บ้านมุมพูห์

เอ.เอ. มิลน์ เขียน ธารพายุ แปล
หนังสือคือแสงจันทร์

เรามาเริงรื่นกันเถิด โลกนี้ช่างสวยงาม มีดวงตะวัน ลำธาร ผีเสื้อ นก ดอกไม้ ปลา ท้องฟ้ากว้าง และมิตรภาพ ถ้าหนังสือใดจะทำให้เกิดรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอันเบิกบาน วินนี่ เดอะ พูห์ กับ บ้านมุมพูห์ ก็คือหนังสือสองเล่มนั้น

วินนี่ เดอะ พูห์ และ บ้านมุมพูห์ เขียนโดยชาวอังกฤษชื่อ เอ.เอ. มิลน์ และ อี.เอช. เชป- เพิร์ด วาดรูป ธารพายุ แปล สำนักพิมพ์แพรวเยาวชน พ.ศ.2540

เดิมทีฉันตั้งใจอ่านเพื่อแนะนำเล่มเดียว เมื่อพลิกหน้าอ่านเล่ม บ้านมุมพูห์ จบแล้วทำให้คิดถึง วินนี่ เดอะ พูห์ ที่ได้ซื้อไว้พร้อมๆกัน ไม่ว่าจะอ่านกี่ครั้งพูห์กับผองเพื่อนผู้น่ารักน่าเอ็นดูก็จะมอบเสียงหอบใหญ่นำใส่ตะกร้ามาให้ตลอดเวลาที่อ่านและนึกถึง นี่คือหนังสือคลาสสิค วรรณกรรมเยาวชนที่ทุกคนอ่านได้เล่มนี้จะแทรกอยู่ในชีวิตคนเสมอ เพราะไม่ว่าโลกจะมียามเช้าสักกี่ครั้ง ความสุข ความรัก ความเบิกบาน และคำว่า เพื่อน จะล้อมรอบอยู่ในชีวิตคนเราเสมอ เหมือนในเล่ม วินนี่ เดอะ พูห์ เขียนว่า

"เราจูงมือกันมา

คริสโตเฟอร์ โรบิน กับฉัน เพื่อวางหนังสือเล่มนี้บนตักเธอ

จะบอกใช่ไหมว่าเธอประหลาดใจ

จะบอกใช่ไหมว่าเธอชอบ

จะบอกใช่ไหมว่ามันคือสิ่งที่เธออยากได้

เพราะมันเป็นของเธอ

เพราะเรารักเธอ"

หมีน่ารักตัวอ้วน แลดูซื่อๆ ชอบแต่งเพลง เขียนบทกวี (พูห์บอกว่า) "เพราะกวีนิพนธ์กับเพลงไม่ใช่สิ่งที่เราจะไปเดินคว้าเอา แต่มันจะมาคว้าเราเอง ทั้งหมดที่เราทำได้ก็คือไปอยู่ในที่ที่มันจะสามารถหาเราพบ") หมีพูห์ท่าทางเนิบเนิบ ร่าเริง ไร้เดียงสาและอ่อนโยน ทั้งหลงใหลน้ำผึ้งเป็นชีวิตจิตใจ รักเพื่อนและภาพวาดลายเส้นของ อี.เอช. เชปเพิร์ด ยิ่งทำให้รู้สึกว่าเจ้าหมีพูห์ช่างน่ารักน่ากอดเหลือเกิน

เรื่องของหมีพูห์นั่นมีประวัติความเป็นมา เอ. เอ. มิลน์ ไม่ได้สร้างขึ้นจากจินตนาการเสียที- เดียว เรื่องมีว่าเมื่อหลายสิบปีก่อน เขาพาลูกชายไปสวนสัตว์ลอนดอน เพื่อเยี่ยมชมหมีดำในสวนสัตว์ตัวหนึ่งชื่อ วินนี่ เพ็ก ซึ่งนายทหารแคนาดาได้มอบให้สวนสัตว์ลอนดอน เด็กชายคริสโตเฟอร์ลูกชายของ อลัน อเล็ก(เอ. เอ. มิลน์) หลงรักเจ้าหมีตัวนี้มาก ทั้งสองไปเยี่ยมเจ้าหมีที่สวนสัตว์เสมอๆ

