เพราะคิดถึง...จึงกลับมา

บันทึกนักเดินทาง

ตอนที่ 5 : Gore : capitical city of country music

จำได้ว่า ตอนไปเที่ยวนิวซีแลนด์เมื่อปีที่แล้ว เคยเดินทางผ่านเมือง Gore มาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนขับรถตัดจาก Dunedin ไปยัง Te Anau เพื่อลงเรือไปเที่ยว Milford Sound ครั้งนั้นใช้ทางสายหมายเลข 1 ผ่านเมือง Clinton, Gore, Riverdale, Lumsden, Mossburn จำได้ว่า ผ่านป้ายต้อนรับของเมืองหนึ่งในนั้น "capitical city of country music" เราประทับใจสมญาของเมืองนี้ อยากแวะพักเพื่อตามหาเสียงเพลง country ของที่นี่ นิวซีแลนด์เป็นประเทศเกษตรกรรม มีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ เลี้ยงทั้งวัว และแกะ น่าจะมีชาวเคาบอย และเสียงเพลง country เพราะๆ เหมือนเพลง country ของอเมริกา แต่ครั้งนั้นเราเร่งทำเวลาต้องหาที่พักให้ได้ก่อนจะมืดค่ำ และควรเป็นที่ Te Anau ซึ่งยู่ใกล้ Milford Sound มากที่สุด ต้องรีบเดินทางแข่งกับเวลา จึงไม่ได้ถ่ายรูปป้ายนั้นไว้ และจำไม่ได้ว่าเป็นเมืองอะไร จำได้เพียงว่าเป็นเมืองผ่านในเส้นทางระหว่างจาก Baclutha ไป Te Anau มาค้นพบภายหลังว่า "capitical city of country music" คือเมือง Gore ในการเดินทางครั้งนี้ จึงบรรจุ Gore เป็นเมืองหนึ่งที่จะไปเยือน แต่ได้กำหนดเส้นทางใหม่ ไม่ใช้เส้นทางเดิม

ครั้งนี้ เมื่อออกจาก Queenstown ใช้ทางหมายเลข 8 ตรงไป Cromwell "เมืองแห่งผลไม้" ก่อนเข้าเมืองจะเห็นรูปปั้นผลไม้ยักษ์สีสันสดใสสะดุดตาอยู่ด้านขวามือ เราลองแวะเข้าไปชมในเมืองที่ต้องขับรถเข้าจากถนนสายหลักเข้าไปอีกไม่ไกล Cromwell เป็นเมืองเล็ก ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจมากนัก ความโด่งดังของเมืองนี้อยู่ที่แผงขายผลไม้ริมทางต่างหากที่ดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักเดินทางชาวไทย ต้องบรรจุ Cromwell "เมืองแห่งผลไม้" ไว้ในโปรแกรมการเดินทางแทบทุกคน แวะไปเยี่ยมร้านป้าโจนส์ หรือ ร้าน "Jone's Fruit" แต่...ขอบอก...ผัก ผลไม้ และผลิตภัณฑ์จากผลไม้แอบแพง ด้านในมีผลไม้ และผลิตภัณฑ์จากผลไม้ให้ชิมเกือบทุกอย่าง เราชิมทุกอย่าง แต่เลือกซื้อเฉพาะชนิดที่ชิมแล้วอร่อย พริกหวานสีสวยที่เรียกว่า capsicum เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ราคาน่าจะถูกกว่าที่วางขายใน Pack & Save, New World หรือ 4 Square

Cromwell ไม่ได้มีแผงขายผลไม้ริมทางที่เรียกว่า "Stall" เรียงรายสองข้างทางมากมายสมกับสมญา "เมืองแห่งผลไม้" อย่างที่คิด ทางตอนเหนือของเกาะใต้แถบ Golden Bay หรือเส้นทางระหว่างจาก Roxburgh ไป Gore เสียอีก มี "Stall" หรือแผงขายผลไม้ริมทางหนาตากว่าที่ Cromwell บางร้านเขียนป้ายติดไว้ข้างทางว่า "Just Apple" บางร้านมีผลไม้หลายชนิด บางร้านมีเฉพาะฟักทองหลากหลายพันธุ์ หลากหลายขนาด ถึงขนาดขึ้นป้ายด้วยความภาคภูมิใจว่า เป็น "The Pumpkin Place" ทีเดียว

