โรงแรมสากล อุ่นรักโรงแรมเก่าเมืองอุบล

บ้านเก่าที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ในเมืองอุบลฯ
สถานีศูนย์วัฒนธรรม

บนถนนหลายสายในอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี มีอาคารบ้านเรือนตึกเก่าหลายหลัง อายุเก่าแก่เกือบร้อยปี บางหลังไม่ได้ใหญ่โตแต่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์น่าสนใจ บ้างถูกปล่อยทิ้งร้าง ผุพัง เสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา สถาปัตยกรรมเหล่านี้สร้างโดยไม่ได้ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง หรือวัสดุราคาแพง แต่กลับคงอยู่มาได้นานนับศตวรรษ และยังมีมนต์เสน่ห์ชวนมองอยู่เสมอ

โรงแรมไม้ทรงไทยหลังเก่าที่หัวมุมสี่แยกรถไฟ หลังคาบังระเบียงแลดูเหมือนหญิงชราคลุมหน้าด้วยเสื้อฮู้ดสีเขียว เฝ้ารอการกลับมาของใครบางคนที่เคยมาพักผ่อนหลับนอน ก่อนจะขึ้นรถไฟจากไปทิ้งไว้แค่เพียงความทรงจำ เกิดเป็นคำถามในใจของผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาว่า อาคารไม้ทรงไทยเก่าๆ ไร้ป้ายชื่อที่น่าพิศวงหลังนี้มีที่มาอย่างไร ทำไมจึงถูกทิ้งร้างมานาน

ย่านชุมชนบริเวณสี่แยกรถไฟ ถนนทหารตัดกับถนนศรีสะเกษ ๒ ในเขตเทศบาลอำเภอ วารินชำราบ มีอาคารพาณิชย์เก่าแบบตะวันตกตั้งอยู่ใกล้กันหลายหลัง ส่วนใหญ่เป็นอาคารไม้ตกแต่ง ฉลุลายโปร่งเป็นลายพันธุ์พฤกษา อาคารก่ออิฐมีลวดลายปูนปั้นรูปวงโค้งที่หน้าต่างชั้นบนและที่ประตูทางเข้าชั้นล่าง แต่ที่ดูโดดเด่นกว่าอาคารทุกหลังก็คือ อาคารไม้ ๓ ชั้น ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหัวมุมสี่แยกรถไฟ ซึ่งเป็นเนินสูงแห่งหนึ่งของตัวเมืองนี้ ในอดีตเคยใช้เป็นสำนักงานการไฟฟ้า ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นโรงแรม กระทั่งเลิกกิจการไปเนื่องจากมีสภาพทรุดโทรมมาก

ประนอม กาจนสุนทร หญิงชราเจ้าของร้านมินิมาร์ทฝั่งตรงข้ามเล่าให้ฟังว่า

"เมื่อก่อนบ้านหลังนี้เคยเป็นโรงแรมเก่า ชื่อ โรงแรมสากล เป็นอาคารไม้ ๓ ชั้นแห่งแรกของอุบลราชธานี สร้างมาก่อนที่ยายจะเกิดด้วยซ้ำ เจ้าของเขาเสียชีวิตไปหมดแล้ว ลูกหลานเขาก็ปล่อยทิ้งร้างไว้อย่างที่เห็นนี่ละ"

ในปี ๒๔๗๓ ทางรถไฟจากนครราชสีมาได้สร้างมาถึงจังหวัดอุบลราชธานี อำเภอวารินชำราบซึ่งเป็นสถานีปลายทางจึงกลายเป็นจุดรับส่งสินค้า ธุรกิจการค้ามากมายได้เกิดขึ้นในย่านนี้ โดยเฉพาะชาวจีนที่อพยพมากับเรือกลไฟตามแม่น้ำมูลได้รับซื้อสินค้าพื้นเมืองและข้าว บรรทุกเกวียนหรือเรือไปขายยังนครราชสีมา ในยุคนั้น (ประมาณ พ.ศ.๒๔๘๐) ชาวจีนที่มีชื่อเสียงคือ ฮกต๋าย โกศัลวิตร และ ฮกเที่ยง โกศัลวิตร ทำอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ขนขยะให้เทศบาล มีเรือแพเดินอยู่ในแม่น้ำมูล ทำอู่รถ และเป็นเอเย่นต์ขายรถขยะให้กับเทศบาล ฮกต๋าย โกศัลวิตร ผู้นี้เองที่สร้างอาคารไม้ ๓ ชั้นหลังนี้ขึ้น โดยเลือกทำเลอยู่ไม่ไกลจากริมฝั่งแม่น้ำมูล ตามวิสัยชาวจีนที่ชอบสร้างถิ่นอาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำ

"ตั้งแต่มีสถานีรถไฟบริเวณนี้ก็เจริญขึ้นมาก พลุกพล่านไปด้วยผู้คน แสงไฟสว่างไสวทั้งคืน ผู้คนลงจากรถไฟเขาก็จะมาเช่าโรงแรมนี้อยู่ เพราะเป็นโรงแรมเดียวที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟมากที่สุด คนที่จะไปกรุงเทพฯ หรือกลับจากกรุงเทพฯ แล้วจะไปต่อที่อื่น แต่มาไม่ทันรถโดยสารก็จะพักกันที่นี่ ด้านล่างของโรงแรมมีอาหารตามสั่งขาย ด้านหลังมีตลาดสดกับโรงภาพยนตร์ เรียกว่ามีทุกอย่างไว้คอยบริการครบวงจร" ประนอม อนันติโย เพื่อนบ้านของ ยายประนอม กาจนสุนทร เข้ามาเยี่ยมในจังหวะนั้นพอดี จึงช่วยเล่าเสริมเติมต่อ

โรงแรมสากลสร้างด้วยไม้ทั้งหลัง คาดว่าน่าจะสร้างหลังจากสถานีรถไฟสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีตุ่น โกศัลวิตร ภรรยา ฮกต๋าย โกศัลวิตร เป็นเจ้าของ ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมจีนผสมไทยรูปครึ่งวงกลมมีมุมหกเหลี่ยม สูง ๓ ชั้น ทาสีไม้ทั้งหลัง หลังคาจั่วสีเขียวแบบไทย มีช่องลมสลับเป็นรูปฟันปลา ระเบียงไม้ยาวตลอดแนวอาคารตรงกับระเบียงชั้นล่าง มีรั้วระเบียงเป็นลายฉลุให้ดูโปร่งเบาสบายรับลมเข้าได้ดี นับเป็นเสน่ห์ของอาคารอย่างหนึ่ง และเป็นภูมิปัญญาของช่างที่ช่วยลดความร้อนของโรงแรมได้มากทีเดียว ประตูกว้างเท่ากับความกว้างของช่วงเสาบานประตู เป็นบานพับคล้ายฝาเฟี้ยมของเรือนไทย พับเก็บไว้สองข้างของประตู แต่ปัจจุบันประตูได้ถูกรื้อออกไป เพราะผุพังไปตามกาลเวลาและแทนที่ด้วยประตูเหล็ก แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือ เหตุใดไม่มีหน้าต่างสักบาน หรืออาจเป็นไปได้ว่าหน้าต่างน่าจะอยู่ด้านหลังของโรงแรม ซึ่งมีเรือนแถวไม้ปลูกยาวทอดต่อจากโรงแรมตามหัวมุมถนนเป็นรูปตัววี หากมองผ่านๆ โรงแรมนี้จะดูคล้ายกับหอคณิกาในภาพยนตร์จีนที่มีหญิงงามยืนอยู่บนระเบียงคอยส่งเสียงเรียกบุรุษเข้ามาหาความสำราญ

มองออกไปฝั่งตรงข้ามด้านหน้าโรงแรมสากล มีบ้านไม้เรือนไทย ใต้ถุนสูงหลายหลังของข้าราชการและพนักงานการรถไฟสถานี บ้านทุกหลังทาสีเลือดหมูเรียงยาวไปจนถึงสถานีรถไฟ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของสถานีรถไฟอุบลราชธานีที่ยังคงอยู่เคียงคู่กันมากับโรงแรมสากล ลุงที่ร้านกาแฟโบราณข้างบ้านของการรถไฟฯ บอกเล่าถึงโรงแรมสากลว่า "สมัยสงครามเวียดนาม ทหารจี.ไอ.เป็นลูกค้าวี.ไอ.พี.ของโรงแรมเลย ช่วงนั้นเงินสะพัดมาก ผู้หญิงแห่กันมาที่อุบล เหมือนโดนแม่เหล็กดูด มองไปทางไหนก็เห็นแต่เมียเช่าฝรั่ง ถัดไปเป็นค่ายทหาร ถนนข้างโรงแรมนี้จึงเรียกว่า ถนนทหาร เมื่อก่อนเป็นถนนลูกรังแคบๆ พวกไอ้กันทำใหม่เป็นถนนคอนกรีตใหญ่กว่าเดิม และอยู่มาจนถึงทุกวันนี้"

ย้อนหลังไปเมื่อประมาณ ๓๐ กว่าปีที่แล้ว หลายคนคงเคยได้ฟังเพลงลูกทุ่งแนวเสียดสีสังคม เช่น เพลงเก่ามาจากไหน ของ จีระพันธ์ วีระพงศ์ ร้องว่า

