ดูมอหำตั้ง นั่งชมดอกกระเจียว

ร้อยเรื่องเมืองไทย
ช่างภาพ: 

ก็อยากไปชมวิวหมู่ขุนเขาสูงเสียดเมฆและทุ่งหญ้าเขียวๆที่มีดอกไม้สีชมพูอมม่วงขึ้นแซมบ้าง เราสองคนจึงมุ่งหน้าไปยัง "อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม" อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวดอกกระเจียวบาน เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

ใช้ทางหลวงหมายเลข 2051 (ชัยภูมิ - ตาดโตน) ประมาณ 7 กม. เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 202 ประมาณ 1 กม. ทางหลวงหมายเลข 225 ประมาณ 75 กม. และทางหลวงหมายเลข 2354 สู่ อำเภอเทพสถิต ตรงไปประมาณ 22 กม. ก็ถึงอุทยานแห่งชาติป่าหินงามค่ะ เราพบป้าย "ดอกกระเจียว เริงร่า สู่อาเซียน" และการตกแต่งหลากหลายละลานตาเต็มไปด้วยดอกกระเจียวสีชมพูบานสะพรั่ง หลังจากจอดรถยนต์ในบริเวณที่อุทยานฯ กำหนดเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินผ่านร้านรวงต่างๆมากมาย ที่นำสินค้าพื้นเมืองของจังหวัดชัยภูมิมาจำหน่าย มีทั้งผ้าไหมสวยๆ ผัก ผลไม้พื้นบ้าน ซึ่งตั้งใจไว้ว่าจะช็อปปิ้งกันตอนเดินทางกลับค่ะ

เมื่อไปถึงประตูอุทยานฯ จ่ายค่าธรรมเนียมเข้าและซื้อตั๋วรถราง มีค่าเข้าชมคนละ 40 บาท ค่ารถราง (หรือรถหกล้อ) นำเที่ยวคนละ 30 บาท รวม 70 บาท ต่อ 1 ท่าน รถราง (หรือรถหกล้อ) ขับวนรับ - ส่งนักท่องเที่ยว จำนวน 3 จุด (ทุ่งดอกกระเจียว ผาสุดแผ่นดินและลานหินงาม) สามารถขึ้นและลงตรงไหนก็ได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม สำหรับชาวต่างชาติมี ค่าใช้จ่ายในการเข้าชมคนละ 200 บาท ค่ารถรางนำชมคนละ 30 บาท เมื่อซื้อตั๋วเสร็จแล้ว เตรียมตัวขึ้นรถรางกันได้เลยค่ะ

จุดแรกที่รถรางไปส่งให้พวกเราเดินชมคือ "ผาสุดแผ่นดิน" เป็นคำเรียกพื้นที่สุดขอบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ จุดนี้เป็นจุดที่สูงที่สุดของเทือกเขาพังเหย ความสูง 846 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เกิดจากการดันตัวของแผ่นดินภาคกลาง (ฉานไทย) ซุกเข้าใต้แผ่นดินภาคอีสาน (อินโด-ไชน่า) ทำให้เกิดขอบยกสูงขึ้น แบ่งระหว่างภาคกลางกับภาคอีสาน จึงเรียกบริเวณนี้ว่า สุดแผ่นดินอีสาน-กลาง นับเป็นจุดสิ้นสุดของจังหวัดชัยภูมิ แต่เชื่อมต่อกับอีกสองจังหวัด คือ ลพบุรี และเพชรบูรณ์ จุดเด่นอยู่ที่แผ่นหินขนาดเล็กที่ยื่นจากหน้าผาออกไปสู่ความเวิ้งว้าง ให้นักท่องเที่ยวได้วัดความกล้า ท้าความสูง หลายคนเดินสลับสับเปลี่ยนไปโพสท่าถ่ายรูปบนชะง่อนหินอย่างสนุกสนาน แต่ต้องทำด้วยความระมัดระวังนะคะเพราะถ้าพลาดพลั้งไปอาจเกิดอันตรายได้

เราเดินเล่นเรื่อยๆเพื่อไปชม ทุ่งดอกกระเจียว ที่บานชูช่อสวยงาม ละลานตาตลอดเส้นทางเดินยาวประมาณ 1 กิโลเมตร เดินไปถ่ายรูปไป สูดอากาศอันบริสุทธิ์ได้เต็มปอดเพราะปราศจากกลิ่นควันเสียใดๆข้อควรระวัง คือ ต้องเดินอยู่ในเส้นทางปูนที่เขากำหนดไว้เท่านั้น และไม่ลุยลงไปตามกอหญ้าเพื่อถ่ายรูปดอกกระเจียวเป็นอันขาด เนื่องจากว่าถ้าใครๆก็ลุยลงไปถ่ายรูปดอกกระเจียวแล้ว ทุ่งดอกกระเจียวทั้งทุ่งคงหักราบเป็นหน้ากลองเพราะขบวนนักท่องเที่ยวหลายร้อยในแต่ละวัน

ช่วงฤดูฝน "ลานหินงาม" (สวนหินร้อยล้านปี) กลายเป็นทุ่งดอกกระเจียวที่บานสะพรั่งทั้งบริเวณ และเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวจะพบดอกกล้วยไม้และดอกไม้ป่านานาชนิดหลากสีขึ้นอยู่ตามซอกหิน "ลานหินงาม" ถือเป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งของอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ตามชื่ออุทยาน พื้นที่ลานหินงามนี้ก็เต็มไปด้วยก้อนหินน้อยใหญ่ รูปร่างแปลกตา ตั้งกระจายตัวกันอยู่ในพื้นที่กว่า 10 ไร่ เกิดจากการที่น้ำและลม กัดเซาะเนื้อดินและหินมาเป็นเวลานานนับล้านปี จนเกิดเป็นหินรูปต่างๆอย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งหินที่เด่นๆของลานหินงามนั้นก็ ได้แก่ หินรูปถ้วยฟุตบอลฟีฟ่า หินเรด้า มอหำตั้ง เป็นต้น แต่ว่ารูปทรงของหินจะเหมือนอย่างที่ชื่อหรือไม่นั้นคงต้องอาศัยจินตนาการประกอบกันไปด้วย ล้วนเป็นประติมากรรมธรรมชาติที่มีลักษณะเป็นเสาหิน หรือแท่งหินที่มีส่วน คอดกิ่ว หรือเป็นซุ้มหินรูปต่างๆ ตั้งเรียงรายอยู่บนสันเขาพังเหย ที่ต่อเนื่องเป็นแนวยาวของขอบที่ราบสูงโคราช โดยพื้นที่ทางด้านตะวันตกของลาน เป็นหน้าผาสูงชันอยู่เหนือที่ราบลุ่มลำสนธิและห้วยลังกาของภาคกลาง ซึ่งเห็นได้ชัดจากจุดชมทิวทัศน์สุดแผ่นดิน ส่วนพื้นที่ด้านตะวันออก จะค่อยๆลาดต่ำไปสู่ที่ราบลุ่มของห้วยขนาดใหญ่ในภาคอีสาน

อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม มีการจัดการเรื่องการท่องเที่ยวภายในได้เป็นอย่างดี นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการรถนำเที่ยว และเลือกขึ้น-ลงตามจุดต่างๆได้ตามต้องการ นอกจากนี้ยังมีบริเวณลานกางเต็นท์ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด...สนใจเข้ามาท่องเที่ยวแบบพักแรมติดต่อสอบถาม อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม โทรศัพท์ 0-4489-0105 ค่ะ