นิทรรศการภาพถ่ายร่วมสมัย PAUSE

ผลงานศิลปินอาเซียน ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่ง กทม.
รายงานพิเศษ

ในจังหวะของการแข่งขันทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ทุกสิ่งรอบตัวล้วนพัฒนาและเติบโตอย่างรวดเร็ว การหยุดเพียงชั่วขณะหนึ่ง (PAUSE) เพื่อสร้างช่วงเวลาของการทบทวนสิ่งต่างๆ ทำให้สามารถสร้างจังหวะของการขับเคลื่อนในอนาคตมีความถูกต้องและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น PAUSEคือนิทรรศการภาพถ่ายของศิลปินในประเทศอาเซียนที่นำเสนอช่วงเวลา งานภาพถ่ายร่วมสมัยเข้าไปเกี่ยวข้องกับประเด็นที่แตกต่างหลากหลาย ซึ่งเป็นผลงานที่ศิลปินได้สร้างสรรค์ไว้ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งก่อนหน้านี้ และในครั้งนี้จะนำมาจัดแสดงอีกครั้งในบริบทของช่วงเวลาและสถานที่แตกต่างจากเดิมคือ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร กลางใจกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร และยังจัดแสดงพร้อมกันอีกที่หอศิลปอีก 19แห่ง จนถึงเดือนตุลาคม

"แก่นหลักของเทศกาลโฟโต้บางกอก 2015 คือ การยกระดับร่วมกันของอุตสาหกรรมภาพถ่ายและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในประเทศไทย" ปิยทัต เหมทัต ผู้อำนวยการเทศกาลโฟโต้บางกอก 2015 กล่าวย้ำว่า เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าในประเทศไทยของเรานี้เต็มไปด้วย ศิลปินภาพถ่ายที่มีใจรักในงานสร้างสรรค์ และมากด้วยความสามารถในด้านภาพถ่าย จึงเกิดการรวมตัวกันเพื่อสร้างพื้นที่ให้ศิลปินภาพถ่ายก้าวไปสู่ระดับสากลเทศกาลโฟโต้บางกอก มีความตั้งใจที่จะสร้างกลุ่มเครือข่ายที่ยั่งยืนของวงการภาพถ่าย รวมทั้งพยายามเสนอความรู้ใหม่ๆ แลกเปลี่ยนความรู้ สร้างโอกาสในการนำเสนอผลงานแก่ผู้สนใจ และด้วยสื่อภาพถ่ายนี้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถยกระดับวงการสร้างสรรค์ของเราได้รุ่นสู่รุ่น

ลักขณา คุณาวิชยานท์ ผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ปิยทัต เหมทัต ผู้อำนวยการเทศกาลโฟโต้บางกอก2015 ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บจม.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม อรรฆย์ ฟองสมุทร ภัณฑารักษ์หอศิลป มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ควงคู่ เด็กชายมรรค (มิวเซียม) บุตรชาย ฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวที อดีตผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จริยา สเปนเซอร์ ทำหน้าที่พิธีกร งานนี้พรั่งพร้อมด้วยกำลังใจใกล้ใจ ศุภลักษณ์ ตัณฑาภิชาติ บุรินทร์ เหมทัต บิ๊กบอสคิธแอนด์คิน ชนุตม์ชา พงษ์จีน มานิต ศรีวานิชภูมิ อาจารย์ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ พร้อมด้วยคู่ชีวิต กนกวัลย์ โฆษิตพิพัฒน์ และ นภัส โฆษิตพิพัฒน์ อีกทั้งบรรณาธิการข่าว นสพ.ไทยรัฐ เดลินิวส์ เครือมติชน รายการโทรทัศน์ฟรีทีวี และดิจิทัลทีวี ตลอดจนนิตยสารหลายเล่ม ซึ่งเป็นพันธมิตรของผู้จัดงานที่สร้างชื่อเสียงให้เมืองไทยดังก้องฟ้าในศิลปะการถ่ายภาพ

อรรฆย์ ฟองสมุทร ภัณฑารักษ์รับเชิญ ได้รับมอบหมายจาก ปิยทัต เหมทัต ติดต่อคัดสรรงานจากศิลปินอาเซียนนำมาจัดแสดงที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เพื่อให้คนไทยและนักท่องเที่ยวได้ชมงานภาพถ่ายร่วมสมัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ "เทศกาลโฟโต้บางกอก2015" เริ่มต้นด้วยการนำเสนอบทสนทนาที่ดำเนินไปบนเรื่องราวและประเด็นในภูมิภาค ผ่านมุมมองความคิดของศิลปินร่วมสมัยโดยปราศจากบทสรุปใดๆ ผลงานไม่ได้ยืนบนขนบปฏิบัติ หากแต่เป็นการสะท้อนภาพที่เห็น และสิ่งที่คิดผ่านภาพถ่ายที่ได้รับการทบทวนซ้ำเพื่อถ่ายทอดออกมาในหลากหลายรูปแบบ เพื่อเปิดรับความจริงใหม่ๆ ที่ควรรับฟังจากเพื่อนบ้านที่มีสายตาศิลปะ

อรรฆย์ ฟองสมุทร สำเร็จการศึกษาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต ด้านการบริหารจัดการศิลปะและงานภัณฑารักษ์จากโกล์ดสมิทช์คอลเลจ ประเทศอังกฤษ รัฐศาสตรมหาบัณฑิต (รม) และรัฐศาสตรบัณฑิต (รบ) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มทำงานตำแหน่งภัณฑารักษ์ที่หอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ตั้งแต่ พ.ศ.2543 คัดสรรนิทรรศการศิลปะให้แก่หอศิลปมหาวิทยาลัยกรุงเทพ หอศิลป์ร่วมสมัยและพื้นที่ศิลปะทั้งในและต่างประเทศปรากฏในนิทรรศการมาแล้วทั้งในและต่างแดน อรรฆย์ยังได้รับเชิญเป็นภัณฑารักษ์เทศกาลเดือนแห่งภาพถ่ายกรุงเทพฯ ใน พ.ศ.2547 และ2549 ซึ่งเป็นนิทรรศการนานาชาติที่สำคัญด้านภาพถ่าย เป็นภัณฑารักษ์ร่วมในเทศกาลภาพถ่ายนานาชาติสิงคโปร์ (พ.ศ.2551 2553) สิงคโปร์เบียนนาเล่ (พ.ศ.2556)

อรรฆย์ เป็นผู้บรรยายและอาจารย์พิเศษให้กับองค์การศิลปะและสถาบันการศึกษาชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ส่วนด้านงานเขียนอยู่ในสูจิบัตรนิทรรศการจำนวนมาก และหนังสือรวบรวมบทความ ศิลปะ ณ บัดนี้ อีกทั้งยังเคยร่วมเขียนกับ นิตยสารเอสไควร์ ประเทศไทย มาร์ส มาดาม ฟิกาโร ประเทศไทย และ East Bridge นิตยสารศิลปะออนไลน์ของเกาหลี อรรฆย์เคยได้รับทุนเพื่อศึกษาดูงาน จาก BIZ Art Residency (เซี่ยงไฮ้) ; Association Fran?aise d'Action Artistique Fellowship (ปารีส) ; The Alliance Fran?aise Residency (กรุงเทพฯ) ; และ The Japan Foundation Fellowship (กรุงเทพฯ และโตเกียว)

นิทรรศการภาพถ่ายร่วมสมัยPAUSE มีศิลปินเข้าร่วมจากชาติอาเซียน ประเทศละ 2 คน (ขาดประเทศบรูไน) ได้แก่ อัง ซง เหนียน บุย ฮิว เฟือก เจด เอสกุเอตา คิม ฮัก เมย์ โกะ นาย ศิลปินกลุ่ม MES 56 มินสเทรล ก๊วก ชิง เจี้ย นฤเบศ วาดวารี นาซารุดดิน อับดุล ฮาเหม็ด ฟาน กวง ประทีป สุธาทองไทย โรเบิร์ต จ้าว เหรินฮุ้ย โสภาล เนียก สุลิยา ภูมีวง และ ยาซอน บานาล

เมย์ โกะ นาย ศิลปินชาวพม่า วัย 33 ปี เขาเปิดสตูดิโอ ใน พ.ศ.2552 ทำงานหนักมากเพื่อที่จะเป็นศิลปินภาพเหมือนบุคคลชั้นนำของพม่า ในผลงานภาพเหมือนชุด Underwater

