"รอยสีริมทาง" รอยทางศิลป์

ของ...พรพรรณ
ลีลาศิลป์

ครั้งก่อน...ยังติดตาตรึงใจมิเลือนหาย กับภาพเขียนมวลหมู่ไม้ดอก ที่แลดูเสมือนจริงเป็นที่สุด กระทั่งเพ้อพกอุปาทานว่า มีกรุ่นกลิ่นหอมอวนเจือจาง ที่ล่องลอยฟรุ้งฟริ้งออกมาด้วย ไม่ว่าภาพกล้วยไม้รองเท้านารี ภาพลีลาวดี หรือภาพบัว

พรพรรณ ศรีธนาบุตร กับผลงานเสมือนจริง (Realistic) ที่สะท้อนด้วยไม้ดอก หลังจากแสดงผลงานเดี่ยว ก็นับมาถึงปัจจุบันร่วม 5 ปี ยังบ่มเพาะงานศิลปะมาโดยตลอด โดยในสมัยก่อนผลงานเป็นภาพดอกไม้ ที่เขียนอย่างคล่องไม้คล่องมือ แต่ก็ด้วยเกิดอาการอิ่มตัว ผลงานศิลปะห่วงเวลานี้ เป็นภาพแลนด์สเค็ป ไก่แจ้ และพอร์เทรต

"เริ่มต้นที่ภาพแลนด์สเค็ป จากที่เดินทางไปไหนมาไหน แล้วทิ้งการวาดภาพไปนาน ตอนที่วาดรูปแรกๆนั้น จะมีอาการเกร็ง ไม่คล่องมือ หรือไม่ชำนาญ แรกๆก็เหมือนกับฝึกใหม่เหมือนกัน (หัวเราะ) ก็ต้องเขียนไปเรื่อยๆสักพัก ด้วยสีน้ำเขียนยิ่งเยอะยิ่งชำนาญ ทั้งที่รู้จังหวะ รู้เทคนิค ภาพแลนด์สเค็ป มักวาดมาจากรูปถ่าย ที่ผ่านการจัดองค์ประกอบมาก่อน มีทั้งจุดที่เด่นจุดที่รอง หรือมีสัญลักษณ์จำเพาะ อย่างภาพแลนด์สเค็ปเชียงคาน ก็จะมีตึกแถวไม้เรียงต่อกัน มีคนขี่จักรยาน มีรถสกายแล็บ หรือมีสายไฟระโยงระยางค์ไปทั่ว

...ส่วนภาพไก่แจ้ เห็นว่า...ตัวเล็กๆ น่ารักดี ก็ไปเห็นผลงานคนอื่นๆ แล้วจุดประกายขึ้นมา เอ้อ!!! ลองจับสัตว์มาเล่นดูบ้าง ซึ่งไก่แจ้มีเสน่ห์ตรงที่ส่วนหาง มีหลากหลายสายพันธุ์ อาทิ ไก่แจ้สีดอกหมาก ไก่แจ้สีทอง ไก่แจ้สีกระดำ ไก่แจ้สีขาว ไก่แจ้สีขาวหางดำ แล้วพอนำไปร่วมกลุ่มแสดงงาน เออ!!! ขายได้เหมือนกันนะ จึงทำให้เกิดกำลังใจขึ้นมา โดยทำเป็นครอบครัวไก่แจ้ ที่กำลังอยู่ภายในสวน พร้อมกับมีดอกไม้มาประกอบด้วย

...และภาพพอร์เทรต เริ่มมา 3 ปีได้แล้ว ก็เกิดจากเห็นเพื่อนไปเรียน แล้วผลงานออกมาสวย ทั้งที่ไม่เคยเขียนพอร์เทรตมาก่อน เราสนใจก็เข้าไปเรียนด้วย โดยที่ได้เรียนกับ 'อาจารย์บุญกว้าง นนท์เจริญ' เปิดสอนเขียนสีน้ำภาพคน ซึ่งภาพพอร์เทรตเขียนยาก จะผิดสัดส่วนไม่ได้เลย และต้องมีพื้นฐานเรื่องอานาโตมี พี่คนหนึ่งยังบอกว่า ให้หมั่นฝึกฝนด้านอานาโตมีไว้ จะยิ่งเก่งขึ้นอีกเยอะ" ศิลปินเริ่มอินโทรเกี่ยวกับผลงานใหม่

นิทรรศการในครั้งนี้ "รอยสีริมทาง" โดยรอยสี...หมายถึงสีสันงานศิลปะ หรือการลงมือใส่สีสัน ส่วนริมทาง...หมายถึงทางเดินด้านศิลปะ หรือการทำงานที่ผ่านๆมา ซึ่งมีผลงานหลากหลาย อย่าง...พวกภาพทิวทัศน์ ภาพสัตว์ หรือภาพคน

พรพรรณ...เปรยถึงเทคนิคที่สร้างสรรค์

...จากที่เคยเขียนเหมือนทั้งหมด มีฉากหลังเต็มแผ่นเฟรมหมดเลย ก็เอ!!! น่าจะลองปล่อยพื้นที่ ให้มีอากาศได้หายใจได้บ้าง จึงเก็บไว้เพียงแค่บางส่วน แล้วปล่อยทิ้งไปบางส่วน พร้อมกับมีการสะบัดสี เพื่อให้ภาพน่าสนใจ หรือมีความสนุกมากขึ้น ซึ่งจะควบคุมไม่ค่อยได้ ก็ด้วยตวัดได้เพียงครั้งเดียว บางทีก็ต้องลุ้นเหมือนกัน เพราะทุกอย่างเขียนจบหมด แล้วก็ไม่อยากตายตอนจบ (หัวเราะ) กระทั่งเว้นพื้นเป็นสีขาวไว้ เพื่อเป็นลายของซัพเจ็ค อย่างลายกระดองปู อีกทั้งยังเน้นที่การจัดองค์ประกอบ ให้มีความบาลานซ์แต่ละส่วน