"เก่ามาจากไหนมาใหม่แถวนี้ น้องมาจากตาคลีหรืออุบล" เมื่อสหรัฐอเมริกาถอนทัพออกไปได้เกิดปัญหาลูกครึ่งตามมา ปัญหาดังกล่าวได้รับการสะท้อนผ่านบทเพลงจำนวนมาก ซึ่งคุณจีระพันธ์ ได้นำมาร้องว่า "กลับมาทำไมคุณนายโรงแรม เชิญไปเป็นแหม่ม เป็นแหม่มอยู่เมืองนอก" ส่วนหนึ่งก็น่าจะมีที่มาจากโรงแรมสากลแห่งนี้นี่เอง

เยื้องจากโรงแรมสากลชันลงไปประมาณ ๓๐ เมตร ตามริมถนนทหาร มีอาคารพาณิชย์เก่าทรงยุโรป ๓ ชั้น ก่ออิฐถือปูนรูปทรงแท่งเหลี่ยม หลังคาทรงจั่วลาดต่ำ ตกแต่งลวดลายแบบตะวันตกอย่างงดงาม ทาสีชมพูอ่อนๆ เหนือประตูปั้นปูนเป็นบัวโค้งตลอดความกว้างของประตู ตรงกลางใช้ไม้ฉลุลายโปร่งเป็นช่องลม เมื่อก่อนเคยเป็น "โรงเรียนสอนภาษาจีนฮัวเคี้ยวตกฮัก" ของ หมอเต๋านำ ต่อมาเปลี่ยนเป็น "โรงเรียน จารุพันธ์พิทยา" ปัจจุบันเป็นร้านกาแฟสไตล์ย้อนยุคขึ้นชื่อ "ร้านกาแฟภันเต" ซึ่งรับกันดีกับอาคารเก่าหลังนี้ ฝั่งตรงข้ามเป็นเรือนแถวที่ทอดยาวมาจากโรงแรมสากล และตึกแถวอื่นๆ ที่ปลูกแซมขึ้นมาใหม่

เมื่อสอบถามถึงการปรับปรุงโรงแรมก็ได้รับคำบอกเล่าจาก คุณยายประนอม อนันติโย ว่า

"คนที่รับสืบทอดโรงแรมนี้ต่อจะเรียกว่าเหลนก็คงไม่ถูกนัก น่าจะเรียกว่าลูกโยนมากกว่า เพราะเป็นเหลนของเหลนอีกที ความผูกพันกับสถานที่จึงไม่มี เขาเห็นว่าทำเลโรงแรมอยู่ติดกับสี่แยกไฟแดง ไม่มีสถานที่สำหรับจอดรถ เลยไม่ปรับปรุงต่อ แล้วปล่อยให้คนเช่าชั้นล่าง ส่วนด้านบนยังคงปิดตายเหมือนเดิม"

"เคยมีช่างมาซ่อมแซมเหมือนกันแต่กลับตกลงมาตาย เพราะพื้นมันเก่ามาก ตั้งแต่นั้นมาเขาจึงเลิกกิจการและไม่อนุญาตให้ใครขึ้นไปอีกเลย ต่อมาจะมีการซ่อมแซมอีกครั้ง แต่เจ้าของคนสุดท้ายก็มาตายไปเสียก่อน ส่วนด้านบนเป็นยังไงยายก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะไม่เคยขึ้นไป" คุณยายประนอม กาจนสุนทร เล่าให้ฟังตามประสาคนบ้านใกล้เรือนเคียงที่เคยได้ยินได้ฟังเรื่องราวต่างๆมา

มาถึงวันนี้ โรงแรมสากลยังดูมีเสน่ห์อย่างบ้านไม้เรือนไทยทั่วไป ยิ่งเก่ายิ่งทรงคุณค่าและสูงสง่า คนรุ่นใหม่ที่ขับขี่รถผ่านไปมา หรือในยามที่ติดไฟแดงได้เงยหน้าขึ้นมอง ในชั่วระยะเวลาก่อนไฟเขียวกะพริบคงเกิดจินตนาการเห็นภาพในอดีตที่พ่อค้าประชาชนต่างทำมาหากินกันในย่านสถานีรถไฟ ที่นำความเจริญเข้ามาสู่จังหวัดอุบลราชธานี มีนักเดินทางแวะพักหลับนอนที่โรงแรมสากล เสียงแตรรถไฟปลุกให้ตื่นขึ้นเดินทางต่อในยามเช้า หญิงชาวบ้านไร้ที่ทำกินหลงกลิ่นดอลลาร์จึงหันมาเป็นเมียเช่าทหารสหรัฐฯ ก่อนที่จะเลิกร้างกันไปทิ้งไว้แต่ "ข้าวนอกนา" และบทเพลงแห่งความทรงจำ ขณะที่ลูกหลานชาวจีนยังคงเก็บรักษาอาคารเก่าเหล่านี้ไว้เป็นอย่างดี ตามวิถีชาวจีนที่ยังรักและหวงแหนสถานที่ที่เคยใช้ทำมาหากิน