บันทึกความทรงจำของครูส่วนพระองค์ในรัชกาลที่ ๙

ชีวิตของนักกฎหมายหนุ่มต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อเขาได้รับโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตในการเป็น "ครูส่วนพระองค์"
เรื่องพิเศษ

บันทึกความทรงจำของครูส่วนพระองค์ในรัชกาลที่ ๙

ชีวิตของนักกฎหมายหนุ่มต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อเขาได้รับโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตในการเป็น "ครูส่วนพระองค์"

 

มร.ลีซองดร์ เซ.เซไรดารีส พลิกภาพในหน้า ๒๖๕ ของหนังสือ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๙ และเจ้านายไทยในโลซานน์" ให้ชม พร้อมกับบอกเล่าว่า นี่คือภาพในวัยเด็กของเขาที่เกี่ยวข้องกับพระราชวงศ์ไทย ใต้ภาพนี้ระบุว่า "สมเด็จพระราชินีกับผู้เขียน ขณะมีอายุ ๔ ขวบ ในสวนของวิลล่า วัฒนา"

ภาพนี้เป็นภาพสำคัญหนึ่งในประวัติศาสตร์ชีวิตของ ลีซองดร์ เซ.เซไรดารีส และเป็นภาพที่อยู่ในความทรงจำของเด็กชายเมื่อครั้งที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯกลับไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ภายหลังพิธีราชาภิเษกสมรส โดยมีสมเด็จพระราชินีตามเสด็จด้วย นั่นคือการเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในช่วงเวลาเท่าที่จำความได้ของเด็กชายวัย ๔ ขวบ ซึ่งต่อมากลายเป็นผู้เขียนหนังสือที่ชื่อว่า "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๙ และเจ้านายไทยในโลซานน์"

หนังสือ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๙ และเจ้านายไทยในโลซานน์" นับว่าเป็นหนังสือที่ทรงคุณค่ายิ่งในเชิงประวัติศาสตร์ ที่บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลีซองดร์ เซ.เซไรดารีส ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ เป็นบุตรชายคนสุดท้องของ มร.เกลย์อง เซ.เซไรดารีส ครูส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๘ และรัชกาลที่ ๙ ซึ่งได้ถวายการรับใช้พระราชวงศ์ไทยอย่างเต็มความสามารถ เป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๘ และรัชกาลที่ ๙ ในขณะที่ประทับอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ ดังปรากฏในภาพถ่ายจำนวนมากและจดหมายส่วนพระองค์จำนวนมากที่ มร.เกลย์อง เซ.เซไรดารีส ได้เก็บรักษาไว้อย่างดี ตลอดระยะเวลาที่มีชีวิตอยู่ มร.เกลย์อง เซ.เซไรดารีส ไม่มีความประสงค์ที่จะนำเรื่องราวเหล่านี้ออกมาเผยแพร่ให้สาธารณชนได้รับทราบด้วยความจงรักภักดีที่มีต่อพระราชวงศ์ไทย จนกระทั่งเมื่อ มร.ลีซองดร์ เซ.เซไรดารีส บุตรชาย ได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อหลายปีก่อน ได้มีพระราชปรารภให้ ลีซองดร์ เซ.เซไรดารีส ค้นคว้าเรื่องราวเกี่ยวกับทั้งสองพระองค์ในขณะที่ทรงพระเยาว์ และทรงใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว พร้อมด้วยสมเด็จพระราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ พร้อมด้วย มร.เกลย์อง เซ.เซไรดารีส ครูส่วนพระองค์ เพื่อบันทึกเหตุการณ์ในช่วงเวลานั้นไว้

"คราวที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ มีพระมหากรุณาธิคุณให้ผู้เขียนได้เข้าเฝ้าฯเป็นการส่วนพระองค์ครั้งหนึ่ง ได้มีพระราชดำรัสกับผู้เขียนว่า ทั้งพระองค์ และพระบรมเชษฐาธิราช รัชกาลที่ ๘ ทรงนับถือครูส่วนพระองค์มาก และมีพระราชประสงค์ที่จะแสดงให้บุตรชายของครูส่วนพระองค์ที่ได้เคยถวายการสอนสิ่งต่างๆแด่พระองค์มากมายได้รับรู้

ถ้อยคำแสดงความกตัญญูต่อครูผู้ล่วงลับที่ตรัสจากพระโอษฐ์ กระทบลงตรงใจผู้เขียน และเป็นช่วงเวลาที่ผู้เขียนจะไม่มีวันลืมชั่วชีวิต" (ความตอนหนึ่งจากบทส่งท้ายในหนังสือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๙ และเจ้านายไทยในโลซานน์ โดย ลีซองดร์ เซ.เซไรดารีส)

