ทัศน์วรรณ ศิริวงศ์ ไตรกีฬาคือความท้าทาย

นัดพบ

ต้องบอกว่าเป็นสาวหล่อที่ใครเห็นเป็นต้องกรี๊ดสุดสุด เพราะน้องอุ้ย-ทัศน์วรรณ ศิริวงศ์ กรรมการบริหารโรงพยาบาลรามคำแหง เป็นสาวไทยเพียงไม่กี่คนที่แกร่งถึงขั้นสามารถลงแข่งขันไตรกีฬาได้ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้น้องอุ้ยบอกว่า เธอนั้นคุณหนูสุดสุด กีฬาชนิดเดียวที่เล่น คือ ว่ายน้ำ

น่าแปลกใจมากที่อุ้ยบอกว่าสมัยที่เรียนสาธิตเกษตรเป็นคุณหนู แล้วก็ไม่ชอบออกกำลังกายประเภทอื่นๆ นอกจากว่ายน้ำ

อุ้ยเป็นแบบนั้นจริงๆค่ะ ไม่ชอบกีฬาชนิดอื่นเลยนอกจากว่ายน้ำ เพราะคุณแม่ว่ายน้ำไม่เป็นก็เลยอยากให้ลูกว่ายน้ำเป็น อุ้ยฝึกตั้งแต่ประมาณแปดเก้าขวบ จนกระทั่งได้เป็นนักกีฬาของโรงเรียน เพราะสมัยเด็ก อุ้ยเป็นภูมิแพ้ หลังจากนั้นคุณพ่อก็ไม่ให้ว่ายน้ำอีกจนกระทั่งโตขึ้นก็เปลี่ยนมาเข้าฟิตเนส เล่นกอล์ฟ มีอยู่ครั้งหนึ่งเพื่อนที่ตีกอล์ฟด้วยกันชวนไปดูไตรกีฬาที่ภูเก็ต ตอนนั้นตื่นเต้นมาก แต่ก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเล่นกีฬาชนิดนี้เลย พอเริ่มรู้สึกว่าท้าทายขึ้นมาก็อยากเล่น เพื่อนก็แนะนำว่าลองเริ่มต้นด้วยการลองวิ่งดูก่อนมั้ย เพราะก่อนหน้านี้เป็นคนที่ไม่ชอบตากแดด เป็นเด็กที่ต้องอยู่ในห้องแอร์ ใช้ชีวิตแบบคุณหนู ไม่ชอบทำอะไรที่ลุยๆ

แล้วอุ้ยไปลองวิ่งตามที่เพื่อนแนะนำมั้ยคะ

ไปลองค่ะ ครั้งแรกรู้สึกว่ามันโหดมาก แต่ขณะเดียวกันก็มีความท้าทายอยู่ในที ลงครั้งแรกวิ่งแค่ 3 กิโลเมตรเท่านั้นแทบแย่เลยค่ะ แต่หลังจากนั้นก็พยายามลงมาเรื่อยๆ ค่อยเพิ่มระยะทางมากยิ่งขึ้น จนพัฒนามาเป็น 140 กิโลเมตร แล้วจึงตัดสินใจขยับขึ้นมาลองลงไตรกีฬาดูบ้าง

ครั้งแรกลองลงประเภท Standard ก่อน คือว่ายน้ำเพียง 1.5 กิโลเมตร ซึ่งอุ้ยจะไม่มีปัญหาเรื่องการว่ายน้ำ ช่วงที่ต้องปั่นจักรยานก็ยืมของเพื่อนมาก่อน เพราะร่างกายก็ฟิตพอสมควรเพราะเข้าฟิตเนสอยู่เป็นประจำ แรกๆสิ่งที่เป็นปัญหาคือการวิ่ง แต่อุ้ยก็พยายามประคองตัวจนเข้าเส้นชัยทุกครั้ง อุ้ยลงไตรกีฬาครั้งแรกที่หัวหิน หลังจากนั้นก็ลงต่อเนื่องมาตลอด 5 ปี ติดต่อกัน

ครอบครัวว่าอย่างไรบ้าง ที่จู่ๆลูกสาวลูกขึ้นมาเล่นกีฬากลางแจ้ง และเป็นไตรกีฬาเสียด้วย