จากนั้นเข้าสู่เมือง Clyde จะเห็นแม่น้ำเลียบด้านขวามือและมีป้ายชี้ทางไปเขื่อน Clyde Power Station เป็นเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ ไปตามป้ายชี้ทางจนถึงเขื่อน อากาศริมเขื่อน เย็นสบายดีมาก สูดอากาศบริสุทธิ์เต็มปอด ออกเดินทางผ่านสะพานสีแดงข้ามแม่น้ำ เพื่อเดินทางต่อไปยังเมือง Alexandra

ฝนเริ่มหนาเม็ดขณะผ่านเมือง Alexandra : Blossom Town เมืองที่มีชื่อแสนไพเราะอ่อนหวาน เหมือนเจ้าหญิงแสนสวย Alexandra แห่ง Denmark ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเมือง เป็นเมืองใหญ่พอสมควร มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ปั้มน้ำมัน แต่จำต้องเลยผ่าน ทั้งที่ตั้งใจว่าจะแวะชิม ไอศกรีมผลไม้ ซึ่งอ่านเจอว่า มี real fruit i-cream ที่เป็น mix fruit และอาจค้างคืนที่นี่สักคืน เพราะดูแล้วน่าจะเป็นเมืองเล็กที่มีเสน่ห์ไม่น้อยอีกเมืองหนึ่ง แต่ในวันนั้น...โอกาสและอากาศยังไม่เป็นใจ ประกอบกับเรามาถึงเมือง Alexandra เร็วไป วันนี้ยังมีเวลาเดินทางได้อีกไกล และฝนที่ตกพรำตลอด ทำให้ไม่นึกสนุกในการเดินชมเมืองท่ามกลางสายฝน

เมื่อขับเลยเมือง Alexandra ออกไปสักระยะ จะเริ่มเห็นสวนผลไม้ แต่เนื่องจากช่วงนี้เป็นฤดูใบไม้ร่วง จึงไม่ค่อยมีผลไม้ให้เห็นมากนัก ผ่านสวนเชอร์รี่ซึ่งดูจากเอกสารแนะนำเมือง Alexandra บอกว่าหากมาตอนออกดอกจะเป็นสีชมพูทั้งสวนทีเดียว สวนผลไม้แถวนี้อยู่ริมถนน ด้านหน้าสวนจะมีร้านขายผลไม้ ร้านแถวนี้ไม่มีคนเฝ้า จะติดราคาผลไม้ไว้ หรือบรรจุใส่ถุงมีราคาติดไว้ที่ถุง และวางกล่องใส่เงินไว้ จากเมือง Alexandra เราผ่านเมือง Roxburgh เมืองเล็กอีกเมือง ดูแล้ว ไม่น่าจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ จึงไม่ได้แวะเข้าไป และวิ่งยาวไปเมือง Gore

เส้นทางสายนี้ ช่วงจาก Cromwell - Roxburgh เป็นพื้นที่แห้งแล้งใจกลาง Southern South Land ที่มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ อากาศแห้ง หนาวจัด และร้อนจัดในแต่ละฤดูต่างกันสุดขั้ว เป็นพื้นที่ปลูกองุ่น และแหล่งอุตสาหกรรม Wine ที่สำคัญของเกาะใต้ นิวซีแลนด์ อันประกอบไปด้วยเมือง Alexandra, Clyde, Crowwell Roxburgh และ Ranfurly บางช่วงเห็นก้อนหินใหญ่ถึงใหญ่มากกระจัดกระจายบนเนินหญ้าสองข้างทาง บางจุดดูคล้ายกองหินที่ Castle Hill ( บนเส้นทางสาย 73 ที่จะไป Arthur's Pass)

พอเข้าเขตเมือง Gore ป้ายขนาดใหญ่ "capitical city of country music" รอต้อนรับอยู่หน้าเมืองเช่นเดิม แต่พอเข้าไปในเมืองแล้ว ไม่มีอะไรสื่อถึงความเป็น capitical city of country music : เมืองหลวงแห่งเสียงเพลง country สักนิด ถาม Mrs. Fiona เจ้าของ Charlton Motel ที่เราพัก ถึงกระจ่างว่า ในเมืองนี้ไม่มี pub หรือบาร์ที่มีวง country เล่น หากอยากฟังเพลง country ให้หาฟังจากวิทยุ...จบข่าว!!...เราอยากมาเมืองนี้เพราะคิดว่า คงหาร้านที่มีเพลง country เล่นสดในบรรยากาศเมืองท้องทุ่ง

Gore เป็นที่รู้จักกันดี ในฐานะที่เป็นเมืองเชื่อมต่อกับประเทศและดนตรีของโลกตะวันตก กับนิวซีแลนด์ และ Gore ยังได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางของศิลปะการแสดงในภาคใต้ของเกาะใต้