...ก็ทำด้านสีน้ำมานานแล้ว เลยรู้เรื่องของจังหวะ ว่าสีน้ำซ้ำแค่สองสามรอบ พอรอบที่สี่ ห้าสี...เน่าแล้ว บางครั้งบางคราใจร้อน ลงซ้ำสีที่ยังไม่แห้งดี สีก็จะไม่ติด จึงต้องรอจังหวะการแห้งก่อน ก็ใช้เทคนิคสีน้ำเป็นหลักใหญ่ มีการสอดแทรกสีบรรยากาศ ลงในตัวซัพเจ็คอีกด้วย สำหรับกระดาษที่ใช้อยู่เสมอ เป็นกระดาษสามร้อยแกรมหนา ที่เป็นแบบคล้ายผ้าฝ้าย สามารถอุ้มน้ำได้นาน ทำให้สีแห้งช้า แล้วก็ยังเพิ่มหรือทำซ้ำๆได้"

สำหรับกระบวนการทำงาน ก็ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน คือ ออกไปเก็บข้อมูล ถ่ายรูปเก็บสะสมไว้ เริ่มทำการสเก๊ตช์ และลงมือสร้างสรรค์

การแสดงผลงานศิลปะที่ผ่านมา ถือเป็นการประกาศตัวเป็นศิลปิน ส่วนการแสดงผลงานครั้งนี้ เป็นการเสนอความหลากหลายด้าน ไม่ใช่เพียงแค่ภาพดอกไม้เท่านั้น ภาพทิวทัศน์ ภาพสัตว์ หรือภาพบุคคล ศิลปินเขียนราวกับเป็นภาพถ่าย

"หลายคนไม่เคยเห็นเขียนภาพคน แล้วก็มีหลายคนที่ชื่นชอบ คือ เขียนแล้วก็ดูเหมือน ไม่ค่อยผิดเพี้ยน มีเหมือนกัน...บางภาพที่เขียนไม่เหมือน ก็จำต้องเขียนกันใหม่หมด โดยที่ภาพพอร์เทรต ทุกอย่างบนใบหน้า...สำคัญหมด รวมถึงการลงแสงและสี มีความสำคัญเช่นกัน อย่างตอนที่คัดเลือกแบบ มักชอบที่เป็นแสงธรรมชาติ หรือเป็นแสงเข้ามาด้านข้าง แลดูมีความเป็นมิติ จะรู้สึกอยากวาด แต่บางภาพถ่ายด้วยแฟลช ภาพก็แบนเรียบเกินไป ก็ไม่รู้สึกอยากวาด ด้วยเทคนิคสีน้ำ เรื่องของแสงเงา และน้ำหนัก...สำคัญมาก อีกทั้งสีผิวของคนเอเชีย...สีนึง แต่คนตะวันตก...อีกสีนึง ที่จะแลดูออกชมพูๆ กระทั่งคนทางแอฟริกา...สีจะดำเข้มๆ ตัวอย่างภาพคนเอเชีย...ใช้สีชมพู สีเนื้อ สีส้มนิดๆ เอามาผสมร่วมกัน คือ ไม่ได้ใช้สีเนื้อเพียงสีเดียว ต้องแทรกด้วยสีบรรยากาศ ตามแบ็คกราวน์ด์หรือฉากหลัง" ศิลปินเล่าการสร้างสรรค์

ศิลปินสีน้ำทิ้งท้าย ว่าการทำในสิ่งที่ชอบ แม้จะไม่เคยเล่าเรียนมา หรือเริ่มมาจากศูนย์ แต่ก็มาถึงจุดนี้ได้ พร้อมมีคนมากมายมาชื่นชอบ จึงต้องทำงานโดยตลอด และไม่ละทิ้งการฝึกฝน ซึ่งประสบการณ์ที่ผ่านมา เปรียบเสมือนครูคอยสั่งสอน โดยเฉพาะการทำศิลปะด้วยสีน้ำ หากหยุดไปเพียงสัปดาห์เดียว พอได้กลับมาเขียนใหม่ กว่าจะตั้งหลักกันได้ ต้องใช้เวลาเหมือนกัน ขนาดระดับอาจารย์ก็เป็น คือ มือไม่พลิ้วไหว มือแข็งไปหมด ฉะนั้นการเขียนสีน้ำหยุดไม่ได้ ที่สำคัญทำด้วยใจรัก และริเริ่มจากสิ่งชื่นชอบ ที่อยู่ใกล้ตัวก่อน


นิทรรศการศิลปะ รอยสีริมทาง โดย พรพรรณ ศรีธนาบุตร ได้จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม ถึงวันที่ 17 กันยายน 2558 โดยวันจันทร์-วันศุกร์ เปิดปิดเวลา 10.00-19.00 น. และวันเสาร์-วันอาทิตย์ เปิดปิดเวลา 12.00-18.00 น. ณ หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือจะสอบถามเพิ่มเติม 0-2218-3709 ได้เลยครับ