ตอนแรกคุณแม่ก็ว่าบ้าง เพราะกลัวอุ้ยตัวดำ แต่งหลังๆมา คุณแม่คือกองเชียร์คนสำคัญ

ครั้งแรกที่ลงมีเทรนเนอร์มั้ยคะ

ไม่มีค่ะ อุ้ยซ้อมเอง โดยที่พยายามขยับจาก Standard มาเป็น haft ironman คือ ว่ายน้ำเพิ่มเป็น 1.9 กิโลเมตร วิ่ง 21 กิโลเมตร

ไตรกีฬา อุ้ยว่าช่วงไหนโหดที่สุด

ช่วงวิ่งเข้าเส้นชัยค่ะ เพราะขามันล้ามากแล้ว โดยเฉพาะแบบ Ironmam ซึ่งปั่นจักรยานเป็นร้อยกิโลเมตร แต่สำหรับอุ้ยหลังจากที่เราเริ่มรู้สึกว่าเป็นชนิดกีฬาที่ท้าทาย อุ้ยก็จะเล่นมาตลอด

ก่อนลงแข่งขันทุกครั้งอุ้ยต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

ก็ต้องฟิตร่างกายตามปกติ ฝึกซ้อมให้ครบทั้ง 3 อย่าง แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าเราลงแข่งขันครั้งนี้เพื่อเข้าเส้นชัยเพียงอย่างเดียว หรือว่าเราต้องการเวลาด้วย ถ้าเป็นอย่างก็ต้องฟิตร่างกายมากยิ่งขึ้นไปอีก โดยเฉพาะช่วงของการว่ายน้ำ ซึ่งมักจะเกี่ยวกับความปลอดภัยด้วย เวลาที่มีนักกีฬาลงแข่งขันเป็นจำนวนมากที่ต้องวิ่งลงว่ายน้ำพร้อมๆกัน ย่อมต้องมีการกระทบกระทั่งกันอย่างแน่นอน เราจึงต้องเงยหน้าขึ้นมาดูบ่อยๆ การว่ายน้ำในลักษณะนี้ จะเหนื่อยมาก บางคนที่ว่ายน้ำไม่แข็งอาจจะเกิดการตกใจได้ เพราะจะว่ายในทะเลหรือบึง ในทะเลสาบเสียเป็นส่วนใหญ่ ส่วนจักรยานมีเกิดอุบัติเหตุบ้างก็จริง แต่ก็ไม่ถึงกับชีวิต เนื่องจากฝ่ายจัดการแข่งขันก็จะมีการปิดถนน มีรถนำไปตลอดเส้นทางเพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับนักกีฬา ช่วงที่วิ่งก็เช่นกัน อาจจะมีนักวิ่งเป็นลม ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดา ที่ว่ายน้ำค่อนข้างอันตรายเพราะเวลาเหนื่อยไม่สามารถพักได้เพราะหยั่งเท้าไม่ถึง

บ้านเรามีสนามแข่งขันไตรกีฬาอยู่กี่สนาม ที่เทียบเท่ามาตรฐานสากล

ก็จะมีอยู่ที่ภูเก็ต กรุงเทพฯ พัทยา หัวหิน ชะอำ ที่ชะอำเป็นสนามแรก จัดเดือนมีนา กรุงเทพฯ เดือนกรกฎาคม พัทยาจะจัดเดือนตุลาคม และไปจบที่ภูเก็ตเดือนพฤศจิกายน ทั้งหมดนี้มีบริษัท sport master เป็นผู้จัดเพื่อเก็บคะแนนว่าใครจะได้แชมป์ตอนปลายปีที่ภูเก็ต แต่นอกเหนือจากนี้ก็ยังมีบ้างนะคะ เช่น ที่สามเหลี่ยมทองคำก็เคยจัด เป็นการว่ายน้ำข้ามแม่น้ำโขงด้วย

ในช่วงเวลาที่อุ้ยอยู่ในการแข่งขันอะไรสำคัญสุด

สมาธิสำคัญสุดค่ะ เมื่อวิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน อุ้ยก็จะอยู่กับสมาธิกับ ณ ตรงนั้น จะไม่คิดว่าเมื่อไหร่จะจบหรือเมื่อไหร่จะถึงเส้นชัย ต้องทั้งมีสติหรือสมาธิเลยก็ว่าได้ ถ้าว่ายน้ำก็จะนึงถึงสโตรก ปั่นจักรยานก็มีสมาธิอยู่กับเวลา มีอะไรที่ต้องระวังบ้าง

