วันนี้เป็นวันอาทิตย์จะมานั่งทำกับข้าวอีกก็ออกจะเบื่อๆพิกล นึกไม่ออกด้วยว่าจะต้ม แกง หรือผัดอะไรดี โทร.ชวนเพื่อนฝูงบรรดาแม่ๆ และลูกๆเขาในวัยไล่เลี่ยกันไปหาข้าวกินนอกบ้านดีกว่า ไปใกล้ๆ เดินทางสะดวก อาหารหลากหลายให้บรรดากลุ่มลูกค้ากลุ่มใหญ่ต่างอายุกลุ่มนี้ได้เลือกกินกันได้อย่างสะใจ โทรศัพท์นัดแนะกันเรียบร้อย ก็มาลงตัวกันที่นี่เลยค่ะ W District ซึ่งสะดวกกับการเดินทาง คุณที่จะมาจากทิศทางใดก็แล้วแต่ หากไม่ได้ขับรถเองก็นั่งรถไฟฟ้าบีทีเอสมาลงสถานีพระโขนงก็แล้วกัน หากขับรถมาก็เข้าด้านถนนสุขุมวิท ทางเข้าจะอยู่เกือบถึงแยกไฟแดงพระโขนง ทางที่เลี้ยวซ้ายจะไปคลองตัน สังเกตคอนโดมิเนียมหลายๆตึกตรงนั้น มีทางเข้าร่วมกัน เลี้ยวเข้าไปเลยค่ะ คุณแม่ลูกสองที่อยู่ไกลสุดเมื่อเทียบกับคนอื่นในกลุ่ม คือจากถนนหลังสวนก็สามารถจูงลูกชายวัยแปด และหกขวบขึ้นรถไฟฟ้ามาได้อย่างสะดวก เมื่อถึงสถานีพระโขนง ก็เดินมาทางฝั่งซ้ายที่จะมุ่งหน้าออกนอกเมือง เดินผ่านเข้าไปตรงทางเข้าคอนโดมิเนียมใหญ่ๆ ริมถนนตามที่บอก บอก รปภ. แค่ว่าจะมากินข้าว เขาก็จะชี้ทางเข้าไปให้ หรือหากขับรถมาบอกเขาว่าจะมากินข้าว หรือมาที่ W District เขาก็จะชี้ทางไปที่จอดรถให้ จอดรถในตึกสะดวกสบาย เก็บบัตรจอดรถไว้เพื่อที่ว่าก่อนกลับ ก็แวะปั๊มบัตรจอดรถเสียให้เรียบร้อย เป็นหลักฐานว่าเรามาใช้บริการที่นี่ จะได้ไม่ต้องเสียค่าจอด

ตึกคอนโดมิเนียมหรืออาคารพาณิชย์เหล่านี้ จะบดบังสถานที่ที่เรานัดแนะจะมากินข้าวกันเสียมิดชิดจากหน้าถนน แต่คนจะกินซะอย่าง ยังไงก็ต้องหาสถานที่ที่อยากไปเจอจนได้ เมื่อเดินเข้าไปในบริเวณ W District จะเจอลานกว้างโล่ง ไม่มีหลังคา มีโต๊ะ เก้าอี้วางเรียงรายระยะห่างกันพอประมาณ ไม่เบียดเสียดยัดเยียดเหมือนในร้านอาหารที่มีพื้นที่จำกัด ลักษณะจะเป็นเหมือนเวลาฤดูหนาวที่บางตึกใหญ่ๆ มีลานกว้างๆ เขาจะใช้พื้นที่กว้างนั้นเปิดเป็นเบียร์การ์เด้น มีเบียร์ เครื่องดื่มอื่นๆ และซุ้มอาหารตั้งเรียงรายรอบๆบริเวณที่จัดโต๊ะอาหารรับรองลูกค้าไว้ แต่ที่ W District นี่จะเปิดขายกันทั้งปี ไม่จำกัดเฉพาะฤดูหนาวที่อากาศสบายนิดนึง เรานัดกันมาช่วงฤดูฝน กลัวว่าฝนจะตกไล่เหมือนกัน แต่ไม่เป็นไรน่า เพิ่ง 5 โมงเย็น ท้องฟ้าก็ดูสดใสดี กินกันไม่นานเดี๋ยวก็กลับบ้านแล้ว เนื่องจากแม่แต่ละคนก็หอบลูกกันมาครบทีม จึงกะว่าวันนี้จะกินดื่มกันแค่พอสนุก ไม่กล้ากินกันจนมึน เลือกที่นั่งกันจนถูกใจเรียบร้อย ใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ว่าฝนจะตกไหม แต่เอาน่า ไหนๆก็นัดกันมาแล้ว สู้ตายค่ะ