ในทุกปี ช่วงสัปดาห์เฉลิมฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระราชินี Elizabeth ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ระหว่างวันที่ 28-29 พฤษภาคม และวันที่ 1 มิถุนายน Gore : country music Club Inc. เป็นเจ้าภาพ จัดงานเทศกาล NZ Gold Guitar Award มีการชุมนุมเหล่าศิลปิน country musicชื่อดัง การมอบรางวัลผู้ประพันธ์เพลง country ยอดเยี่ยม มีการเชิญศิลปิน country จากทั่วโลก มีการประกวดแข่งขันชิงรางวัล NZ Gold Guitar Award ประจำปี หรืออาจเรียกว่าเป็นสัปดาห์แห่ง NZ Guitar Week ทีเดียว มีผู้คนจากที่ต่างๆหลั่งไหลเข้ามาชมงานนี้ถึง 5,000 คน มีผู้เข้าร่วมแข่งขันชิงรางวัลในประเภทต่างๆ ถึง 700 คน ผู้คนที่ มาเยือนเมือง Gore ในช่วงเทศกาลเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศเพลง country การแข่งขันแบ่งประเภทผู้เข้าแข่งขันเป็น ระดับจูเนียร์ ระดับกลาง และระดับอาวุโส ขึ้นอยู่กับอายุของพวกเขา มีความหลากหลายของการแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันอาจจะเข้าแข่งขันรายบุคคล หรือเป็นคู่ หรือเป็นกลุ่ม การประกวดเพลง มีทั้งแบบ gospell, traditional, country rock, duet ฯลฯ

Gore : country music Club Inc. จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ ค.ศ.1970 คลับแห่งนี้เป็นหนึ่งใน CMCs ที่เข้มแข็งในนิวซีแลนด์ และได้สร้างความบันเทิงให้แก่ผู้คนในพื้นที่รอบเขต Southland มีการต้อนรับสมาชิกใหม่ และจัดงาน Events อย่างสม่ำเสมอ ที่ Gore country music Clubroom ประกอบด้วย Jessie's Room - Longford ตั้งอยู่ที่ Longford Function Centre Hamilton Street คลับแห่งนี้เปิดช่วงกลางคืน ในวันอังคารแรกของเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนธันวาคม เริ่มตั้งแต่เวลา 19.30 น. ให้ความบันเทิงเริงรมย์แก่แขกจากศิลปินของคลับและแขกรับเชิญ

...วันที่เราไปถึงเมือง Gore ไม่ตรงกับวันที่เขาเปิดการแสดง น่าเสียดายที่เราไม่รู้ปฏิทินเทศกาลท่องเที่ยวเมือง Gore มาก่อน จึงไปถึง Gore ก่อน NZ Guitar Week เพียงหนึ่งสัปดาห์ เวลาช่างไม่สอดคล้องกันเลย แต่เรารอไม่ได้ เพราะเวลาไม่รอเราเช่นกัน เจ้าหน้าที่ I-Site ที่ Gore แนะนำว่า หากเราอยากฟังเพลง country ให้อยู่ต่อที่นี่อีกคืนหนึ่ง เพราะทุกวันอังคารที่ชมรม country music จะเปิดการแสดงดนตรี country ไม่ได้เปิดการแสดงทุกวัน แต่เราตัดสินใจเดินทางต่อตามกำหนดการเดิม ด้านหน้า I-Site ปลูกดอกไม้เมืองหนาวสีสันสดใสวางเรียงรายสร้างความสดชื่นไม่น้อย ติดกัน เป็นพิพิธภัณฑ์ Hokonui Heritage Centre เราได้ปากกาสีดำเพ้นท์ลายเป็นรูปกีตาร์สีทองเป็นที่ระลึก จาก Gore มาหนึ่งด้าม ยามสายที่ Gore อากาศหนาวได้ใจเลย ผู้คนที่นิวซีแลนด์นี่เค้าอยู่กันแต่ในบ้าน นานๆมีรถวิ่งผ่านสักคัน เงียบมากจริงๆ

Gore ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างรอคอยนักเดินทางที่มาเยือน ไม่ว่าจะเป็น