มร.เกลย์อง เป็นนักกฎหมายหนุ่มที่เกิดในครอบครัวชาวกรีก ต่อมาได้ย้ายถิ่นฐานมาพำนักอยู่ถาวรในเมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อาจจะเป็นด้วยพรหมลิขิต โชคชะตา หรือสิ่งใดก็สุดคาดเดา ชีวิตของนักกฎหมายหนุ่มก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อเขาได้รับโอกาสครั้งสำคัญในชีวิต โดยได้รับการทาบทามจาก หม่อมเจ้ารัศมีสุริยัน สุริยง ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท ให้มารับหน้าที่ครูพิเศษของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และพระอนุชา

เจ้านายในราชสกุลมหิดล เสด็จฯไปประทับที่เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๖ เพื่อที่จะได้ทรงศึกษาเล่าเรียนและรักษาพระพลานามัย ตามพระประสงค์ของสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ที่ทรงกังวลเกี่ยวกับพระพลานามัยของพระราชนัดดา จึงเห็นว่าควรเสด็จฯไปประทับและศึกษาในประเทศซึ่งมีอากาศเย็นสบาย

หลังจากที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จขึ้นครองราชย์แล้ว พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา ได้รับการสถาปนาเป็น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา และ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช ได้รับการสถาปนาเป็น สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช ทุกพระองค์ต้องทรงย้ายจากแฟลตที่ถนนทิสโซต์ ไปอยู่ในบ้านแห่งใหม่ตามที่รัฐบาลไทยมีความประสงค์ให้ประทับอยู่อย่างสมพระเกียรติ

ในช่วงเวลานั้น ภารกิจสำคัญอันดับแรกของ เกลย์อง เซ.เซไรดารีส ในฐานะครูส่วนพระองค์ คือการหาบ้านพักที่สงบและสมพระเกียรติ จนในที่สุดก็ได้พบวิลล่าหลังหนึ่งบนถนนเชอแม็ง เดอ ชองบลองด์ เมืองพุยยี ทางตะวันออกของโลซานน์ ซึ่งต่อมาภายหลัง สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ ได้ทรงตั้งวิลล่าตามสร้อยพระนามเดิมของ สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า (พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าหญิงสว่างวัฒนา) และ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนาฯ ว่า "วิลล่าวัฒนา"

ภารกิจสำคัญต่อมาของครูส่วนพระองค์ก็คือ การจัดหาสถานศึกษาที่เหมาะสมให้แก่ทุกพระองค์ ทั้งนี้ ครูเกลย์องผู้นี้นั่นเอง ที่เป็นผู้กราบทูลแนะนำให้พระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ เสด็จฯไปทรงศึกษาที่โรงเรียนเอกอลนูแวล โรงเรียนแถบชานเมืองโลซานน์ที่เงียบสงบ ซึ่งเป็นโรงเรียนเก่าของ มร.เกลย์องด้วย นอกจากนี้ มร.เกลย์องยังได้ปฏิบัติหน้าที่ครูส่วนพระองค์ในการถวายการอภิบาลตามพระประสงค์ของสมเด็จพระราชชนนี ซึ่งทรงมุ่งหวังให้พระโอรส-ธิดา ได้เตรียมพระองค์สำหรับพระราชภาระเพื่อประเทศชาติในวันข้างหน้า ดังปรากฏในความตอนหนึ่งของหนังสือว่า

"หลังจากเลิกเรียน ครูก็จะจัดกิจกรรมกีฬาประเภทต่างๆให้ลูกศิษย์ได้ฝึกฝน เช่น จักรยาน เทนนิส ปิงปอง สเก๊ตน้ำแข็ง...ฟิลลิป ฌาคส์ ทนายความชื่อดังชาวโลซานน์ ซึ่งเคยอยู่ในละแวกเดียวกัน ยังจำได้มาจนถึงทุกวันนี้ว่า ในหลวงอานันท์ทรงเล่นปิงปองเก่งมาก แถมยังทรงจักรยานได้เร็วสุดสุด และเมื่อถึงฤดูหนาวทั้งสองครอบครัวก็จะพากันไปเที่ยวเล่นสกีบนภูเขา"

ด้วยเหตุนี้ในอัลบั้มภาพส่วนตัวของ มร.เกลย์อง จึงปรากฏภาพของครูและลูกศิษย์ทำกิจกรรมร่วมกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาพที่ทรงเล่นสเก๊ตน้ำแข็งกับครู ทรงเข้าค่ายกิจกรรมฤดูร้อน การเสด็จฯไปพักผ่อนส่วนพระองค์ในสถานที่ต่างๆ เป็นต้น

