ทรัพยากรล้ำค่า จากขยะอาหารรีไซเคิล

รักเรา รักษ์โลก

คำว่า "ขยะ" นี้ เวลานำมาใช้กับคน มักจะหมายถึงคนที่ไร้ค่า ไม่เคยทำประโยชน์ให้กับใคร อยู่ไปวันๆ แถมบางทียังสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นด้วย แต่กลายเป็นว่า ขยะที่เป็นขยะจริงๆ กลับไม่ได้ไร้ค่าอย่างที่คิด เพราะขยะบางอย่าง เราสามารถนำมารีไซเคิลและนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อีกมากมาย ไม่เว้นแม้แต่ขยะอาหารค่ะ

ขยะอาหารจัดเป็นขยะสดที่เน่าเหม็น สร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก ขยะอาหารเหล่านี้ส่วนมากมาจากครัวเรือนและสถานประกอบการต่างๆ ซึ่งมีตั้งแต่อาหารที่บูดเน่าแล้ว เศษอาหารที่เหลือจากการปรุงอาหาร รวมไปถึงอาหารดีๆ ที่ยังกินได้ที่เหลือจากจานอาหาร และที่ยังไม่บูดเน่าที่คนเอามาทิ้งๆขว้างๆกัน ขยะอาหารเหล่านี้ นอกจากจะสร้างมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อมอย่างมากแล้ว ยังมีผลต่อเศรษฐกิจในระดับประเทศอีกด้วยนะคะ ปัจจุบันนี้ หลายประเทศจึงหันมาให้ความสำคัญกับการลดขยะอาหารด้วยการนำมารีไซเคิล ให้กลายเป็นทรัพยากรที่มีค่าอีกครั้ง และหนึงในนั้นก็คือ สหราชอาณาจักร

เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2013 ยูเคได้ผุดโครงการ Vision 2020 : UK Roadmap to Zero Food Waste to Landfill ขึ้นมา โดยตั้งเป้าที่จะทำให้สหราชอาณาจักรกลายเป็นประเทศปลอดขยะอาหาร ในปี 2020 ผ่านการรณรงค์อย่างเข้มข้นให้บริษัทผู้ผลิตอาหาร ผู้ค้าปลีก ร้านอาหาร ภัตตาคาร และผู้บริโภค ร่วมแรงร่วมใจกันหยุดทิ้งเศษอาหารทุกชนิดที่จะกลายเป็นขยะที่ถูกนำไปฝังกลบ

การที่สภาท้องถิ่นขอความร่วมมือให้ประชาชนทั้งภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนรวบรวมเศษอาหารเหลือทิ้งจากทุกบ้านและทุกสถานประกอบการ เป็นหนึ่งในมาตรการการนำขยะเศษอาหารมารีไซเคิลให้เป็นทรัพยากรอันมีค่าในการผลิตพลังงาน ความร้อน และใช้ประโยชน์ในการเกษตร ซึ่งหากทำได้สำเร็จ ก็จะช่วยให้ยูเคประหยัดเงินไปได้ปีละกว่า 17 พันล้านปอนด์ อีกทั้งช่วยป้องกันการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 27 ล้านตันต่อปี

จากข้อมูลที่ได้จากการสำรวจพบว่า ในสหราชอาณาจักร โดยเฉลี่ยแล้ว จะมีอาหารเหลือทิ้งจากครัวเรือนหนึ่งเกือบ 60 ปอนด์ในแต่ละเดือน โดยเกือบครึ่งเป็นอาหารที่โละออกจากตู้เย็นหรือตู้กับข้าวทิ้งตรงลงถังขยะ บางชิ้นยังอยู่ในสภาพหุ้มด้วยพลาสติกด้วยซ้ำ และประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ของอาหารที่ถูกทิ้งลงถังขยะ ยังสามารถกินได้อยู่

ขณะเดียวกัน เมื่อเร็วๆนี้ เทสโก้ บริษัทผู้ค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร ก็หันมาให้ความร่วมมือโดยจัดโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าลดการซื้อที่มากเกินไป จนเกิดปัญหาเอาอาหารที่ยังดีๆอยู่ ไปทิ้งๆขว้างๆ หลังพบว่า มีสลัดแบบบรรจุถุง ลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่ในถังขยะ 35 เปอร์เซ็นต์ แอปเปิ้ล 40 เปอร์เซ็นต์ และพวกเบเกอรี่อีก 20 กว่าเปอร์เซ็นต์

การรณรงค์นี้นำโดยบริษัทรีไซเคิลเศษอาหาร ReFood ร่วมกับ BioRegional องค์กรการกุศลเพื่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Vision 2020 Campaign ภายใต้การสนับสนุนของภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม

ฟิลิป ซิมป์สัน ผู้อำนวยการด้านธุรกิจของ ReFood กล่าวว่า สิ่งที่เราต้องการจะบอกนั้นชัดเจน เศษอาหารเป็นทรัพยากรที่มีค่าเกินกว่าที่จะถูกนำไปทิ้งลงบ่อขยะ ทุกคนนับตั้งแต่ผู้ผลิตอาหารไปจนถึงผู้ค้าปลีก ภัตตาคาร ร้านอาหาร และครัวเรือน สามารถมีส่วนร่วมด้วยช่วยกันเพื่อให้แน่ใจว่า ทุกคนจะได้รับประโยชน์จากพลังงานที่ได้จากทุกๆสารอาหาร และทุกๆกิโลวัตต์ โดยผ่านการ re - use , recycle และ recover เศษอาหารเหล่านี้

สิ่งสำคัญที่สุด คือ ความร่วมมือที่ดีขึ้นในทุกๆกระบวนการการผลิต เพื่อเร่งให้เกิดการปฏิบัติที่ดีที่สุด การปกป้องขยะ และการทำให้เศษอาหารเหลือทิ้งมีคุณค่าสูงสุด ซึ่งการที่กำหนดช่วงเวลาให้จนถึงปี 2020 นั้น ก็เพื่ออำนวยความสะดวกให้ภาคอุตสาหกรรมได้มีเวลาปรับตัวนั่นเอง

หัวใจสำคัญของการรณรงค์นี้ก็คือ การเก็บรวบรวมเศษอาหาร ซึ่งปัจจุบันมีเทศบาลเพียง 40 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ทำการแยกขยะ ในขณะที่เบอร์มิ่งแฮม ซึ่งเป็นเขตปกครองท้องถิ่นที่ใหญ่ที่สุดของยูเค ยังคงทิ้งขยะทุกอย่างรวมใส่ในถุงดำ

การรีไซเคิลอาหารที่เหลือทิ้งโดยผ่านกระบวนการ เช่น anaerobic digestion ซึ่งหมายถึงการย่อยสลายแบบไร้อากาศ ใช้สลายขยะอินทรีย์โดยแบคทีเรียในสภาพแวดล้อมที่ปราศจากออกซิเจน ซึ่งจะช่วยคืนสารอาหารที่มีประโยชน์กลับสู่ดินได้มากกว่าปีละ 1.3 ล้านตัน หรือให้กระแสไฟฟ้ามากกว่า 1 เทราวัตต์ต่อชั่วโมงในแต่ละปี ซึ่งมากพอที่จะจ่ายพลังงานให้กับประชาชนมากกว่า 600,000 ครัวเรือน


ซู ริดเดิลสโตน ผู้บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง BioRegional กล่าวว่า การที่จะบรรลุเป้าหมายที่จะให้ยูเคปลอดขยะอาหารภายในเวลา 7 ปี เป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างมาก และจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและการลงมือทำของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคธุรกิจ ซึ่งหากทำสำเร็จ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะให้ผลที่คุ้มค่า ยูเคจะประหยัดเงินได้เป็นพันๆล้านปอนด์ในแต่ละปี นอกจากนั้นยังป้องกันการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศได้หลายล้านตัน และสำคัญที่สุดก็คือ เศษอาหารเหลือทิ้ง จะกลายเป็นทรัพยากรอันมีค่าที่สร้างคุณประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติได้อย่างมหาศาล