เมื่อได้โต๊ะถูกใจที่มีร่มสนามคันใหญ่กางไว้เผื่อจะกันฝนได้บ้าง ไม่ไกลจากห้องน้ำสักเท่าไร เราก็เริ่มเดินสำรวจบริเวณกัน พื้นที่ลานอาหารรวมซุ้มอาหารโดยรอบเหล่านี้น่าจะกว้างใหญ่กว่าหนึ่งไร่ คะเนด้วยสายตา การจัดโต๊ะอาหารก็มีหลายขนาดให้เลือกตามจำนวนลูกค้าที่เข้ามากิน โต๊ะเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง มีร่มสีขาวทรงสวยกางไว้เผื่อกันแดดกันฝน หลายโต๊ะขอหุบร่มเพื่อรับอากาศดีๆ ส่วนกลางของลานอาหารมีซุ้มสำหรับนักดนตรีสองคนเล่นกีตาร์และร้องเพลงให้ฟัง ตอนนี้ยังวันอยู่ ดนตรียังไม่เริ่มค่ะ ซุ้มอาหารน่าสนใจยิ่งนัก เพราะมีอาหารนานาชาติ หลากหลายอารมณ์ให้เลือก ทั้งอาหารไทยพวกข้าว ก๋วยเตี๋ยว ส้มตำ บาร์บีคิวแบบเสียบไม้ย่าง ทาร์โก้ พิซซ่า สเต๊ก พาย ขนม มีร้านขายเบียร์ ไวน์ น้ำปั่น เครื่องดื่ม มากมายให้เลือก คนขายก็มีทั้งคนไทย และคนต่างชาติ ทำให้ได้ฝึกภาษาอังกฤษในการสั่งอาหารไปด้วย ลูกค้าที่นี่เป็นต่างชาติเสียกว่าครึ่ง ส่วนใหญ่มากันเป็นกลุ่ม แต่ก็มีมาเป็นคู่บ้าง แต่งตัวกันตามสบายไม่ต้องพิถีพิถันมาก และเป็นคนหนุ่มสาวมากกว่าสูงวัย คนไทยที่มากินที่นี่ก็ดูจะวัยรุ่นนิดนึง บรรยากาศทั่วๆไปกันเอง

เราเดินเลือกอาหารกันตามซุ้ม สั่งคนขายเอาไว้เดี๋ยวเขามาส่งให้ค่ะ เด็กๆของเราที่มีกันเจ็ดคน วัยประถมต้นขอแยกไปนั่งโต๊ะข้างๆโต๊ะแม่ๆ เรียบร้อยก็เดินไปที่ซุ้มขายพิซซ่า ส่งภาษาอังกฤษกับเจ้าของร้านสั่งพิซซ่ามากินกันอย่างคล่องแคล่ว แต่ละคนมีอุปกรณ์ทั้ง Ipad ทั้งมือถือมาแชร์ความสนุกสนานของเกมส์ และการ์ตูนกัน บรรดาแม่ๆ วันนี้ถือเป็นโอกาสดีไม่มีสามีกวนใจ เลยสั่งทั้งไวน์ ทั้งเบียร์มาดื่มกันอย่างสุขใจ ส้มตำถาดที่อร่อย และเผ็ดจนหูชา บาร์บีคิวเสียบไม้ย่าง ทาร์โก้ และอีกสองสามอย่าง แถมด้วยมะม่วงมันที่หิ้วมาจากบ้าน มาขอยืมมีดกับจานเจ้าของร้านมาปลอกกินอย่างไม่ต้องเกรงใจ กินไป คุยไป ดื่มกันไป และลุ้นกันว่าฝนจะตกไหม ท้องฟ้าแจ่มใสเมื่อสักครู่เริ่มมีเมฆครึ้มๆลอยผ่านมาครอบคลุมพื้นที่พระโขนง เรายังนั่งกินกันอย่างสู้ตาย อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด และสักพักเดียวค่ะ ฝนก็ตกลงมาอย่างไม่บันยะบันยัง ทั้งแม่ทั้งลูกสี่ครอบครัว พร้อมหลาน และพี่เลี้ยงทีมใหญ่วิ่งกันอลหม่าน เด็กวัยต่ำกว่าสิบขวบเจ็ดชีวิต วิ่งชุลมุนหลบเข้าไปอยู่ตรงกลางของร่มคันใหญ่ แม่ๆรีบช่วยกันลากโต๊ะ ลากเก้าอี้เข้ามาให้อยู่ใต้ร่ม และหลบฝนให้ได้มากที่สุด อาหารบนโต๊ะก็เริ่มโดนน้ำฝนกระเด็นเข้ามาในจาน เราไล่เด็กๆเข้าไปอยู่ในซุ้มขายไวน์ซึ่งกว้างพอสำหรับเด็กหลายคน มองไปรอบๆลานอาหารแห่งนั้น ทุกโต๊ะก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน คือเลื่อนโต๊ะเก้าอี้หลบเข้าใต้ร่ม แล้วก็ดื่มกินพูดคุยกันต่อ เพราะทำอะไรอย่างอื่นไม่ได้ ลมกรรโชกพาฝนสาดแรงๆมาเป็นพักๆ บรรดาแม่ใจสู้ยังคงกินอาหารผสมน้ำฝนกันต่ออย่างไม่สะทกสะท้าน ดื่มเบียร์ ไวน์กันตามอัธยาศัย ได้ประสบการณ์ชีวิตไปอีกแบบค่ะ เรื่องกินแล้วไม่ท้อแท้หรือท้อถอย เพราะเรามีความหวังว่าเดี๋ยวฝนก็จะหยุดตก พวกเราเปียกฝนกันคนละนิดคนละหน่อย ตอนนี้นั่งไม่ได้แล้วค่ะ เพราะเก้าอี้เปียกหมด ได้แต่ยืนเบียดกันตรงกลางของร่ม สนุกสนานดีแท้

และแล้วพวกเราก็สมหวัง ฝนหยุดตกเป็นปลิดทิ้ง หลังจากตกมาซู่ใหญ่ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง เจ้าของร้านแถวนั้นเข้ามาช่วยกันเช็ดโต๊ะ เก้าอี้ เราเทน้ำฝนที่ค้างเล็กๆน้อยๆในจานอาหารทิ้งไป แล้วก็นั่งกินต่อ เด็กๆหัวเราะเฮฮา ค่อยๆเดินออกจากซุ้มขายไวน์มานั่งสั่งอาหารชุดใหม่กิน ชีวิตเหมือนเริ่มใหม่อีกครั้ง ลูกค้าทุกโต๊ะที่ยืนหยัดสู้ฝนมาด้วยกัน ช่วยกันเช็ดโต๊ะแล้วก็กินดื่มกันต่ออย่างไม่สะทกสะท้าน เมื่อฝนหยุดสนิท นักดนตรีก็เริ่มบรรเลงเพลงเพราะๆให้ฟัง เพลงที่เล่นมีทั้งเพลงไทยเบาๆ ร่วมสมัย และเพลงสากล เป็นเพลงที่ไม่ใหม่มากจนร้องตามไม่เป็น มีความสุขแท้สำหรับวันอาทิตย์นี้

กินดื่มกันประมาณหนึ่งไม่มากมายอะไร เพราะมีลูกเล็กมาด้วย ตกค่ำประมาณสองทุ่ม พวกเราก็เตรียมตัวจ่ายเงิน และพร้อมที่จะกลับบ้าน ไม่ได้แนะนำให้ใครๆมาทำแบบเราหรอกค่ะ เพราะดูไม่ถูกสุขอนามัยเอาเสียเลย บังเอิญเรามาเจอเอาวันที่ฝนตก หากเป็นวันที่อากาศร้อนอบอ้าว การมากินข้าวนอกบ้านครั้งนี้คงเป็นอีกอารมณ์หนึ่ง คงสนุกน้อยกว่านี้ เสียงหัวเราะของแม่ๆลูกๆ คงไม่ดังเท่านี้ก็เป็นได้ อยากออกนอกกรอบกันบ้าง มีอิสระในหัวใจบ้าง การมาสังสรรค์กันวันนี้ก็ไม่เลวร้ายนัก เพียงแต่ขอให้มีสติ และดูแลกันให้ดี ก็อบอุ่นเหลือหลายแล้วค่ะ

W District จัดเป็นสถานที่กินดื่มที่ให้อีกบรรยากาศหนึ่ง ไม่ใช่เป็นร้านที่เข้าไปนั่งกินอาหารอร่อยๆ มีคนบริการเอาใจใส่ จ่ายเงินเสร็จ กลับบ้าน แต่สถานที่นี้เราจะเดินไปสั่งอาหารเอง เจ้าของร้านที่ทำหน้าที่เป็นทั้งพ่อครัวและคนส่งอาหารไปด้วย เดินแวะเวียนทักทายพูดคุยกับลูกค้าตามโต๊ะ ไม่ว่าคุณจะสั่งอาหารจากซุ้มของเขาหรือไม่ ก็นับว่าแปลกดี หากคุณเป็นคนร่วมสมัยที่ไม่ยึดติดระเบียบหรือพิธีรีตองในชีวิตมากนัก ชอบความกันเองง่ายๆ ดิฉันว่าที่นี่ก็ไม่เลวนักที่คุณจะมาใช้เป็นที่สังสรรค์เฮฮากันเองระหว่างเพื่อนฝูง ปลดปล่อยความเปรี้ยว หรือมากับครอบครัวก็ได้ ทั้งสองอย่าง ราคาไม่แพง เดินทางก็สะดวกดีค่ะ ไว้วันหลังเรามานัดสังสรรค์กันที่นี่บ้างนะคะ