สมัยเรียนไอที ท่านอาจารย์ที่สอนเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตมักพูดเสมอว่าข่าวบนโลกออนไลน์นั้นสามารถเชื่อถือได้น้อยมาก

สมัยนั้นยังไม่มี Facebook เลยนะครับ แต่อาจารย์ท่านมองได้ทะลุจริงๆ ยิ่งมาถึงยุค Facebook กำลังเฟื่องฟูแบบตอนนี้แล้ว ผมเห็นข่าวบางข่าวนี่ทำเอาส่ายหน้าจนคอแทบหลุดเลยเชียว

เพื่อความชัดเจน ผมขออนุญาตยกตัวอย่างให้เห็นภาพกันนิดหน่อยก็แล้วกันนะครับ

ข่าวที่ 1 งูเห่าปลาช่อน

ข่าวนี้เป็นข่าวที่ผมได้รับต่อมาจากเพื่อนบน Facebook อีกที ตอนแรกที่อ่านรายละเอียดผมก็งงๆอยู่เหมือนกัน เพราะโดยส่วนตัวแล้วผมชอบไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ก็เลยจำได้ว่าเจ้าตัวนี้มันไม่มีพิษ แถมกินได้อีกด้วย (คือเอาไปทำแกงส้มเขาว่าอร่อยทีเดียวเชียว)

แต่คนส่งข่าวเป็นคนที่มีชื่อเสียงพอสมควรในโลกของ Facebook ดังนั้น แทนที่ผมจะหาข้อมูลไปค้านเขาก็เลยได้แต่เงียบๆไว้ แต่ก็ยังคงหาข้อมูลอยู่นะครับ ไม่ได้ปล่อยผ่านไปเฉยๆ

สิ่งที่ค้นพบก็คือปลาช่อนงูเห่ามีลักษณะหลายอย่างที่คล้ายงูเห่า จนหลายคนคิดเอาเองว่าเป็นปลามีพิษ เพราะเป็นลูกผสมระหว่างปลากับงู แถมปลาพวกนี้ไม่ใช่ปลาเศรษฐกิจก็เลยไม่ค่อยมีคนนิยมเลี้ยงกัน ทำให้คนรู้จักกันน้อย

โชคร้ายก็เลยมาเยือนปลาพวกนี้ เพราะพอคนคิดว่ามีพิษ ก็เลยกลายเป็นว่าใครเจอเข้าก็ฆ่าทิ้งซะงั้น (ผมล่ะแอบสงสารจริงๆ)

ถึงแม้ชีวิตส่วนตัวของปลาช่อนงูเห่าจะดุไปหน่อย แต่แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ไม่ว่าจะเป็นข่าวเกษตรทางช่อง 7 สี และข้อความที่มีแปะเอาไว้ตามตู้ปลาของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำก็ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่ใช่ปลามีพิษ ดังนั้น ใครเจอเข้าแล้วไม่คิดจะนำมาทำแกงส้ม ก็ปล่อยๆเขาไปเถอะครับ โดนใส่ร้ายผ่าน Facebook จนแย่กันหมดแล้ว

ข่าวที่ 2 หน้ากากอนามัย

หน้ากากอนามัยแบบที่มี 2 สีนั่นล่ะครับ ข่าวที่แชร์กันต่อๆมาเขาว่าให้ใส่สลับสีโดยมีความหมายต่างกันคือ

ถ้าหันด้านสีเขียวออกแสดงว่าเป็นการป้องกันตัว ไม่ให้ได้รับเชื้อ

ถ้าหันด้านสีขาวออกแสดงว่าเป็นคนป่วย และได้ทำการป้องกันไม่ให้ส่งเชื้อต่อไปให้คนอื่น

อ่านรายละเอียดแล้วดูน่าเชื่อถือดีใช่ไหมครับ

แต่ความจริงแล้ว พอสืบค้นข้อมูลดูก็พบแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือเพราะผู้ออกมาแก้ข่าวเป็นด็อกเตอร์ที่เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพจากมหาวิทยาลัยที่น่าเชื่อถือในประเทศไทย บอกว่าไม่ว่าจะเอาด้านไหนออกการป้องกันการแพร่เชื้อก็ดีพอๆกัน เพียงแต่ว่าถ้าเอาด้านสีเขียวออกจะทำให้คนใส่สบายกว่า เพราะตะเข็บไม่ไปกดหน้าให้เกิดความระคายเคือง

ดังนั้น ใครเข้าใจผิดก็ปรับความเข้าใจกันใหม่นะครับ

ข่าวสุดท้าย ทุเรียนเทศรักษามะเร็ง

ข่าวนี้แชร์กันเยอะมาก ถึงแม้การทดสอบในห้องปฏิบัติการพบว่าสารสกัดจากใบทุเรียนเทศมีฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งได้จริงก็ตาม แต่ผลข้างเคียงนี่สิช่างน่ากลัว ทั้งนี้เพราะปรากฏว่าผู้ที่นำใช้หลายคนก็เกิดภาวะไตวายจนตายไปก่อนมะเร็งจะทำงานเต็มที่

ดังนั้น ใครที่คิดจะใช้ใบทุเรียนเทศมาต้มกินด้วยหวังว่าจะฆ่าเซลล์มะเร็งได้จริง ก็คิดให้หนักๆนะครับ

สุดท้ายเวลาที่ได้รับข่าวอะไรที่แชร์ต่อๆกันมาอย่าเพิ่งปักใจเชื่อว่าเป็นความจริงนะครับ ค้นข้อมูลให้ดีๆก่อน ถ้าแน่ใจว่าเป็นจริงๆ เมื่อไหร่ค่อยแชร์ต่อไปก็ยังไม่สาย