แล้วก็เกิดชื่อ วินนี่ เดอะ พูห์ ซึ่งกลายมาเป็นชื่อตุ๊กตาหมี (พูห์คือชื่อของหงส์ตัวหนึ่งในสวน-สัตว์) หมีพูห์เป็นที่รู้จักเมื่อ เอ. เอ. มิลน์ เขียนเรื่องราวของมันขึ้นมาจากนิทานที่เล่าให้ลูกชายฟังก่อนนอน หนังสือวางจำหน่ายใน พ.ศ.2469 แล้วหมีน้อยพูห์กับเพื่อนๆในป่าร้อยเอเคอร์ก็เป็นที่รู้จัก และยิ่งโด่งดังมากขึ้นไปทั่วโลก เมื่อ พ.ศ.2539 วอลท์ดีสนี่ย์ได้ซื้อลิขสิทธิ์นำมาทำเป็นภาพยนตร์การ์ตูน

กระทั่งถึงวันนี้หนังสือ วินนี่ เดอะ พูห์ ขายได้มากกว่าสิบล้านเล่มทั่วโลก และข้อความที่ฉันยกมานี้ก็คือตัวอย่างความไร้เดียงสาของหมีสมองเล็กชื่อ พูห์

"พูห์มองมือทั้งสองข้างของตัวเอง มันรู้ว่าหนึ่งในจำนวนนั้นคือข้างขวา และมันก็รู้ว่า เมื่อเราตัดสินใจได้แล้วว่าอันไหนเป็นข้างขวา อีกอันก็ต้องเป็นข้างซ้าย แต่มันไม่เคยจำได้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร"

ไม่ใช่พูห์เพียงลำพังที่ทำให้เรื่องราวในหนังสือเพลิดเพลินสนุกซึ้งใจ ยังมีเพื่อนของพูห์ที่น่ารักและแต่ละตัวก็มีบุคลิกไม่เหมือนกันเลย เช่น พิกเลตถ่อมตัวและขี้กลัว อียอร์นั้นหดหู่ แรบบิตจอมวางแผนขยัน ฉลาด มีแปลงผักส่วนตัว 25 ไร่ อาวล์นกฮูกเจ้าปัญญาแต่สะกดคำผิดเสมอ ทิกเกอร์เสือนักกระโดดยังมีแคงกาใจดีกับรูลูกน้อย เพื่อนสัตว์เหล่านี้ทำให้เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในป่าร้อยเอเคอร์น่ารักมีสีสัน

อาวล์ เป็นนักเล่าเรื่อง ผู้ที่เพื่อนๆเห็นว่าฉลาด และอ่านหนังสือออก ซึ่งที่จริงแล้วอาวล์สะกดคำไม่ค่อยจะถูกเลยด้วยซ้ำ อาวล์มีบ้านอยู่ที่ต้นเชสต์นัต เป็นบ้านโบราณที่มีเสน่ห์ ความภาคภูมิใจของอาวล์ก็คือมันเชื่อว่าตัวเองฉลาดและยินดีช่วยเหลือเพื่อนเสมอ เช่นครั้งหนึ่ง แรบบิต ผู้ฉลาดเฉลียว (จริงๆ) พบแผ่นข้อความเขียนไว้ที่หน้าบ้านคริสโตเฟอร์ โรบิน เป็นวันที่สองว่า

"อกไปข้างนก เด๋วกับ ทุรยุ่ง เด๋วกับ ค.ร."

