บลูเบอร์รี่ชีสพาย

อาหารตาม (พ่อ) สั่ง

ขนมอย่างนึงที่เป็นที่ชื่นชอบของสาวๆ คงหนีไม่พ้นบลูเบอร์รี่ชีสพาย ทั้งนี้เพราะความหวานหอมของครีมชีส และบลูเบอร์รี่แบบแช่เย็นนั่นเอง

ด้วยหน้าตาของขนมที่ดูดี แถมชวนน้ำลายไหลเพราะความเยิ้มฉ่ำของบลูเบอร์รี่สีม่วงเข้มที่ตัดกับครีมชีสสีขาวนวล คงทำให้ใครหลายคนคิดว่าขนมนี้เป็นอะไรที่ทำได้ยาก และอาจสงสัยว่าต้องใช้เตาอบหรือเปล่า ก็ขึ้นชื่อว่า "พาย" อาจต้องมีการ "อบ" ก็เป็นได้

คำตอบคือไม่ต้องจ๊ะ ไม่ต้องใช้เตาอบ แถมการทำ "บลูเบอร์รี่ชีสพาย" นั้น ง่ายแสนง่าย เรามาดูกันนะจ๊ะ


สูตรอาหาร

  • ขนมปังแครกเกอร์(แบบแผ่นกลม) 150 กรัม
  • คุกกี้เนย 50 กรัม
  • เนยจืด 100 กรัม
  • ครีมชีส 250 กรัม
  • นมข้นหวาน 5 ช้อนโต๊ะ
  • นมจืด 8 ช้อนโต๊ะ
  • มะนาว 1 ลูก
  • บลูเบอร์รี่กระป๋อง ตามชอบ
  • พิมพ์เค้กทรง 3 เหลี่ยม หรือวงกลมเล็กๆ ตามชอบ

วิธีการมีดังนี้

1. สำหรับบทความคราวนี้ขอเริ่มกันตั้งแต่เตรียมของกันเลยนะจ๊ะ โดยขนมปังแครกเกอร์นั้น ให้เลือกซื้อแบบที่เป็นแผ่นกลมๆ แบบในรูปนะจ๊ะ เพราะมันจะได้มีรสชาติ ไม่จืดชืดเหมือนแบบแผ่นสี่เหลี่ยม

2. คุกกี้เนยนี่ขอแนะนำให้ใช้แบบกระป๋อง หรือกล่องกระดาษที่ยี่ห้อดังๆนะจ๊ะ อย่าใช้คุกกี้แบบปี๊บ เพราะมันไม่อร่อยเท่า

3. เมื่อคุกกี้กับแครกเกอร์พร้อม เราก็นำมาใส่ในถุงพลาสติกใสสำหรับใส่อาหารใบโตๆ แล้วใช้มือบี้ให้แตก (สามารถใช้ไม้นวดแป้งทุบเบาๆ ช่วยได้)

4. จุดสังเกตว่าแครกเกอร์กับคุกกี้แตกดีแล้ว คือขนาดชิ้นไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป กะว่าขนาดชิ้นโดยเฉลี่ยก็ปลายนิ้วก้อย ถือว่าใช้ได้แล้ว

5. พอแครกเกอร์กับคุกกี้แตกดีแล้ว ก็ให้เขย่าๆ ทั้ง 2 ขนมให้เข้ากันให้ดีๆ แล้วให้เทใส่อ่างสเตนเลสส์ (พวกอ่างยำก็ได้) พักไว้

6. ทีนี้ก็มาถึงเนยจืด ซึ่งถ้าตั้งทิ้งข้างนอก ก็จะค่อยๆละลาย แต่ยังไม่เหลวพอจะใช้งาน ดังนั้น ให้นำเขาตู้อบไมโครเวฟ โดยค่อยๆอบทีละประมาณ 10 วินาที แล้วต้องคอยระวังอย่าให้ไหม้ด้วย

7. เมื่อเนยจืดละลายเหลวดีแล้ว ให้เทใส่แครกเกอร์กับคุกกี้ที่อยู่ในอ่างสเตนเลสส์

8. ทำการคลุกแครกเกอร์กับคุกกี้ และเนยจืดให้เข้ากันให้ดี

9. นำของทั้งหมดอัดใส่พิมพ์เค้กที่เตรียมไว้ โดยกดให้แน่นๆด้วยช้อน ให้ความสูงของชั้นพายอยู่ที่ประมาณ 1/4 ของความสูงพิมพ์ (ตอนนี้เราจะได้ฐานพายแล้ว)

