"พรหมคีรี" ...

ดินแดนแห่งผลไม้รสดี
ท่องเที่ยวเชิงเกษตร

เมื่อเที่ยวบิน DD7808 ถึงท่าอากาศยานเมืองคอน ผมและผองเพื่อนสื่อมวลชน ทั้งที่มีคุ้นชินหน้า และไม่เคยเห็นหน้า ต่างก็เดินตามหลังมากับ กลุ่ม สห+ภาพ และพบกับเจ้าหน้าที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มายืนยิ้มต้อนรับเราอย่างกันเอง

โดยเป็นทริป เปิดเส้นทางใหม่ ท่องวิถีไทยเมืองคอน ซึ่งได้มีหัวหน้าประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช เสาวลักษณ์ แหละบัง มาประสานมือกับ จิระนันท์ ประเสริฐกุล ประธานกลุ่ม สห+ภาพ เพื่อส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตร

จังหวัดนครศรีธรรมราช มักจะเรียกขานสั้นๆว่า...เมืองนคร หมายถึง...นครอันงามสง่าแห่งพระราชาผู้ทรงธรรม เป็นดินแดนที่มีผืนป่าสมบูรณ์อย่าง...เขาหลวง อันเป็นต้นกำเนิดของแหล่งน้ำ และส่งให้ความชุ่มชื้นสู่พื้นที่ราบในอำเภอพรหมคีรี

สวนเกษตรผสมผสาน ของเกษตรกรชาวพรหมคีรี จึงดาษดาไปด้วยมังคุด ทุเรียน ลองกอง เงาะ แก้วมังกร หรือสับปะรด ล้วนมีรสที่หวานหอม

ระหว่างที่เรากำลังเดินทาง ออกห่างจากอำเภอเมืองนครฯ ไปยังอำเภอพรหมคีรีประมาณ 22 กิโลเมตร บนเส้นทางสัญจรที่สะดวกสบาย กับบรรยากาศที่ได้มองลอดหน้าต่างรถออกไป ก็มักแลเห็นได้ในความเขียวขจี ที่สะท้อนกลับมาให้รู้สึกชุ่มชื่นแก่สายตา ซึ่งเป็นความสดของสีเขียวจากแมกไม้ ที่ได้ฉาบทาอยู่ตลอดสองฝากฝั่งท้องถนน

สำหรับจุดหมายปลายทางแห่งแรก ในการ "ท่องเที่ยวเชิงเกษตร" ของผมและเพื่อน อยู่กันที่สวนผลไม้ของเกษตรกรดีเด่น สุรักษ์ มังสาทอง

เพียงสองสามอึดใจก็มาถึง แล้วตรงรี่ไปที่ผลไม้กองโต ซึ่งเจ้าบ้านเอามาเลี้ยงรับรอง ก็มีทั้ง เงาะ ลองกอง ยานัด แก้วมังกร มังคุด และทุเรียน

หลังจากที่ซับปาก ก็มานั่งฟังเกษตรกรคุย

เป็นเรื่องที่ตรงกับใจ ซึ่งก็กำลังสงสัยอยู่ว่า

"พรหมคีรี...ดินแดนมีอากาศดีครับ ผืนดินสมบูรณ์ และความชื้นก็ดีด้วย เรียกว่า...ดิน น้ำ อากาศสมบูรณ์หมด ด้วยอยู่ใกล้เคียงกับภูเขา คือ 'ภูเขาหลวง' แล้วยังมีแหล่งน้ำธรรมชาติ จึงทำให้สวนไม้ผล มีความอุดมสมบูรณ์ ที่ส่วนใหญ่เป็นพวกมังคุด ทุเรียน หรือลองกอง ซึ่งถือได้ว่าเป็นสุดยอดผลไม้ ของพรหมคีรี หรือจังหวัดนครศรีธรรมราช...ก็ว่าได้ ส่วนพวกเงาะ...ก่อนพอจะใช้ได้ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไปให้ผลผลิตดีแถวๆชะอวด"

ชาวสวนพูด นักข่าวคิดตาม พร้อมกินผลไม้

กำลังบิมังคุดอยู่เลย พี่เกษตรกร ก็กล่าวถึง

"แต่ก่อน...เคยมีพ่อค้าเอามังคุดแถวอื่น แล้วก็เอาชื่อพรหมคีรี ไปทำการแอบอ้างขาย ว่ามีรสชาติดี ตอนนี้พรหมคีรีชักแย่หน่อย ด้วยพักนี้ขายมังคุดได้ 15 บาท ไม่เกิน 17 บาท วันก่อนก็ยังได้ 18-20 บาท เป็นมังคุดคละนะ หากส่งออกไปก็ประมาณ 28-30 บาท แล้วก็ไม่รู้เป็นอย่างไร ปีนี้มังคุดพรหมคีรี ดูภายนอกก็ยังใช้ได้อยู่ ในแง่การส่งออก มักจะคัดกันที่ผิวมันๆ ลูกที่ใหญ่ๆ หูมีสีเขียวๆ แต่ชาวสวนอย่างพวกเรา ไม่อยากให้กินขนาดที่ส่งออกเลย เพราะเป็นมังคุดที่มีเปลือกหนา แถมยังมีเม็ดที่โต บางลูกเนื้อในก็เป็นแก้วอีกด้วย"

