรือ MUST GO ไปจนเกือบครบแล้ว ครั้งนี้จึงวางแผนใหม่ เสาะหาสถานที่ที่ไม่เคยไป วางแผนการเที่ยวแบบหลวมๆ ยืดหยุ่นได้ตลอดเวลา เมืองไหนหรือจุดไหน ไม่สวยหรือไม่ประทับใจ...ผ่านเลย ไม่ค้าง หรืออยู่นาน

ในการไปเที่ยวนิวซีแลนด์ครั้งที่ 2 เรากำหนดวงรอบการเดินทางขับรถเที่ยวเฉพาะเกาะใต้เท่านั้น 24 วัน...เพียงพอสำหรับการขับรถแบบค่อนข้างเจาะลึกเกาะใต้ การขับรถเที่ยวในปีนี้ ใช้วิธีขับเป็นวงกลมเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้เราขับเป็นวงกลมใหญ่กว่าเดิม ขับเลียบรอบเกาะใต้ เลียบชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก เริ่มต้นจาก Christhchurch ใช้ State Highway หมายเลข 1 ขึ้นเหนือ ผ่าน Kaikoura แวะเที่ยวเมือง Hamner Springs ต่อไปเมือง Nelson และขึ้นไปจนถึงจุดเหนือสุดของเกาะใต้เท่าที่รถเช่าของเราไปถึง คือ เมือง Collingwood สำหรับส่วนที่เรียกว่า Farewell Spit ที่มีรูปร่างเหมือนจะงอยปากของนกกีวีซึ่งอยู่ตอนเหนือสุดของเกาะใต้นั้น ต้องเดินเท้าต่อไปอีก เราจึงจำต้องตัดโปรแกรมออก จาก Collingwood แวะเที่ยวเมือง Takaka และ Mutueka เมืองหน้าด่านที่จะเข้าสู่อุทยานแห่งชาติทางทะเล Abel Tasman แล้วใช้ State Highway หมายเลข 6 ตัดออกไปยังฝั่ง West Coast ที่เมือง Westport ใช้ State Highway หมายเลข 6 ขับเลียบทะเล Tasman ลงใต้ไปเรื่อยๆ จนถึงเมือง Invercargill ข้ามไปเที่ยวเกาะ Stewart แผ่นดินใต้สุดของนิวซีแลนด์ จากนั้นใช้ State Highway หมายเลข 1 และทางสาย Southtern Scenic Route ขับเลียบชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ผ่านเมือง Dunedin-Oamaru แล้วใช้ State Highway หมายเลข 83 ตัดเข้า Inland Scenic Route อีกครั้ง เพื่อมานอนดูดาวที่บน Mouth Cook ซึ่งคราวที่แล้วเราพลาดรายการนี้ไป จาก Mouth Cook ใช้ State Highway หมายเลข 8 ออกมาชนกับ State Highway หมายเลข 1 ที่เมืองTimaru เมืองสงบริมแปซิฟิกอีกเมือง ก่อนกลับเข้า Christhchurch

เป็นอันว่าครั้งนี้ เราได้ขับรถในทุกเส้นทางยอดนิยมของเกาะใต้ครบถ้วน สำหรับเส้นทางที่ตัดออกไป คือ ช่วงเข้าชม Milford Sound และช่วงผ่านเส้นทาง ของ Arthur's pass ที่เราเคยไปมาแล้ว

เราตั้งชื่อเส้นทางขับรถของเราเองโดยภาพรวมว่า เป็นเส้นทางชมทิวทัศน์ หรือ Southern Scenic Route ซึ่งต่างจาก Southern Scenic Route ของนิวซีแลนด์ เพราะเราเรียกเส้นทางที่เราขับรอบเกาะใต้ เกือบ 5,000กิโลเมตร ตลอดทั้งเส้นทางมีจุดน่าสนใจทั้งทางธรรมชาติ และทางประวัติศาสตร์มากมาย ผ่านอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง ทิวทัศน์ชายฝั่งมหาสมุทร ทะเลสาบ ป่าชายฝั่ง รวมถึงกิจกรรมนันทนาการน่าสนใจ คือ การเดินป่าระยะสั้น ซึ่งมีหลายเส้นทาง และมีโอกาสได้ชมนกเพนกวิน สิงโตทะเล แมวน้ำ โลมา นกป่า นกทะเล ตามธรรมชาติ

สำหรับ เส้นทางสาย Southern Scenic Route ของนิวซีแลนด์ เป็นเส้นทางที่วิ่งเลียบชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะใต้ นับเป็นหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวที่สวยที่สุดของนิวซีแลนด์ รวมระยะทาง 119 กิโลเมตร ที่ตัดผ่านเข้าไปในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ Fiordland ตลอดเส้นทางจะไม่มีสถานีบริการน้ำมัน มีจุดทิ้งขยะเพียง 3 แห่ง เพื่อรักษาสภาพธรรมชาติและทิวทัศน์ของพื้นที่ แนวคิดในการจัดตั้งเส้นทางชมทิวทัศน์ Southern Scenic Route ริเริ่มขึ้นใน พ.ศ.2528 จากนั้นมีการเจรจากับหน่วยงานด้านถนนและด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งรัฐบาลท้องถิ่น มีการดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากเป็นเส้นทางชมทิวทัศน์สายแรกของประเทศ

แต่เดิมแม้ว่าจะมีถนนเชื่อมระหว่าง Invercargill กับเมืองต่างๆในเขตSouthland แต่นักท่อง เที่ยวกับนักธุรกิจต่างเลือกที่จะเดินทางโดยถนนที่ดีที่สุด และย่นระยะเวลาเดินทางให้มากที่สุด คือ ถนนสายหลักที่เป็น State Highway

ปัญหาที่ตามมา คือ บรรดาเมืองต่างๆในเขต Southland ต่างกลายเป็นเมืองที่ถูกลืม ทำให้เกิดปัญหาสมองไหลควบคู่กับการขาดแคลนประชากรในเขต Southland จึงเกิดความพยายามผลักดันให้รัฐบาลสร้างถนนที่เรียกว่า " Southern Scenic Rout" โดยเริ่มจากการปรับปรุงถนนลูกรังเพื่อเชื่อมกับทางหลวงให้เป็นรูปตัว U จากเมือง Dunedin ในแคว้น Otago เมืองใหญ่ทางตอนใต้ของนิวซีแลนด์ ได้ชมสถาปัตยกรรมแบบสก๊อต จากนั้น ผ่านไปทางอุทยานแห่งชาติ Catlins ในเขต Southland มีจุดชมวิวหลายจุด ริมฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ก่อนที่จะไปชม Yellow eyes Penguin แบบธรรมชาติ ไม่มีการเสียค่าเข้าชม เพียงแค่เดินลงบันไดไม้ไป เดินไต่ตามโขดหินอีกเล็กน้อยก็จะเจอบรรดานกเพนกวินแบบใกล้ชิด นอกจากนี้ มีสิงโตทะเลให้เห็นหลายจุดตลอดชายฝั่งทางตะวันออก เส้นทางนี้ตัดเข้าเมือง Invercargill และต่อไปยังเมือง Bluff ที่อยู่ใต้สุดของนิวซีแลนด์ ตามเส้นดังกล่าวจะผ่านน้ำตก และทะเลสาบมากมาย เชื่อมไปยัง Te Anau โดยผ่าน Milford Sound และเชื่อมถึงเมือง Queenstown ในแคว้น Otago ปรับเป็นถนนเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ผ่านอุทยานแห่งชาติ 2 แห่ง และเมืองต่างๆ ใน Southland เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ปัจจุบันแม้ว่าจะหานักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปจนครบตัว U ของ Southern Scenic Route ได้น้อยมาก แต่นิตยสารหลายแห่งต่างชมว่าถนนสายดังกล่าว มีเส้นทางที่สวย และเป็นธรรมชาติมากมาย

การท่องเส้นทางสาย Southern Scenic Route ของนิวซีแลนด์ จริงๆแล้วเริ่มจากเมือง Frankton ใช้ State Highway หมายเลข 6 ต่อไปเมือง Kingston -Garston-Mossburn -Te Anau ต่อด้วย State Highway หมายเลข 99 มายัง Invercargill แต่เราเคยใช้เส้นทางสาย Southern Scenic Route ช่วงต้นดังกล่าวไปแล้วเมื่อปีก่อน ในคราวนี้ จึงเริ่มทางสายนี้จาก Bluff เมืองที่อยู่ใต้สุดของเกาะใต้ ใช้ State Highway หมายเลข 1 ย้อนขึ้นมาที่ เมือง Invercargill แวะเที่ยว Invercargill Water Tower หรือ "หอน้ำ" ซึ่งเป็นหนึ่งใน Landmark ของ Invercargill สร้างเสร็จใน ค.ศ.1889 สูง42.5 เมตร ใช้อิฐถึง 300,000 ก้อน หอน้ำแห่งนี้เป็นถังเก็บน้ำได้ถึง 297,000 ลิตร เป็นศิลปะแบบวิคตอเรี่ยน ปัจจุบันได้รับการจดทะเบียนเป็นโบราณสถาน ผ่านชมสวนสาธารณะ Queens Park ที่มีขนาดใหญ่ ถึง 81 เฮกตาร์ ซึ่งภายในสวน มีทั้งสวนพักผ่อนหย่อนใจ สวนดอกไม้หลากหลายพันธุ์ ทั้งดอกกุหลาบ ดอกโรโดเรนดรอน ดอกอะเซเลีย ฯลฯ ส่วนที่เป็นสนามเด็กเล่น สระน้ำขนาดใหญ่ที่มีฝูงเป็ดหลากสีลอยคอว่ายน้ำไปมาอย่างมีความสุข

...กว่าจะหาทางออกจาก Invercargill เพื่อเชื่อมต่อสู่ เส้นทางสาย Southern Scenic Route เราเสียเวลามิใช่น้อย เพราะ Invercargill เป็นเมืองใหญ่ เป็นอันดับที่ 11 ของนิวซีแลนด์เลยทีเดียว เป็นเมืองที่รถเยอะ การจราจรค่อนข้างคับคั่ง เราใช้เส้นทางที่บ่งบอกว่าจะพาเราไปสู่ "The Catlins" แวะเที่ยวสถานที่สวยงามตามรายทางไปจนถึง ส่วนที่เรียกว่า "Clutha Country" พักค้างคืนที่เมือง Balclutha ระยะทาง Invercargill-Balclutha ไม่ไกลมาก ประมาณ 158 กิโลเมตร แต่เราไปถึง Balclutha ย่ำค่ำ เพราะฝนฟ้าที่ไม่เป็นใจและแวะมาก ทางสายนี้ มีทั้งน้ำตก ทะเลสาบ ป่า ชายหาด ทางเดินสวย และสัตว์ทะเลที่หายาก ไม่ว่าจะเป็น สิงโตทะเล แมวน้ำ นกเพนกวิน นั่นเอง และในวันต่อมา เราจึงเดินทางจาก Balclutha ผ่าน Milton-Brighton มาจนถึงปลายทางของเส้นทางสาย Southern Scenic Route ที่ Dunedin นับเป็นเส้นทางการเดินทางที่สวยงามมากครั้งหนึ่งในชีวิต

เราได้ไปได้รู้ และได้เห็น...สิ่งที่ถูกซ่อนไว้ตามธรรมชาติ สวยงามจริง เหมาะสมกับคำว่า "มรดกโลก" ที่เป็นมรดกล้ำค่าทางธรรมชาติของมวลมนุษยโลกอย่างแท้จริง

เราหลงติดเสน่ห์หุบเขาในนิวซีแลนด์เสียแล้ว เส้นทางที่มีทั้งทุ่งหญ้า เนินเขาที่เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวสด หุบเขา ทะเลสาบสีสวย หรือภูเขาหินปูนสูงชัน ต่างมีเสน่ห์ในตัวมันเอง ล้อมรอบและเคียงข้างไปกับเรา ทำให้เหมือนเรามีเพื่อนร่วมทางเคียงข้างตลอดเส้นทาง และในการขับรถเที่ยวนิวซีแลนด์นี้ หากไม่ได้ขับผ่านเส้นทางขึ้นลงหุบเขา มันเหมือนความเป็นธรรมชาติของเกาะใต้จะจืดจางไป....


โปรดอ่านต่อฉบับหน้า