10. นำฐานพายไปแช่ช่องแช่แข็ง เตรียมเอาไว้

11. เตรียมภาชนะอีกใบที่ต้องสะอาดและแห้ง เพื่อทำหน้าพาย

12. ใส่ครีมชีส นมข้นหวาน และนมจืดลงไป

13. คนส่วนผสมทั้ง 3 อย่างให้เข้ากัน โดยใช้ไม้พายพลาสติก

14. พอส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดีแล้ว ให้บีบมะนาวใส่ลงไป แล้วคลุกต่อ

15. นำฐานพายออกจากตู้เย็น แล้วเทครีมชีสที่คลุกเคล้าดีแล้วลงไป

16. เกลี่ยให้หน้าพายเรียบ โดยความสูงของหน้าพายจะหนากว่าฐานพาย 1 เท่าตัว เช่น ฐานพายหนา 1 เซ็นต์ ก็หมายความหน้าพายต้องหน้า 2 เซ็นต์ เป็นต้น

17. เมื่อเกลี่ยหน้าพายให้เรียบดีแล้ว ก็ให้นำพายไปแช่ช่องแช่แข็ง ประมาณ 30 นาที

18. พอครบ 30 นาทีแล้ว ให้นำพายออกมาจากตู้เย็นแล้วราดด้วยบลูเบอร์รี่กระป๋อง โดยให้เหลือขอบขาวของหน้าพายเอาไว้ด้วยเพื่อความสวยงาม

19. ถ้าคุณผู้อ่านชอบผลไม้สด ก็สามารถแต่งด้วยแอปเปิ้ลสดฝานบางๆ ได้ด้วยนะจ๊ะ

เมนูคราวนี้อร่อยและทำง่าย เสียอย่างเดียว คือ ถ้ารับประทานมากไปอาจน้ำหนักขึ้นได้โดยไม่ทันตั้งตัว ดังนั้น อย่าลืมออกกำลังกายด้วยนะจ๊ะ

ตะหลิวทำเองทานเอง มันอร่อยมาก จนตอนนี้เริ่มรู้สึกว่าน้ำหนักชักจะขึ้นอีกแล้วละสิ


เล่าเรื่องชีส

ทีแรกตะหลิวว่าจะเล่าเรื่องครีมชีส แต่เนื่องจากครีมชีสเป็นอะไรที่ไขมันสูง ดังนั้น ตะหลิวก็ข้ามไปก่อนดีกว่า ขืนเล่าไปเดี๋ยวคุณผู้อ่านสาวๆจะลังเลไม่กล้ารับประทานขนมคราวนี้

ดังนั้น ตะหลิวขอเล่าเรื่องชีสดีกว่า

จริงๆแล้ว ชีสนั้นคนไทยเรียกกันว่า "เนยแข็ง" ทั้งนี้เพราะชีสจะมีลักษณะเป็นก้อนแข็งบ้าง เหนียวบ้าง โดยชีสนั้นเป็นผลิตภัณฑ์จากโปรตีนในน้ำนม ต่างจากเนยเหลวที่เรียกกันว่า "บัตเตอร์" ที่ได้มากจากไขมันจากนมวัว

ดังนั้น ก็เลยเป็นที่มาของข่าวว่าถ้าทานเนยเหลวที่เรียกว่าบัตเตอร์มากๆ รับรองอ้วนแน่นอน แต่ทานชีสหรือเนยแข็งจะไม่อ้วน เพราะเป็นผลิตภัณฑ์จากโปรตีนนั่นเอง

เรื่องทานเนยเหลวมากๆแล้วอ้วนนี่ยืนยันได้ แต่เรื่องทานชีสแล้วไม่ค่อยอ้วนนี่อย่าเชื่อมากนะจ๊ะ เพราะตะหลิวอ่านส่วนผสมของชีสแล้ว ชีสแทบทุกประเภทจะมีไขมันกับโปรตีนในปริมาณพอๆกันเลย แล้วแบบนี้จะไม่อ้วนได้อย่างไร จริงไหมคุณผู้อ่าน