การพูดจาออกรส พอๆกับรสผลไม้ตรงหน้า

เอื้อมหยิบแก้วมังกรบ้าง พี่เค้า ก็เลยเล่าต่อ

"มังคุดที่พรหมคีรี...มันเยอะแยะ เกือบจะล้นตลาดก็ว่าได้ มีประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าล้นตลาด แล้วราคามักตกอยู่เสมอ เลยหันไปปลูกพืชชนิดอื่นๆบ้าง ทีแรกไปซื้อกิ่งอินทผลัม มาจากจังหวัดเชียงใหม่ กะมาทดลองเพาะปลูก พร้อมปลูกแก้วมังกรแซมไปหน่อย แต่เป็นแก้วมังกรเนื้อสีม่วงหรือสีแดง ที่มีรสชาติดีกว่าแก้วมังกรเนื้อสีขาว แต่ในทางการค้าไม่ค่อยดีนัก เพราะลูกมีขนาดเล็กไปหน่อย เฉลี่ยประมาณ 3-4 ลูก ถึงได้สักกิโล แต่ขายให้ทานกันในสวน ราคากิโลละ 40 บาท แถวๆที่พรหมคีรี ก็ยังมีคนนิยมทานกันอยู่เลย"

จากนั้นเริ่มมีการชักชวน ให้เข้าไปเดินชมสวนแก้วมังกร ซึ่งได้มีการซื้อสายพันธุ์มาปลูก 10 กว่าปีแล้ว แต่ปลูกเป็นทางการแค่ 2 ปีกว่าๆเอง แรกๆก็ทำการปลูกเอาไว้ข้างๆบ้าน โดยปลูกให้อยู่กับเสาปูนเป็นเสาหลักก่อน เพราะต้นแก้วมังกรอยู่ได้เป็น 10 ปี อีกทั้งปลูกในปีแรกก็เก็บผลได้เลย เพียงมีก้านที่ยังน้อยอยู่ พอปี 2 ถึงจะมีก้านเยอะขึ้น

ต้นแก้วมังกร...เป็นพืชทะเลทราย ซึ่งมีถิ่นฐานอยู่ที่ประเทศอาหรับ จึงทนต่อความแห้งแล้งอย่างดี แค่เพาะปลูกในผืนดินทราย...ก็ขึ้นได้ กระทั่งตัดก้านแล้วลงปลูกเลย ยังเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี โดยช่วงที่เวลาดอกบานไม่น้อยกว่า 1 เดือน แล้วถึงค่อยตัดไปขายทานกันได้ หากเร่งไปตัดก่อนกำหนด รสชาติของแก้วมังกรก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

มากินที่สวน...อร่อย ซื้อกินที่ตลาด...อร่อยรึ

พี่เกษตรกรคนสวน จึงแนะนำวิธีเลือกซื้อว่า

"ส่วนการเลือกซื้อแก้วมังกร ให้เลือกที่ผิวสีแดงเข้มหน่อย ที่ขายกันอยู่ตามท้องตลาด แล้วที่บอกว่าไม่ค่อยหวาน อาจเป็นเพราะเก็บไม่ถึงอายุ แก้วมังกร...จากเขียว ไปเหลือง แล้วก็แดง พอแดงได้สัก 2 วัน ก็พอตัดไปขายได้ แต่รสชาติไม่ดีเท่าไหร่ ต้องปล่อยให้สุกสัก 3 วัน แล้วให้สังเกตที่โคนคั่ว ออกจะเหี่ยวสักนิด จะมีรสชาติดีมาก ตัดมาพร้อมทานเลย บางคนว่า...ตัดมาให้ข้ามคืนไปก่อน คือ ให้มันลืมต้น และรสชาติจะหวานอร่อย"