อุ้ยได้อะไรจากการเล่นไตรกีฬาบ้าง

ทำให้อุ้ยมีวินัยมากขึ้นค่ะ และเป็นเป้าหมายอย่างหนึ่งของชีวิต เดิมที่อุ้ยซ้อมด้วยตัวเองมาตลอด เพิ่งจะมามีโค้ชเมื่อไม่นานมานี้เอง คือตอนแรกก็เล่นๆเอง ซ้อมเอง สมมุติวันหนึ่งอยากว่ายน้ำก็ว่าย ทำอะไรไม่ได้มีแบบแผน ถามว่าทำไมต้องมีโค้ช คงต้องเท้าความให้ฟังว่าเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว อุ้ยไปแข่งขันที่สวีเดน เป็นระยะเต็ม ironman ระยะยาวสุด อุ้ยเกิดบาดเจ็บตอนปั่นจักรยาน เจ็บตรงน่องใต้เข่ามาก จนเกือบจะต้องตัดสินใจออกจากการแข่งขันกลางคัน แต่ที่สุดก็ฝืนจนเข้าเส้นชัยได้ หลังจากนั้นก็ต้องพักยาวถึง 2 เดือนเต็มๆ ช่วงนี้เองที่ทำให้ได้รู้จักกับ โค้ชกระสุน-สุนทร ใจมาบุตร เป็นอดีตนักไตรกีฬาทีมชาติ แต่ประสบอุบัติเหตุขณะทำการแข่งขันตอนช่วงกระโดดน้ำแล้วหัวโม่งกับสระหรืออะไรทำนองนี้ ทำให้ร่างกายขยับไม่ได้ กำมือได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นต้องนั่งวีลแชร์ตลอดชีวิต โค้ชสอนว่ายน้ำอยู่ที่สตรีวิทย์ 2 ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน น้องก็แนะนำว่าให้ลองไปว่ายดู ทำให้อุ้ยได้พบกับโค้ชที่นั่น เพราะช่วงที่ซ้อมเองอุ้ยไม่ค่อยได้ซ้อมอย่างอื่นนอกจากว่ายน้ำ ซึ่งก็รู้สึกเบื่อ พอได้เจอกับโค้ชก็ลองไปคุยดู เพราะเมื่อเราผ่าน ironman คล้ายกับว่าเราไม่มีเป้าหมายในการแข่งขันอีกต่อไป เรียกว่าเริ่มเบื่อก็ว่าได้ หมดไฟว่างั้นเถอะค่ะ

โค้ชก็แนะนำว่าถ้าเช่นนั้นมาแข่งกับตัวเองดีมั้ย คือพยายามทำเวลาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเตรียมตัวไปลงแข่งขันที่ภูเก็ต ซึ่งเป็นสนามที่อุ้ยชอบมาก พอได้โค้ชมาแนะนำ อุ้ยก็เริ่มฝึกซ้อมตามโปรแกรม สิ่งที่เกิดขึ้นตามมา คือพัฒนาการที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการวิ่งซึ่งอุ้ยไม่ชอบเลย แต่ปรากฏว่าวิธีการของโค้ชกระสุน ทำให้อุ้ยทำเวลาดีขึ้นถึง 10 กว่านาที แรงบันดาลใจกลับมาอีก ส่วนหนึ่งเกิดจากโค้ชด้วยว่า ขนาดโค้ชต้องนั่งวีลแชร์ยังพยายามออกมาสอนคน เพราะตอนที่โค้ชยังเป็นนักกีฬาอยู่ในรุ่น standard ตอนนี้ยังไม่มีใครสามารถทำลายสถิติของโค้ชได้เลย

แล้วผลออกมาอย่างไรบ้างคะอุ้ย หลังจากที่มีโค้ชกระสุนมาช่วย

หลังๆมาทุกครั้งที่อุ้ยลงแข่งขันจะมีโค้ชไปด้วย แล้วอุ้ยก็ไม่ได้ลงแข่งขันคนเดียว เรามีโค้ชอยู่ในสนามด้วย เวลาที่เราเหนื่อย โค้ชคงอยากจะลงแข่งขันแทนเรา การกลับไปลงที่ภูเก็ต ปรากฏว่าอุ้ยชนะที่ 1 เฉพาะผู้หญิงไทยในกลุ่มอายุ 35-39 ปี อุ้ยเข้าที่ 3 ต้องบอกว่าเป็นผลงานที่ทั้งน่าภาคภูมิใจและน่าตื่นเต้นสำหรับนักกีฬาธรรมดาอย่างเรา ต่อมาสนามที่กรุงเทพฯ ก็ยังชนะที่ 1 อีก สรุปคือเรามีพัฒนาการขึ้นเรื่อยๆ ความสนุกกลับมาอีกครั้ง ตอนนี้โค้ชกำลังร่วม ไกร บุญเหล็ก สร้างทีมเล็กๆขึ้นมาตอนนี้มีสมาชิกราว 20 คนค่ะ อุ้ยยอมรับเลยว่าโค้ชเก่งมาก แม้ร่างกายพิการ แต่โค้ชใช้สมองทุ่มเทอย่างมาก ใส่ใจในรายละเอียดของเราทุกอย่าง ดูแลนักกีฬาทุกคนดีมาก ทำให้เราสามารถพัฒนาศักยภาพของเราได้อย่างสูงสุด

โค้ชสอนอะไรอุ้ยบ้าง จึงทำให้เราสามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างสูงสุด

โค้ชเคยเป็นนักกีฬามาก่อน จึงได้ใช้แบบแผนเดียวกันมาสอนเรา ทั้งเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา เรื่องของโภชนาการ เรื่องการเทรนด์ เรื่องการพักผ่อน เรื่องการฝึกซ้อมอย่างถูกต้อง และสร้างโปรแกรมการฝึกซ้อมให้หลากหลายรูปแบบมากยิ่งขึ้น เช่น การวิ่งครั้งละ 400 เมตร แล้วหยุดพัก ไม่วิ่งยาวต่อเนื่องเหมือนที่อุ้ยเคยทำ ปั่นจักรยานก็ให้รู้จักดูรอบ ดูอัตราการเต้นของหัวใจ คือเริ่มเป็นวิชาการมากยิ่งขึ้น เพราะถ้าเราซ้อมไปเรื่อยๆ พัฒนาการก็จะไม่เกิด กล้ามเนื้อหัวใจก็จะไม่แข็งแรง

มีความสุขมากที่ได้โค้ชกระสุนมาช่วยฝึกซ้อมให้

ทั้งมีความสุขและสนุกค่ะ เหมือนเราได้ลงแข่งขันทุกวัน โค้ชกำหนดโจทย์มาแล้วเราก็คอยส่งการบ้าน เราต่างช่วยกันเดินไปสู่เป้าหมายของความสำเร็จค่ะ

เท่าที่ไปแข่งขันมา อุ้ยว่าสนามไหนโหดสุดสุด

ปัจจัยของความโหดขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ถ้าเป็นไตรกีฬา ความโหดมันอยู่ตรงการปั่นจักรยาน ถ้าต้องขึ้นเขาเยอะๆ มีลมแรง สภาวะเช่นนี้ทำให้แรงขาเราหมดได้ คือ ล้ามาก เสียเวลาเยอะ พอมาวิ่ง เราก็จะหมดแรง แต่ส่วนใหญ่ช่วงที่วิ่งจะเป็นทางตรง เคยไปแข่งที่ญี่ปุ่นเจอสภาพเช่นที่ว่าโหดมาก โหดสุดสุด เลยก็ว่าได้

ทั้งลมแรง ทั้งเขา ทั้งจักรยาน ทั้งวิ่งเลย ถือว่าโหด ระดับอื่นตัวสนามอาจจะไม่โหด แต่อาจจะเป็นร่างกาย ถ้าร่างกายเราไม่ฟิตพอหรือไม่พร้อม สนามไหนก็โหดทั้งนั้น อย่างอุ้ยเองที่สวีเดนนับว่าโหดสุดเพราะเราเจ็บ ก้าวแต่ละก้าวตอนนั้นมันเจ็บไปหมด ตอนแรกตัดสินใจอยู่ว่าจะแข่งต่อหรือไม่ คิดเยอะมาก แต่ก็คิดว่าไหนๆก็สมัครมาแล้ว คือ รู้สึกเราเดินทางมาตั้งไกล อยากจะจบให้ได้ตอนนั้น ก็ฝืนจนจบ แล้วมันก็เจ็บมาก ถ้าเป็นตอนนี้อาจต้องรักษาตัวแล้วรอไปแข่งสนามอื่น

สนามไหนที่นักไตรกีฬาใฝ่ฝันอยากไปที่สุด

คนส่วนใหญ่อยากไปโคน่า เคยไปเชียร์ทีมที่ฮาวาย ที่ ironman เคยไปเชียร์พี่ไก่-วิทยา มณีจักร ไปแข่ง Ironman World Championship ที่ Kona, Hawaii ซึ่งถือว่าเป็นที่สุดของ Ironman แล้วค่ะ อุ้ยได้มีโอกาสซ้อมกีฬากับพี่ไก่ และได้รับความรู้จากประสบการณ์ต่างๆที่พี่ไก่เคยแข่งไตรกีฬามากว่า 20ปี ยอมรับเลยว่าพี่ไก่เป็นนักกีฬาที่น่าทึ่งมาก ทั้งนิสัยที่ตรงและมีความแฟร์ เป็นนักกีฬาที่แมนสุดสุด คอยสอนทุกๆอย่างแบบไม่กั๊กให้น้องๆ และพี่ไก่ยังเป็นคนที่สามารถบริหารตารางชีวิต ทั้งการที่เป็นผู้บริหารระดับสูง การซ้อมกีฬา และการดูแลครอบครัวได้ยอดเยี่ยม เรียกว่าสามารถ balance ชีวิตได้สุดยอดจริงๆค่ะ

ถามเรื่องการดูแลร่างกายบ้าง เพราะไตรกีฬาเป็นกีฬากลางแจ้ง

อุ้ยคล้ำลงมากนะคะ สมัยก่อนขาวมากเพราะอยู่แต่ในห้องแอร์ แต่ตอนนี้มักจะถูกว่าทำไมหน้าขาวจัง ก็ดูแลธรรมดาทั่วไปนะคะ ทาครีมกันแดด บางครั้งก็มีลืมบ้างด้วยซ้ำไป เพราะเวลาอยู่กลางแจ้งมามากๆ เหงื่อไหลเข้าตาแล้วจะแสบ ปลอกแขนก็ไม่ค่อยใส่ เพราะรู้สึกอึดอัด

นักไตรกีฬาไทยมีโอกาสสู้กับนักกีฬาต่างชาติได้มั้ยคะ

จริงๆแล้วมีตัวอย่างนักกีฬาคนไทยหลายคนที่มีความสามารถสูง และก้าวไปแข่งกับระดับนานาชาติอยู่นะคะ แต่ถ้าพูดถึงวงการไตรกีฬาไทย กีฬาประเภทนี้ยังไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนมากมาย คือทำเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ยากอยู่ค่ะ ทำให้นักไตรกีฬาจำเป็นต้องทุ่มเทอย่างหนักทั้งแรง เวลา และทุนทรัพย์ การแข่งขันในแต่ละสนามก็มีค่าใช้จ่ายสูงมากค่ะ นี่น่าจะเป็นอุปสรรคหลักเลยค่ะ

ตั้งเป้าหมายในการแข่งขันไว้อย่างไรบ้าง หลังจากคว้าแชมป์ในประเทศไทยมาหลายสนามแล้ว

ตอนนี้พยายามที่จะพัฒนาการปั่นจักรยานและการวิ่งให้ดีขึ้นค่ะ ตั้งใจอยากจะลองลดเวลาวิ่งลงซักหน่อย ถ้าเป็นการแข่งขันสนามเดิมๆ ก็อยากที่จะทำเวลาของตัวเองให้ดีขึ้นกว่าที่ผ่านมาค่ะ ที่สำคัญที่สนุกอยากที่จะสนุกกับการแข่งขัน และแข่งจบได้อย่างปลอดภัยค่ะ ส่วนเป้าหมายระยะยาว อยากถือโอกาสไปแข่งด้วยเที่ยวด้วยเลย ตั้งเป้าหมายเล่นๆว่า อยากจบ Ironman จาก 6 ทวีปค่ะ เหลืออีก 3ทวีปที่เล็งๆสนามไว้อยู่ค่ะ

จะฝากอะไรถึงคนที่ยังลังเลไม่แน่ใจเรื่องการเล่นกีฬาอย่างไรบ้าง

การเล่นกีฬาเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอยู่แล้วค่ะ เพียงแต่หลายๆคนมักจะหาข้ออ้างที่ยังไม่ยอมลงมือทำ เพราะฉะนั้นมันยากแค่ตอนเริ่มต้นเท่านั้นแหละค่ะ


(ขอขอบคุณภาพจาก : Sirisak Yamrukan)