บุย ฮิว เฟือก ศิลปินชาวเวียดนาม วัย 39 ปี พำนักและทำงานที่โฮจิมินห์ ซิตี้ ประเทศเวียดนาม จบสาขาภาพถ่าย จาก Ho Chi Minh City Cultural Arts College ใน พ.ศ.2544 เขาทำงานเป็นช่างภาพอิสระอยู่หลายปี เน้นถ่ายภาพวิถีชีวิตคนในเวียดนาม การบันทึกภาพทางสังคมเป็นวิธีหนึ่งในการถ่ายทอดสิ่งที่กำลังปรากฏอยู่

คิม ฮัก ศิลปินชาวกัมพูชา วัย 34 ปี เกิดที่เมืองพระตะบอง ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศกัมพูชา คิม ฮัก เป็นช่างภาพมืออาชีพ ซึ่งผลงานได้นำไปแสดงที่เทศกาลศิลปะและภาพถ่ายต่างๆ ได้แก่ Ballarat International Foto Biennale ที่วิคตอเรีย Photo Quai ที่ปารีส World Event Young Artists ที่นอตทิงแฮม OFF_festival ที่บราติสลาวา Singapore International Photography Festival, ASEAN Eye Culture ที่กรุงเทพฯ International Multimedia Art Festival ที่ย่างกุ้ง Photo Phnom Penh และ Angkor Photo Festival ที่เสียมราฐ

ใน พ.ศ.2557 ฮักได้รับเลือกเข้ารอบสุดท้ายของ ใน Exposure Awards of Lens Culture ที่ลอนดอน ใน พ.ศ.2554 ฮักได้เป็นศิลปินพำนัก ที่ Branly Museum ในปารีส และได้รางวัลรองชนะเลิศ Stream Photo Asiaที่กรุงเทพฯ ใน พ.ศ.2555ได้รับเลือกเป็นศิลปินดีเด่น ในประเภท "Best of Phnom Penh" จาก Advisor นิตยสารรายสัปดาห์เกี่ยวศิลปะและบันเทิงในกัมพูชา และในปีเดียวกันนี้ เขาได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกระแสความเป็นเมืองของพนมเปญ กับรายการโทรทัศน์ฝรั่งเศส "Faut Pas R?ver" ที่มาถ่ายทำในกัมพูชา และออกอากาศในฝรั่งเศส ช่อง French 3 และในเอเชีย ช่อง TV5 Monde เขาได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อนอกที่มีชื่อเสียงอีกหลายฉบับ ตลอดการทำงานของเขา

ใน พ.ศ.2557 ฮักได้เข้าร่วมโครงการ Jorng Jam ที่หมายถึง "การจำ" ในภาษาเขมร Jorng Jam เป็นโครงการศิลปะร่วมสมัยและประวัติศาสตร์ร่วมสมัยที่ทำร่วมกับชาวกัมพูชาทั่วโลก เพื่อหวนระลึกถึงความทรงจำและการตีความเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สังคมเขมรในช่วงก่อนระหว่าง และหลังยุคเขมรแดง ใน พ.ศ.2558 โครงการนี้ได้เดินทางไปที่บริสเบน ประเทศออสเตรเลีย เพื่อร่วมมือกับชาวออสเตรเลียเชื้อสายเขมร ที่อาศัยในเมืองมาร์เดน (Marsden) และ โลแกน (Logan) ฮักได้รับการสนับสนุน จาก Arts Queensland เพื่อเป็นศิลปินพำนักและทำโครงการ Jorng Jam II ในประเทศออสเตรเลีย ใน พ.ศ.2556 ฮักพิมพ์หนังสือภาพเล่มแรกของเขา ชื่อว่า "UNITY" เขาใช้เวลาในการบันทึกภาพผู้คนหลังการสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ ในเดือนตุลาคม พ.ศ.2555

อัง ซง เหนียน ศิลปินชาวสิงคโปร์ วัย 32 ปี ผลงานสร้างสรรค์ โดยนำสิ่งเก็บตกและร่องรอยพฤติกรรมของมนุษย์มาเสนอผ่านการบันทึกภาพถ่ายและการจัดวาง สนใจการนำเสนอความคิดและคตินิยมให้เป็นที่ปรากฏ เขามักใช้จุดที่เล็กมากๆเพื่อนำไปสู่แนวคิดและการเล่าเรื่อง ซึ่งเป็นแนวทางที่เขามักใช้ในการให้รายละเอียดในภาพถ่าย Sidewalk Easement

นิทรรศการล่าสุดที่เขาร่วมแสดงผลงานมากมายที่สิงคโปร์ สเปน จีน โซล เกาหลีใต้ ลอนดอน ผลงานของ อัง ซง เหนียน ได้รับรางวัลด้านภาพถ่าย จาก The Noise Singapore 2012, eCrea Award 2010 (สเปน) และ Association of Photographers Awards 2010 (อังกฤษ) ใน พ.ศ.2555 เขาได้รับทุนการศึกษา The International Graduate Scholarship จาก London College of Communication, University of the Arts London

ฟาน กวง เป็นช่างภาพข่าวมืออาชีพมาตั้งแต่ พ.ศ.2544 ทำงานให้กับหนังสือพิมพ์และนิตยสารทั้งในเวียดนามและในต่างประเทศ รวมถึง Forbes, Sai Gon Tiep Thi, และ Viet Nam Economic Times ศิลปินกล่าวว่า "งานนี้ให้โอกาสในการเข้าไปล้วงลึกสภาพแวดล้อมทางสังคมที่เกิดขึ้นจริงในเวียดนาม ทำให้เห็นภาพเชิงลึกของสังคมร่วมสมัย" A Farmer's Diary

นฤเบศ วาดวารี ศิลปินชาวไทย วัย 25 ปี เกิดที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย สำเร็จการศึกษาสาขาจิตรกรรม จากภาควิชาวิจิตรศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ใน พ.ศ.2556 ได้รับรางวัลดีเด่นสาขาภาพถ่าย จาก Young Thai Artist Award ที่จัดขึ้นโดยมูลนิธิเอสซีจี ใน พ.ศ.2553 และ 2554 นฤเบศได้รับคัดเลือกจาก ภัณฑารักษ์ ริงโก บูโนอาน เพื่อแสดงผลงานในโครงการศิลปกรรม BRANDNEW 2012

การถ่ายภาพสำหรับผม นอกจากจะเป็นสื่อที่ใช้บันทึกกิจวัตรประจำวัน หรือใช้บันทึกภาพในโอกาสพิเศษแล้ว กิจกรรมที่กระทำร่วมกันระหว่างมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนกันถ่ายภาพขณะทำกิจกรรมต่างๆในครอบครัว หรือกับเพื่อนๆ ล้วนเป็นภาพแทนของความทรงจำที่มีการปะติดปะต่อเรื่องราวระหว่างกัน แม้ผู้ถ่ายภาพจะเป็นคนละคนกันก็ตาม ช่วงเวลาร่วมครึ่งปีที่ผมทำงานภาพถ่ายชุดนี้ร่วมกับอาม่า เริ่มตั้งแต่การทำกับข้าว และกิจกรรมง่ายๆ อย่างการถ่ายภาพกันและกันในชีวิตประจำวัน วันเวลาล่วงผ่านไปการสื่อสารระหว่างกันที่ทำได้ยากขึ้นทุกขณะ ได้แสดงผ่านภาพถ่ายหุ่นนิ่งที่ผมบันทึกได้จากทั่วบริเวณบ้าน การจัดวางสิ่งของของอาม่าเริ่มแสดงตรรกะที่ไม่สมจริง จนเมื่อมาถึงภาพถ่ายชุดล่าสุดบทสนทนาที่ผมคุยกับอาม่า ได้กลายเป็นการสร้างความทรงจำเทียมกับสิ่งของเรื่องราวหรือพื้นที่ต่างๆ และแม้กระทั่งกับตัวของผมเอง จนสุดท้ายผมก็พบว่าภาพถ่ายชุดนี้กลายเป็นสิ่งที่ผมรู้สึกว่ามันปะปนไปด้วยความจริง ความไม่จริง ความทรงจำ และกระทั่งการไม่มีความทรงจำอะไรเลย

ประทีป สุธาทองไทย ศิลปินไทย อายุ 35 ปี จบหลักสูตรศิลปมหาบัณฑิต (สาขาจิตรกรรม) จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ใน พ.ศ.2549 เขาเริ่มทดลองการถ่ายภาพ ตั้งแต่ พ.ศ.2546ซึ่งเป็นปีที่เขาได้รับเลือกให้แสดงผลงานในMonth of Photographyครั้งที่ 2 ตามมาด้วยครั้งที่ 3 ใน พ.ศ.2549 ประทีปแสดงนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรก "Appearance" ที่ไอคิวแล็บ ใน พ.ศ.2549 ความตั้งใจในการทำงานภาพเคลื่อนไหวทำให้เขาได้รับรางวัลชนะเลิศ จาก Asian New Media ArtCompetition ที่กรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย ใน พ.ศ.2550 และยังได้รับเลือกเพื่อร่วมแสดงนิทรรศการในหลายประเทศ "Ghost of the Coast" ประเทศออสเตรเลีย (พ.ศ.2549) "What About Water Shortcuts" ประเทศไอซ์แลนด์ (พ.ศ.2549) "La Video Thai" ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Videoformes (พ.ศ.2550)

เขากลับมาทำงานเกี่ยวกับแนวคิดของคนไทยในเรื่องการผลิตซ้ำเครื่องลางของขลังในสังคมไทย ซึ่งเขาได้จัดนิทรรศการเดี่ยว "Holy Production" ที่ 100ต้นสนแกลเลอรี ใน พ.ศ.2556โดยส่วนหนึ่งของนิทรรศการนี้ถูกเลือกไปจัดแสดงในนิทรรศการต่างๆทั่วโลก เช่น Moscow International Biennale for Young Art ครั้งที่ 4 กรุงมอสโก (พ.ศ.2557) และล่าสุดที่ Daegu Photo Biennale 2014 ประเทศเกาหลีใต้ (พ.ศ.2557)

มินสเทรล ก๊วก ซิง เจี้ย ศิลปินชาวมาเลเซีย วัย 39 ปี จบปริญญาโททัศนศิลป์ สาขาภาพถ่าย จาก Ecole Nationale Superieure de la Photographie de Arles ประเทศฝรั่งเศส ใน พ.ศ.2549 ประกาศนียบัตรด้านทัศนศิลป์ พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ จาก Ecole des Beaux-Arts de Versailles ใน พ.ศ.2546 และปริญญาตรี (เกียรตินิยม) สาขาจิตรกรรมตะวันตก จาก National Taiwan Normal University ประเทศไต้หวัน ใน พ.ศ.2542 ได้รางวัล UOB Painting of the Year ในสาขา Established Artist ประจำ พ.ศ.2557 ที่ประเทศมาเลเซีย ผลงานของเธอถูกจัดแสดงทั้งในมาเลเซีย และต่างประเทศ The Rhetoric of Love

อนึ่ง ยังมีผลงานของกลุ่ม MES 56 เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ก่อตั้งโดยศิลปินกลุ่มหนึ่ง ใน พ.ศ.2545 ที่เมืองยอกยาการ์ตา ทำหน้าที่เหมือนเป็นห้องปฏิบัติการผลิตและรวบรวมความคิดทางศิลปะภาพถ่ายที่เน้นวิธีการเชิงสำรวจและทดลองตามแนวคิดและบริบท มุ่งมั่นที่จะพัฒนาศิลปะร่วมสมัยและวัฒนธรรมทางสายตา พร้อมกับการขยายเครือข่ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านทางกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ ศิลปินพำนัก การนำเสนอ/การอภิปราย นิทรรศการ และโครงการศิลปะสหศาสตร์ The Atlas of Semarang สืบสาวถึงตำแหน่งของเมืองเซอมารังในแผนที่โลก โครงการนี้ใช้ภาพแผนที่ที่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง Aaron Swartz และ Taryn Simon เพื่อที่ค้นหาความเหมือนและความต่างทางวัฒนธรรมจากคำหลักคำหนึ่งใน 51 ประเทศที่เลือกมาคำหลักที่ว่านั้นมี 10 คำที่สุ่มเลือกมาแล้ววางต่อข้างๆกัน คำว่า Semarang ภาพที่นำมาใช้เป็นภาพอันดับต้นๆของประเทศเหล่านี้ และนำมาจัดเรียงตามอักษร ผลงานชุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการกลุ่มที่ Semarang Gallery ที่เน้นเรื่องของเมืองเซอมารัง เมืองหลวงของจังหวัดชวากลาง