แรบบิตจึงพุ่งตรงไปหาอาวล์ เพราะต้องการทราบความจริงให้ชัดๆว่า มันหมายความว่าอะไรกันแน่ อาวล์ผู้มีปัญญาทำให้เกิดบทสนทนา ว่า

"ว่าไงละ" แรบบิตถามอีกครั้ง อาวล์เองก็รู้อยู่แล้วว่ามันจะต้องถาม "เป๊ะเลย" อาวล์พูด

ครู่หนึ่งสมองของมันตื้อไปเฉยๆ แต่แล้วทันใดนั้นมันก็คิดอะไรอย่างหนึ่ง

"บอกฉันซิแรบบิท" มันว่า "บอกข้อความในประกาศแผ่นแรกให้หมด ทุกคำเลย เรื่องนี้สำคัญมาก ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับเรื่องนี้ ทุกคำในกระดาษแผ่นแรก"

เมื่อแรบบิตตอบว่า "ก็เหมือนกับแผ่นนี้แหละ" อาวล์ก็คิดว่าอยากจะผลักมันให้ตกต้นไม้ดีหรือไม่ ที่จริงแล้วอาวล์อ่านสะกดคำไม่ถูก หลังจากแรบบิตเอ่ยปากพูดให้ฟังว่าในกระดาษเขียนว่าอย่างไรบ้าง อาวล์มองดูแผ่นกระดาษอีกครั้งเพราะ "เมื่อรู้เสียแล้วการอ่านก็เป็นเรื่องง่าย" แต่อาวล์ผู้ฉลาดก็ยังเข้าใจไม่ถูกต้องนัก อาวล์ยืดอกบอกกับแรบบิตว่า คริสโตเฟอร์ โรบิน ออกไปที่ไหนสักแห่งกับเด๋วด่างและเด๋วสมุนไพร ความเข้าใจผิดอย่างซื่อๆน่ารักที่มีอยู่ในหนังสือดังที่ฉันนำมาเล่านี้มีอยู่มากและทำให้หนังสือน่าอ่านมากที่สุด และความหมายที่ถูกต้องของข้อความนั้นก็คือ

"ออกไปข้างนอก เดี๋ยวกลับ ค.ร."

ใครบ้างจะไม่หัวเราะกับเรื่องน่ารักแบบนี้ ฉันเชื่อว่าคงไม่มีหรอกนะ

หรืออีกครั้งหนึ่งก่อนหน้านั้นพูห์ให้อาวล์ช่วยเขียนคำว่า สุขสันต์วันเกิดบนโถน้ำผึ้งให้อียอร์

สุขสันต์วันเกิดจึงกลายเป็นดังนี้

"สุกข์สัรรค์นต์นิ์ต์ วันเกออิดด"

"พูห์มองอย่างชื่นชม 'ฉันเขียนแค่ว่า สุขสันต์วันเกิด' อาวล์บอกลวกๆ 'ยาวดีเนาะ' พูห์พูดด้วยความประทับใจอย่างยิ่ง 'เอ้อ จริงๆแล้ว แน่ละ ฉันเขียนว่า สุขสันต์วันเกิดมากๆ ด้วยรักจากพูห์ ก็ธรรมดาอยู่แล้วแหละที่ต้องเปลืองไส้ดินสอไปเยอะในการเขียนอะไรยาวๆอย่างนี้'

"อ๋อ ฉันเข้าใจ พูห์ว่า"

เอ. เอ. มิลน์ เขียนได้น่ารักและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ของถ้อยคำ ตัวละครอื่นๆ ก็มีความน่ารักไม่แพ้กัน เช่น อียอร์ลาแก่ที่เศร้าหมองหดหู่ บ้านของอียอร์อยู่ริมน้ำบนดินที่ค่อนข้างจะเฉอะแฉะและเศร้า ในฤดูหนาวหนึ่งซึ่งหนาวมาก อียอร์อยู่ในที่โล่ง บ้านของมันจึงไม่มีทั้งข้างนอกและข้างใน ในฤดูหนาวนั้นอียอร์ได้สร้างบ้านขึ้นเอง ขณะเดียวกันพูห์กับพิกเลตคิดถึงและเป็นห่วงอียอร์ ทั้งสองจึงชวนกันไปเยี่ยมขณะที่เดินไปก็พลันนึกออกว่าอียอร์ยังไม่มีบ้าน เพื่อนทั้งสองจึงช่วยสร้างบ้านให้อียอร์