- Dolamore Park สวนสาธารณะที่มีพื้นที่ถึง 95 hectares อยู่ห่างจากเมือง Gore เพียง 11 กิโลเมตร เป็นแหล่งรวมนกพื้นเมือ ง Flora & Fauna เช่น นก Bellbird, นก Tui ,นก Fantail, นกพิราบ เป็นต้น และอาจมีนกBlack Shag (อีกสายพันธุ์ของเพนกวิน) และนกกระสาขาวแวะมาเยือนในบางคราว ภายในสวน มีทางเดินสวยๆ ลัดเลาะไปตามพุ่มไม้ ทั้งทางเดินระยะสั้น ตั้งแต่ 10 นาที จนถึงทางเดินระยะยาว เดินกันถึง 4 ชั่วโมง มีจุดสำหรับ camping ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งห้องน้ำ จุดถ่ายเทของเสีย นอกจากนี้ยังมีสนามเด็กเล่น และศูนย์ศึกษาธรรมชาติ

- Hamilton Park และBannerman Park สองในหลายสวนสาธารณะกลางเมือง ภายในสวนสาธารณะ มีโต๊ะสนาม และห้องน้ำบริการ บรรยากาศเหมาะที่จะนั่ง picnic

- พิพิธภัณฑ์ Hokonui Moonshine & Heritage Museum เป็นการแสดงของใช้ในยุคบุกเบิกเมือง รวมทั้งหมวกเคาบอย เป็นส่วนหนึ่งของ Hokonui Heritage Centre

- Easthern Southland Gallery, Gore Golf Club

ที่พักในเมือง Gore มีให้เลือกหลากหลายไม่แพ้เมืองใหญ่อื่น แม้จะเป็นเมืองค่อนข้างเล็กก็ตาม มีทั้ง backpackers, B&B และ Motel หลายแห่ง เช่น Charlton Motel ที่เราพัก Esplanade Motels, Heartland Motels เป็นต้น และที่นี่...Gore มีร้านอาหารไทยชื่อ "Bamboo Tree" ตั้งอยู่ที่ถนน Main Street ไม่เลวนะ สำหรับชื่อเสียงของอาหารไทยของเราที่มีให้เห็นอยู่หลายเมืองในนิวซีแลนด์

ก่อนออกจากเมือง Gore ต้องขอไปถ่ายรูปกับสัญลักษณ์เมือง Gore คือปลาเทร้าต์ตัวใหญ่ หรือ Trout Statue และกีตาร์ยักษ์ หรือ Hands of Frame ที่สวนสาธารณะ Tamworth Garden ก่อนเดินทางต่อไป Dunedin

รูปกีตาร์ยักษ์ หรือ Hands of Frame หรือ Wooden Guitar หรือ guitar sculpture ตั้งอยู่ที่ถนน Longford จัดสร้างโดย Gore : country music Club Inc เมื่อ 31 พฤษภาคม 2005 ออกแบบโดยศิลปินชื่อ Errol Allison ก่อนถึงกีตาร์ยักษ์ เป็นรูปปั้นปลาเทร้าต์ตัวใหญ่ สัญลักษณ์ของเมือง Gore ใกล้กัน มีหอนาฬิกาประจำเมือง (clock tower) รูปร่างสูงเพรียว เด่นเป็นสง่า ส่วนบริเวณรอบๆ มีร้านขายสินค้า ทั้งร้านขายของที่ระลึก และร้านขายสินค้ามือสอง

นอกจากเป็น "capitical city of country music" แล้ว เมือง Gore ยังเป็นที่รู้จักในนาม "The World Brown Trout Capital" ในช่วงระหว่างเดือนตุลาคม ถึงเดือนเมษายน ของทุกปี เป็นเวลาดีที่สุดสำหรับนักตกปลาเทร้าต์จากทั่วโลกให้มาร่วมฝึกฝนทักษะการเย่อกับปลา สำหรับปลาเทร้าต์ (Trout) นั้น คนที่ตกได้จะต้องมีใบอนุญาตเท่านั้น การตกก็ต้องมีกติกาที่ชัดเจน ห้ามตกปลาเล็กกลับมาเป็นอันขาด และที่ชัดเจนมาก คือ คนหนึ่งตกได้เพียงสามตัวเท่านั้น การตก ห้ามใช้เหยื่อสดเป็นอันขาด จะทำให้น้ำไม่สะอาด มิน่า...ไม่น่าสงสัยเลยว่าทำไมนิวซีแลนด์ถึงมีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติเหลือไว้อย่างมากมายเช่นนี้

และเมือง Gore ยังเป็น "The Gate Way To Southland" อีกด้วย ช่างมีหลายฉายาจริงๆ


โปรดอ่านต่อฉบับหน้า