สิ่งที่เป็นเครื่องยืนยันได้ดีอีกประการหนึ่งถึงความผูกพันอันแน่นแฟ้นระหว่างครูกับลูกศิษย์คือ เมื่อครั้งที่เสด็จนิวัตประเทศไทย ใน พ.ศ.๒๔๘๑ ทั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงมีลายพระหัตถ์เป็นโปสการ์ดและจดหมายถึงครูเกลย์องตลอดระยะเวลาของการเดินทาง และตลอดเวลาที่ประทับอยู่ในประเทศไทย

จดหมายที่น่าสนใจฉบับหนึ่งคือ จดหมายที่ลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๔๘๑

"จดหมายฉบับนี้เล่ารายละเอียดตั้งแต่เดินทางมาถึง แต่คราวนี้ลงนามโดย ปาตาปูมคลับ จดหมายเริ่มโดยไม่มีคำขึ้นต้นว่า

"เราได้รับจดหมายทุกฉบับของครูและขอขอบคุณมาก เรามีห้องนอนสวยมากพร้อมโต๊ะทำงาน บนโต๊ะมีปากกา 'เอเวอร์ชาร์ป' สองด้าม ด้ามหนึ่งปรับได้ด้วย ทั้งสองด้ามเขียนดีมาก ต้องเอากลับไปโลซานน์ด้วยไหม

...เราไม่ทรมานเพราะอากาศร้อนหรอก แต่ยุงนี่น่ะซิ นี่คือตัวอย่างหนึ่ง ตัวที่ 'ลิง' เป็นคนตบ (ลิงเป็นกรรมการทำหน้าที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ตามข้อบังคับอย่างเป็นทางการของปาตาปูมคลับ)

ตอนนี้พระราชพิธีกำลังเริ่มแล้ว ส่วนโรงเรียนก็????? อ้า!ฮึม!????? ลงท้าย 'ชมรมปาตาปูมทุกคนขอส่ง ----- มาให้คุณ' (สัญลักษณ์แปลกๆ)

เกือบ ๗๕ ปีผ่านไปตั้งแต่จดหมายฉบับนี้เขียนขึ้น ภายในซองยังคงมีซากของยุงแทรกตัวอยู่ในกระดาษที่เขียนขึ้นด้วยหมึกแดงตัวพิมพ์ใหญ่ว่า 'ระวัง ข้างในมีสัตว์ ๑ ตัว อย่าทำตก' จดหมายที่ครูได้รับจากลายพระหัตถ์ของในหลวงอานันท์ แต่มาจากพระทัยของในหลวงทั้งสองพระองค์ฉบับนี้ ประทับใจครูไม่รู้ลืม"

นอกเหนือจากวิชาการ ครูเกลย์องเป็นครูที่ได้ถวายความรู้ในด้านอื่นๆแก่ในหลวงทั้งสองพระองค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาช่างไม้ ซึ่งครูได้เริ่มเรียนวิชาช่างไม้ตั้งแต่ยังศึกษาที่โรงเรียนเอกอลนูแวล และพัฒนาฝีมือจนถึงระดับมืออาชีพเนื่องจากได้รับคำแนะนำจากบิดาของภรรยาซึ่งเป็นช่างเครื่องเรือนไม้ ต่อมาครูจึงได้ถวายการสอนวิชาช่างไม้แก่ทั้งสองพระองค์ ดังปรากฏในความตอนหนึ่งจากหนังสือว่า

"ในไม่ช้าวิลล่าวัฒนาก็มีห้องทำงานช่างไม้ที่ครบเครื่องเกือบเหมือนของมืออาชีพ และเป็นที่ซึ่งในหลวงได้เรียนรู้ศิลปะการช่างไม้ และไม่นานก็ทรงเชี่ยวชาญ ทรงประดิษฐ์สิ่งของต่างๆด้วยพระองค์เอง เช่น ของใช้ประจำวัน เฟอร์นิเจอร์เล็กๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องบินและเรือ ของเล่นจำลองย่อส่วนที่น่ารักเหมือนจริง"

ในพ.ศ.๒๔๘๘ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พร้อมด้วยพระอนุชา และสมเด็จพระราชชนนี เสด็จนิวัตประเทศไทย ในระหว่างที่ประทับอยู่ในประเทศไทย ได้มีลายพระหัตถ์ถึงครูเกลย์องถึงเรื่องราวต่างๆที่ได้ทรงประสบ เพียง ๔ วันก่อนที่จะเสด็จฯกลับไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จสวรรคตด้วยทรงต้องพระแสงปืน เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๘๙ ณ ห้องพระบรรทม พระที่นั่งบรมพิมาน ภายในพระบรมมหาราชวัง ต่อมารัฐสภาได้อัญเชิญ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช พระอนุชาขึ้นครองราชย์สืบราชสันตติวงศ์ต่อไป

ข่าวร้ายนี้มาถึงครูเกลย์องในรูปแบบของกระดาษโน้ตที่เพื่อนบ้านนำมาให้ เนื่องจาก สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ โทรศัพท์มาแจ้งข่าว แต่ระหว่างนั้นครูออกไปเดินเล่นกับครอบครัว ข้อความในกระดาษโน้ตแจ้งให้โทร.กลับด่วน

"แล้วครูเกลย์องก็รับทราบข่าวร้ายนี้ทางโทรศัพท์จากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ซึ่งทำให้เกลย์องถึงกับทรุด เขารีบส่งโทรเลขแสดงความเสียใจไปถวาย...