พิกเลตตาดีเห็นกองไม้วางสุมกัน จึงชวนพูห์ให้ขนไม้กองนั้นมาสร้างบ้านตรงมุมที่พูห์เลือกว่าดีที่สุดและตั้งชื่อให้ว่า มุมพูห์ ที่ทำให้ฉันหัวเราะก็คือ พูห์กับพิกเลตได้ทำลายบ้านของอียอร์อย่างไม่รู้ตัว อียอร์เองก็เข้าใจผิดว่าบ้านถูกลมพัดมาอีกฝั่ง และพูห์กับพิกเลตผู้ไร้เดียงสาเมื่อรู้ตัวว่าได้ทำลายบ้านของอียอร์ไปแล้วก็อึกๆอักๆด้วยความตกใจ แล้วพูห์ก็พูดกับอียอร์ว่า "ที่นี่อุ่นกว่า"

เพื่อนสนิทมากของพูห์ก็คือ พิกเลต เจ้าหมูตัวเล็กมาก ขี้กลัว เมื่ออยู่กับพูห์จึงจะรู้สึกอบอุ่นใจ

"พิกเลตมีบ้านหรูหรามากกลางต้นบีช ต้นบีชนั้นอยู่กลางป่าและพิกเลตก็ใช้ชีวิตอยู่กลางบ้านของมัน ใกล้บ้านมีป้ายหักๆป้ายหนึ่งซึ่งเขียนคำว่า 'ผู้บุกรุก จ' อยู่บนนั้น เมื่อ คริสโตเฟอร์ โรบิน ถาม พิกเลตว่าป้ายนั้นหมายถึงอะไร มันบอกว่าเป็นชื่อปู่ของมัน และอยู่กับตระกูลของมันมานานแล้ว คริสโตเฟอร์ โรบิน บอกว่าไม่มีใครชื่อ ผู้บุกรุก จ หรอก แต่พิกเลตเถียงว่ามีซิ ก็ปู่ของมันไงล่ะ ย่อมาจาก ผู้บุกรุก จอน อีกที และว่าปู่ของมันมีสองชื่อ เผื่อว่าทำหายไปชื่อหนึ่ง"

พิกเลตตัวเล็ก และเกือบจมน้ำตอนที่ฝนตกหนักมากๆในป่าร้อยเอเคอร์ และพูห์นั่นเองเป็นผู้กล้าหาญ พิกเลตชอบดอกไม้ มีฉากสองฉากในสองเล่มที่พิกเลตอยู่ในดงดอกไม้ เป็นภาพที่สวยงามน่ารัก

"พิกเลตกำลังนั่งอยู่บนพื้นตรงประตูบ้าน เป่าดอกแดนดีไลอันเสี่ยงทายอย่างสบายใจ และนึกสงสัยว่าการเสี่ยงทายนั้นจะจบลงที่ ปีนี้ ปีหน้า สักวันหนึ่ง หรือ ไม่มีวัน และพยายามจะนึกว่าโจทย์ คืออะไร แต่ในขณะที่ยังนึกไม่ออกก็หวังไว้ว่าคงไม่ใช่โจทย์ในทางดีนัก"

"เช้านั้นพิกเลตตื่นแต่เช้าตรู่ เพื่อเก็บดอกไวโอเลตให้ตัวเองกำหนึ่ง และเมื่อเอาไปใส่ไว้ในหม้อตรงกลางบ้านแล้ว มันก็นึกขึ้นมาได้ปุบปับว่าไม่เคยมีใครเก็บดอกไวโอเลตให้อียอร์เลย ยิ่งคิดเรื่องนี้มันก็ยิ่งรู้สึกว่า การเป็นสัตว์ที่ไม่เคยมีใครเก็บดอกไวโอเลตให้นั้นช่างน่าเศร้าเสียนี่กระไร ดังนั้น มันจึงรีบออกไปอีกครั้ง พูดกับตัวเองว่า 'อียอร์ ไวโอเลต' แล้วก็ 'ไวโอเลต อียอร์' "

ความสนุกน่ารักน่าเอ็นดู การผจญภัย มิตรภาพ และเรื่องยุ่งๆที่จะกลายเป็นดีในท้ายสุดเสมอๆของตัวละครทั้งหมดในป่าร้อยเอเคอร์ มีอยู่ให้เก็บเกี่ยวเพียบแปล้ในหนังสือทั้ง 2 เล่มที่ เอ. เอ. มิลน์ เขียน หากอ่านเล่มหนึ่งเล่มใดแล้ว ก็จะต้องอ่านอีกเล่มหนึ่ง อ่านอีกครั้ง และอ่านอีกครั้งอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าเวลาไหน ไม่ว่าจะอยู่ในอารมณ์ใด พูห์และผองเพื่อนจะมอบความรื่นรมย์ให้อย่างมากถึงมากที่สุด

"วันจันทร์เมื่อแดดร้อนแรงสาดแสงเปรี้ยง

ฉันได้เพียงแต่งุนงงนึกสงสัย

ว่าสิ่งนี้คือสิ่งนั้นหรือสิ่งใด

แลสิ่งไหนคือสิ่งนี้และสิ่งนั้น"

หนังสือทั้งสองเล่ม วินนี่ เดอะ พูห์ กับ บ้านมุมพูห์ คือคู่แฝด ในแต่ละเล่ม มีเรื่องเล่า 10 เรื่อง ซึ่งอ่านซ้ำเมื่อไหร่ก็ยังไม่เบื่อ เอ.เอ. มิลน์ เขียนได้อย่างวิเศษ นอกจากจะสนุกสดชื่นแล้ว ในแต่ละเรื่องยังมี คำชวนคิด มีการเล่นคำ และคำที่ต้องคิดให้ลึกซึ้งถึงความหมายของมัน ดังที่ฉันได้ยกตัวอย่างมาข้างต้น อยากจะคัดลอกข้อความมาให้อ่านทั้งหมด เพราะสำหรับเรื่องของพูห์แล้วเราย่อมหลงใหลใน ทุกๆคำที่พูห์กับเพื่อนๆ และ คริสโตเฟอร์ โรบิน พูด และคิด และรู้สึก

"แต่ก็มีประโยชน์เสมอว่าญาติมิตรอยู่ไหน ไม่ว่าเราจะอยากเจอหรือไม่อยากเจอ"

ทั้งหากไม่ยกข้อความมาให้มากพอแก่ภาพที่นึกเห็นให้ชื่นใจได้ เราก็จะไม่สามารถเห็นสิ่งต่างๆอันหมายถึงความสุขที่เกิดขึ้นในป่าร้อยเอเคอร์ได้ชัดเจน

เพราะอย่างนี้เองผู้อ่านควรจะต้องอ่านทั้งหมด เพราะความต่อเนื่อง ความสัมพันธ์ของการใช้ "ถ้อยคำ" เอ.เอ.มิลน์ เขียนเหมือนกับว่าต้องการให้ "คำ" เป็นตัวละครอีกตัวหนึ่ง "คำ" ซึ่งสวยงาม น่ารักอ่อนไหวและลึกซึ้ง ก็คือเพื่อนอีกคนหนึ่งของพูห์และผู้อ่าน คำต่างๆล้วนมีชีวิต คำทั้งหลายเหล่านั้นจะซึมซาบเหมือนน้ำซึมผ่านทรายละเอียดอย่างนุ่มนวล เพื่อว่าเม็ดทรายเล็กๆทุกเม็ดจะสามารถสัมผัสรสของน้ำ ตัวละครที่ชื่อ "ถ้อยคำ" ซึ่งจะกอดรัดผู้อ่านไว้ด้วยความหมายอันมองไม่เห็นแต่รู้สึกได้ ซึ่งที่จริงแล้วตัวหนังสือทั้งหมดในเรื่องนั่นละที่ผูกมัดหัวใจผู้ที่อ่านเรื่องนี้ทั่วโลกไว้

พูห์กับเพื่อนๆยังมีความสุขง่ายๆสบายๆอยู่ในป่าร้อยเอเคอร์ และผู้อ่านทุกคนก็จะมีความสุขด้วยเสมอเมื่อได้อ่าน วินนี่ เดอะ พูห์ กับ บ้านมุมพูห์ หนังสือเล่มไม่หนาสองเล่มนี้เปรียบดังคำพูดที่ว่า

"บางครั้งสิ่งที่ดูเล็กๆ อาจจะเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ภายในใจเราได้นะ"