ปิดปากเสียงเรอเกือบไม่ทัน ต้นเหตุมาจากทุเรียนสองภู แล้วไปฟังเรื่องราวทุเรียนปิดท้ายว่า "ในการปลูกทุเรียน ก็ต้องมีพื้นที่ที่เหมาะสม พรหมคีรีเพาะปลูกได้ แต่ต้องใช้ทุนมากสักหน่อย ด้วยดินน้ำอากาศดีไม่มากพอ ไม่เหมือนกับแถวๆนบพิตำ สามารถออกทวายได้ด้วย แต่ก็มีรสชาติอร่อยเหมือนกัน ที่บ้านผมเน้นพวงมณีกับก้านยาว ซึ่งมีคนแถวนี้นิยมทานกันมาก เพียงแต่ไม่เป็นสากลเหมือนกับหมอนทอง ที่สามารถส่งออกไปขายถึงเมืองนอก สำหรับการเลือกซื้อหาทุเรียนนั้น ให้ดูที่คั่วจะสากๆ เหมือนกระดาษทราย แล้วก็แข็งอีกด้วย หากไปปาดที่คั่ว จะมีน้ำไหลย้อย ลองชิมดูน้ำจะหวานๆ กระทั่งดูที่หนามถ่างๆออกไป ที่ปลายหนามแห้งแดงๆ พอเคาะจะมีเสียงดังปุ๊กๆ ทุเรียนรุ่นแรกกิโลละ 50-60 บาท แล้วราคาตกลงมาเรื่อยๆ ตอนนี้กิโลไม่เกิน 30 บาท พอผ่านคนกลางไปหลายทอด ราคาเลยสูงขึ้นตามตัวไปด้วย"

ก็คิดในใจ...หากมาอยู่ที่นี่ จะซื้อกินทุกวัน

เพราะกรุงเทพฯ กิโลละร้อยกว่า ในตอนนี้

เป้าหมายการตระเวนชิมต่อไป เฮ้ย!!! มาส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว โดยทีมงานจะนำพาไปตะลุยสวนของ คณิต คุณโลก...กำนันแหนบทอง

บนเนื้อที่ประมาณ 70 กว่าไร่ ทึบแน่นด้วยเกษตรผสมผสาน มีผลไม้พื้นบ้านทุกอย่าง เช่น มังคุด ลองกอง ลางสาด ทุเรียน รวมถึงผลไม้ตามป่าเขาอย่าง ลูกกำไม ได้นำมาติดตาปลูกในสวนด้วย ยามผลงอมสีเข้มจัด จะมีรสชาติที่หวานจ๋อย

พูดยังไม่ทันจบ กำนันเลยส่งมาให้พิสูจน์

ลิ้มลองกำไมเสร็จ ก็ดันมาพูดคุยถึงมังคุด

มังคุด...ราชินีแห่งมวลผลไม้ ถ้าหากได้ออกดอกแล้ว ให้ผลอย่างแน่นอน จะไม่หล่นไม่ล่วง ดอกติดราวๆ 98 เปอร์เซ็นต์ กินเวลาถึง 4 เดือนได้

"ครับ...การปลูกมังคุด ให้ผลผลิตที่ช้าหน่อย อย่างน้อย 7 ปีขึ้นไป ปลูกร่วมกับพืชอื่นๆได้ ชาวสวนบางคนจะปลูกรวมไว้กับต้นยาง พอมังคุดให้ผล ค่อยโคนต้นยางทิ้ง เพื่อให้เกิดผลผลิตที่ดี" กำนันเริ่มต้นการให้ข้อมูล พร้อมกับได้ส่งมังคุดให้ชิม และบอกการเลือกสายพันธุ์อีกว่า "ถ้าใบมังคุดเล็ก...ลูกมังคุดก็จะเล็ก" แล้วก็เลยถามถึงการเลือก ซึ่งมีคำตอบกลับมาว่า "อยากจะแนะนำให้ทานมังคุด ขนาดราว 80 กรัมลงมา แล้วที่มีผิวลายๆ ขรุขระๆ เนื้อข้างในจะสีขาวจั๊วะ แล้วยังรสชาติหวานดี เม็ดไม่ค่อยเยอะ และเปลือกบางอีกด้วย ชาวสวนเราเรียกกันว่า มังคุดสุกดิบ ซึ่งคนนครหรือคนใต้ ก็มักนิยมทานกันอย่างนั้นครับ"

ฟังเรื่องราวไป กินมังคุดกันไป แล้วพอจะคายเม็ดทิ้ง ได้มีเสียงทักทานขึ้น ว่าเม็ดมังคุดเคี้ยวทานได้ จะกรอบๆมันๆอร่อยดีออก อีกทั้งมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย โดยช่วยเรื่องของเข่าหรือข้อ ในตำรับยาแผนจีน มีการบอกเอาไว้อย่างนั้น


ก่อนจะรำลากัน กำนันขอเชิญชวนมาท่องเที่ยวกันเยอะๆ อำเภอพรหมคีรี มีผลไม้ให้ทานกันได้ตลอดปี อย่างช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์...มีสละ ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน...มีจำปาดะ ช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน...มีทุเรียน และก็มีมังคุด ช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม...มีลองกอง ช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม...มีลางสุก (คล้ายกับลองกอง) และช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม...มีแตงโม ก็อยู่กับที่ความชื่นชอบในแต่ละคนแล้วล่ะ