ในหลวงเพิ่งจะได้ทรงครองราชย์ไม่นาน ได้มีพระราชหัตถเลขาถึงครูเกลย์องบนกระดาษขอบดำ ดังต่อไปนี้ :

'เมอร์ซิเยอร์' ที่รัก

ขอบใจสำหรับจดหมายให้กำลังใจ สำหรับฉันที่กำลังอยู่ในช่วงที่โศกเศร้าและรู้สึกตัวคนเดียวแล้ว เป็นสิ่งที่อบอุ่นใจมาก"

หลังจากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯกลับไปทรงศึกษาต่อที่สวิตเซอร์แลนด์ดังเดิม โดยมีครูเกลย์องทุ่มเทในการถวายพระอักษรวิชานิติศาสตร์ ในระหว่างนั้นได้เสด็จฯไปเยี่ยมเยียนหลายประเทศในยุโรป ด้วยจุดประสงค์อันเกี่ยวเนื่องกับพระราชภารกิจในอนาคต ในการเดินทางบางครั้ง เพื่อให้คนจำไม่ได้ก็ต้องอาศัยการปลอมตัวสารพัดรูปแบบ เช่น บอกว่าในหลวงเป็นลูกชายของครู เป็นต้น

ช่วงเวลาสำคัญอีกช่วงหนึ่งของชีวิตครูเกลย์องที่ได้ถวายการรับใช้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือเมื่อเสด็จฯกลับไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีกครั้งหลังจากพิธีราชาภิเษกสมรส โดยมีสมเด็จพระราชินีตามเสด็จไปประทับที่เมืองโลซานน์ด้วย หลังจากนั้น ในปี ๒๔๙๔ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จฯกลับประเทศไทยเป็นการถาวร เพื่อทรงเริ่มต้นปฏิบัติพระราชภารกิจเพื่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย นับตั้งแต่นั้นจนถึงปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯไปเมืองโลซานน์ครั้งสุดท้าย เมื่อพ.ศ.๒๕๐๗ ขณะที่ครูเกลย์องถวายการรับใช้พระราชวงศ์ไทย มาจนถึงพ.ศ.๒๕๐๕ จึงถวายบังคมลาเนื่องจากเกษียณอายุ แต่ก็ยังคงเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ อย่างสม่ำเสมอ ขณะที่ทั้งสองพระองค์ประทับอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ต่อมา ใน พ.ศ.๒๕๓๑ ครูเกลย์องได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยพร้อมกับบุตรชาย ในโอกาสที่มีอายุครบ ๘๒ ปี ในโอกาสนี้ครูเกลย์องได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

มร.เกลย์อง เซ.เซไรดารีส ถึงแก่กรรมอย่างสงบที่บ้านพักในเมืองโลซานน์ ใน พ.ศ.๒๕๔๐ ก่อนเสียชีวิต เขาได้เก็บรักษาภาพถ่ายและจดหมายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับพระราชวงศ์ไทยเอาไว้อย่างดีที่สุด จดหมายและภาพถ่ายเหล่านี้ได้กลายเป็นภาพบันทึกประวัติศาสตร์อยู่ในหนังสือ ซึ่งต่อมาบุตรชายของเขาได้เขียนขึ้นเพื่อระลึกถึงพระคุณของพ่อ และสนองพระราชปรารภในเวลาต่อมา ขณะเดียวกันหนังสือเล่มนี้ก็ได้เผยให้เห็นถึงชีวิตของบุคคลคนหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังหน้าประวัติศาสตร์ที่น่าศึกษายิ่ง

หนังสือ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๙ และเจ้านายไทยในโลซานน์" รวบรวมโดย ลีซองดร์ เซ.เซไรดารีส ถอดความจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย โดย ดร.อดิเทพ เวณุจันทร์ ถอดความเป็นภาษาฝรั่งเศส โดย ดร.จินดารัตน์ ชุมสาย ณ อยุธยา

(ผู้สนใจสามารถหาซื้อหนังสือ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๙ และเจ้านายไทยในโลซานน์" ได้ที่ศูนย์หนังสือเอเชียบุ๊ค ทุกสาขา รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว นำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย)